หากเราต้องจากกัน …ด้วย ‘เสียงกระซิบ’ ปลุกปลอบและ ‘รอยยิ้ม’ เปี่ยมหวังของ บ็อบ กับ ชาร์ล็อตต์

Home / Editor's cut / หากเราต้องจากกัน …ด้วย ‘เสียงกระซิบ’ ปลุกปลอบและ ‘รอยยิ้ม’ เปี่ยมหวังของ บ็อบ กับ ชาร์ล็อตต์

หมายเหตุ : บทความชิ้นนี้กล่าวถึงฉากจบของ Lost in Translation

 

ใครบางคนเคยพูดไว้ว่า การกล่าว ‘คำอำลา’ นั้นช่างเป็นเรื่องยากเย็น

ผมคิดว่า บ็อบ กับ ชาร์ล็อตต์ -นักแสดงวัยกลางคนผู้ต้องเดินทางข้ามโลกมาถ่ายทำโฆษณาอย่างไม่เต็มใจ กับหญิงสาวจบใหม่ผู้ต้องตามติดสามีช่างภาพมาอย่างไร้จุดหมาย ที่ต่างมาพบเจอกันที่โรงแรมใหญ่ในกรุงโตเกียว ขณะกำลังหลงทางกับชีวิต/ความรักของตน จนต้องค่อยๆ สร้างสัมพันธ์ลึกซึ้งทางใจขึ้นมาเยียวยากันและกัน- ใน Lost in Translation (2003, โซเฟีย คอปโปลา) น่าจะเห็นด้วยอย่างสุดซึ้งกับคำพูดนี้…

 

บ็อบตัดสินใจลงจากรถที่มุ่งหน้าไปยังสนามบินกลางคัน เมื่อได้เห็นแผ่นหลังและผมสีบลอนด์พริ้วไหวของชาร์ล็อตต์อีกครั้งท่ามกลางผู้คนที่กำลังเดินขวักไขว่อยู่บนถนนของโตเกียวที่ถูกอาบไล้ด้วยแสงสลัวมัวหม่นในยามเช้า เขาเดินตรงไปยังหญิงสาวโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว เธอหันมาด้วยท่าทีประหลาดใจเพราะไม่คิดว่าจะได้เจอเขาอีกหลังจากร่ำลากันที่โรงแรมเมื่อครู่ น้ำตาที่คลอหน่วยปรากฏอยู่บนใบหน้าอันแย้มยิ้มยินดีของเธอ

ทั้งคู่มองลึกลงไปในดวงตาและสวมกอดกันเป็นครั้งสุดท้าย เธอปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้ม และเขาก็กระซิบบางอย่างที่ข้างหูเธอด้วยถ้อยคำแผ่วเบาเกินกว่าที่ใครรอบข้างจะได้ยิน ทั้งคู่มอบจุมพิตอ่อนโยนให้กัน บอกลาด้วยคำพูดสั้นง่าย และเดินจากไปพร้อมรอยยิ้มที่ถึงจะดูเศร้าสร้อย แต่ก็ยังดูเปี่ยมความหวังกับชีวิตถัดจากนี้

…แม้ไม่รู้เลยว่า พวกเขาจะได้พบเจอกันอีกไหม

 

นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างตัวละครทั้งคู่ในฉากสุดท้ายของหนังเรื่องนี้ ซึ่งบ่งบอกได้ดีว่า การกล่าวคำอำลานั้นเป็นเรื่องยากเย็นเพียงใด – โดยเฉพาะกับการจากลาที่เรารู้อยู่แก่ใจว่า อาจไม่มีวันหวนคืนมาให้ได้พบกันอีกเลยตลอดกาล

 

Lost in Translation

 

ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับ BIOSCOPE ตลอดเกือบ 8 ปีมานี้ ก็คงไม่ต่างจากความสัมพันธ์ระหว่างบ็อบกับชาร์ล็อตต์เพียงไม่กี่วันนั้น เพราะแม้ผมจะใช้ชีวิตร่วมกับผู้คนที่นี่มายาวนานกว่าหลายเท่าตัวนัก แต่ความสัมพันธ์-ไม่ว่าสั้นหรือยาว-ก็ยังคงถือเป็น ‘เรื่องชั่วคราว’ ที่มี ‘พบ’ แล้วก็ต้องมี ‘พราก’ เหมือนๆ กันอยู่ดี

และเหนือสิ่งอื่นใด, ระยะเวลาที่ ‘ยาวนานกว่า’ ก็ไม่ได้เป็นตัวบ่งชี้ถึงความผูกพันที่ ‘ลึกซึ้งกว่า’ แต่อย่างใด มันขึ้นอยู่กับว่า เราได้ยอมเปิดเปลือยตัวตน เปิดรับบทเรียน และส่งมอบความจริงใจให้แก่ผู้คนที่เราใช้ชีวิตผูกพันด้วยในช่วงเวลาสั้นๆ หรือยาวนานเหล่านั้นมาก-น้อยเพียงใดต่างหาก

ใช่ครับ, ผมกำลังจะบอกคุณว่า แม้ผมจะได้อ่าน เรียนรู้ เติบโต และผูกพันกับนิตยสารเล่มนี้มาตั้งแต่เล่มแรก-ในวันที่มันยังเป็นเพียงหนังสือทำมือ-เป็นเวลาเกือบ 20 มาแล้ว แต่นั่นคงเทียบไม่ได้เลยกับระยะเวลาเกือบ 8 ปีให้หลังที่ผมได้ทำงานให้กับ BIOSCOPE -ทั้งในฐานะโปรดิวเซอร์ของอดีตค่ายหนังในเครืออย่าง ‘ออกไปเดิน’ ของ พี่หมู – สุภาพ หริมเทพาธิป, ผู้ช่วยและรองบรรณาธิการของ พี่ดา – ธิดา ผลิตผลการพิมพ์ มาจนถึงตำแหน่งบรรณาธิการที่มีอายุงานมา 3 ปีกว่าๆ- เพราะการทำงานที่นี่ได้ ‘มอบ’ สิ่งล้ำค่าให้แก่ผมมากมายอย่างประเมินค่ามิได้ โดยเฉพาะมิตรภาพและประสบการณ์ชีวิต ที่ถึงจะมีทั้งรอยยิ้มและคราบน้ำตา แต่มันก็ทำให้ผมได้เรียนรู้ทั้งด้านที่ดีและร้ายในตัวเองเสมอมา – เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ของบ็อบกับชาร์ล็อตต์ที่ก็มีทั้งช่วงเวลาที่กลมเกลียวและเบาะแว้งนั่นแหละ

และการบอกลาผู้อ่านทุกท่านในฐานะบรรณาธิการของผม-รวมถึงทีมงานชุดเก่า-ในครั้งนี้ ก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่อง ‘ยากเย็น’ ที่ชวนให้ ‘ใจหาย’ ไม่ต่างจากการบอกลาของตัวละครทั้งคู่ในฉากสุดท้ายนั้นด้วยเช่นกัน

 

กล่าวกันอย่างตรงไปตรงมาก็คือ BIOSCOPE