Life: Untitled TIFF เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตเกียว

Life: Untitled เป็นโสเภณีมันไม่ง่าย (แล้วใครว่าง่าย?)

Home / Uncategorized / Life: Untitled เป็นโสเภณีมันไม่ง่าย (แล้วใครว่าง่าย?)

Life: Untitled (2019) ของผู้กำกับสาว คานะ ยามาดะ กลายเป็นที่ฮือฮาทันทีหลังมันออกฉายรอบปฐมทัศน์ในงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตเกียว ครั้งที่ 32 เพราะหนังมันว่าด้วยเรื่องของ ‘คนขายบริการทางเพศ’ ในมุมมืดของสังคมญี่ปุ่นที่ชวนหดหู่สุดขีดแม้จะเล่าด้วยน้ำเสียงตลกโปกฮาน่ารักก็ตามที

หนังจับจ้องไปยัง คาโนะ (ซาอิริ อิโตะ) หญิงสาวที่พยายามขายเรือนร่างหากแต่ฝืนใจทำไม่ไหว เลยผันตัวมาเป็นผู้จัดการคอยดูแลความเรียบร้อยให้สาวๆ ที่ประกอบอาชีพนี้แทน ทำให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความจริงอันขมขื่นของการขายบริการทางเพศผ่านเรื่องราวของผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ล้วนแล้วแต่ปกปิดความชอกช้ำไว้ใต้รอยยิ้ม ทั้งสาวใหญ่ที่ดำรงอาชีพนี้มาอย่างยาวนานและไม่รู้สึกรู้สาอะไรกับชีวิตทั้งสิ้น, โสเภณีเอะอะขี้โวยวายที่กล้ำกลืนคำเหยียดหยามไว้ภายใต้ความกราดเกรี้ยว, เด็กสาวที่ตกหลุมรักพนักงานขับรถที่ปฏิเสธเธออย่างไร้เยื่อใย, ดาวเด่นอันดับหนึ่งของกลุ่มที่อ่อนโยน ร่าเริงแต่ในขณะเดียวกันก็ซุกซ่อนความลับดำมืดน่าสยดสยองไว้ ตลอดจนผู้จัดการหนุ่มหล่อที่แอบ ‘กิน’ สาวๆ ในสังกัดที่ทำให้คาโนะมองเห็นข้อเท็จจริงอีกด้านของการเป็นโสเภณี

นี่เป็นหนังเรื่องแรกที่ยามาดะลงมือกำกับ ก่อนหน้านี้เธอเคยเขียนบทให้อนิเมะ Sakura Trick (2014) ดังนั้น เมื่อนี่เป็นหนังเรื่องแรกของเธอมันจึงสร้างแรงสะเทือนไม่น้อยเพราะจากคนเขียนบทการ์ตูนลายเส้นสดใส เธอผันตัวมาทำหนังดราม่าว่าด้วยชีวิตโสเภณีในญี่ปุ่น ซึ่งว่ากันตามตรง Life: Untitled ไม่ได้มีอะไรใหม่นัก มันว่าด้วยชีวิตยากลำบากที่อยู่นอกจากการคุ้มครองของกฎหมาย โสเภณีเหล่านี้จึงตอบโต้อะไรไม่ได้เมื่อถูกลูกค้าทำร้ายหรือพยายามข่มขืน ชีวิตของพวกเธอจึงสะบักสะบอมจนหนทางเดียวที่ดูจะทำให้มีชีวิตที่ดีได้คือการนั่งดูรายการโชว์ประโลมโลกทางโทรทัศน์ หรือเมามายไปวันๆ เพื่อลืมความทุกข์ยากที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ดี หนังของยามาดะตั้งคำถามถึงสถานะทางสังคมของคนขายบริการทางเพศที่ถูกกดทับจนเป็นเสมือนห่วงโซ่ลำดับล่างสุดของสังคม และไปไกลถึงการวิพากษ์ญี่ปุ่นที่มองผู้หญิงเป็นแค่วัตถุทางเพศ จนนักวิจารณ์ออกปากว่า หนังของยามาดะราวกับเป็นหนังของ เคนจิ มิโซกุจิ (ผู้กำกับญี่ปุ่นยุค 50 ที่มักทำหนังว่าด้วยเรื่องของสาวขายบริการทางเพศ) ในโลกยุคใหม่เลยทีเดียว

“คาโนะเปรียบเสมือนตัวแร็คคูนที่ฝันอยากเป็นกระต่ายค่ะ” ยามาดะเล่าถึงตัวละครหลัก “ฉันอยากได้นักแสดงที่หน้าตาดูธรรมดาๆ ไม่มีอะไรดึงดูดเลยแคสต์ตัวซาอิริมาค่ะ” ขณะที่อิโตะเล่าถึงความเชื่อมโยงของตัวละครเธอและชีวิตจริงไว้ว่า “ตลอดทั้งชีวิต ฉันรู้สึกเหมือนเป็นแร็คคูนเสมอเลย ตัวละครของฉันเป็นคนที่ยืนมองดูทุกอย่างด้วยสายตาไร้เดียงสา ก่อนจะจับพลัดจับผลูเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของวังวนนี้”

ประเด็นหนึ่งที่ได้รับการพูดถึงอย่างหนาหูคือ แม้มันจะเป็นหนังที่ว่าด้วยเรื่องโสเภณี หากแต่มันแทบไม่มีฉากไหนเลยที่ตัวละครเปลือยร่างกายออกกล้อง (ซึ่งจับจ้องเรือนร่างพวกเธออย่างนุ่มนวล) อันเป็นความตั้งใจของยามาดะเอง “เราคุยกันเยอะมากว่าควรมีฉากเปลือยมากน้อยแค่ไหนและสรุปได้ว่า หนังที่เรากำลังทำน่ะคือหนังที่ว่าด้วยเรื่องคนขายบริการทางเพศ ฉะนั้น หนังจึงไม่ควรมีน้ำเสียงทางเพศเสียเอง มันอาจเป็นเรื่องปกติสำหรับผู้กำกับชายก็ได้นะคะที่จะถ่ายฉากเปลือยของนักแสดงผู้หญิงไว้ในหนัง แต่สำหรับฉัน ฉันอยากแสดงออกถึงการเป็นผู้กำกับหญิงมากกว่า” ดังนั้น เมื่อเธอปักธงประเด็นนี้ไว้แล้ว หนังจึงมีฉากหนึ่งที่คนดูได้เห็นก้นของ ชุนสึเกะ ทานากะ นักแสดงชายในเรื่องที่รับบทเป็นคนขับรถหัวร้อนเต็มๆ ตา “ฉันคิดอยู่เหมือนกันแหละค่ะว่ามันจะดูเหมือนฉันไปคุกคามทางเพศทานากะเขาหรือเปล่า ก็เลยออกปากถามความเห็นเขาเรื่องนี้ ปรากฏเขาตอบแค่ว่า ‘สบายมาก’ ค่ะ” ยามาดะเล่า (ส่วนทานากะบอกอย่างภาคภูมิใจว่า “ขอบคุณมากครับ อย่างน้อยก้นผมก็สวยเนอะ”) 

และหากว่ากันด้วย ‘สายตา’ ที่หนังจับจ้องไปยังเหล่านักแสดง ก็อาจเป็นเหตุผลให้ Life: Untitled ได้รับคำชื่นชมอย่างมาก มันปราศจากท่าทีคุกคาม หื่นกระหาย มิหนำซ้ำยังชำแหละสภาวะจิตใจอันเปราะบางของเหล่าคนทำงานขายบริการทางเพศอย่างละเอียดลึกซึ้งจนชวนหัวใจสลาย เพราะภายใต้สภาพสังคมที่กดทับ พวกเขาถูกจัดลำดับเป็นแค่คนชายขอบสังคม เป็นคนนอกที่กฎหมายเองก็ไม่รองรับสวัสดิภาพในการประกอบอาชีพ จนเมื่อถึงเวลาหนึ่ง ในที่สุดแล้วแม้แต่ตัวพวกเขาเองก็รังเกียจที่ตัวเองทำงานนี้จนไม่อาจอนุญาตให้ตัวเองได้รับความรักได้ ซึ่งนี่เองที่ทำให้หนังเรื่องแรกของยามาดะสมควรถูกพูดถึงเป็นอย่างยิ่ง เพราะพ้นไปจากเรื่องเพศและอาชีพโสเภณีแล้ว มันยังพูดถึงความเป็นมนุษย์ที่ถูกทำลายลงอย่างแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดีภายใต้หน้ากากศีลธรรมอันแข็งแกร่งในสังคมด้วย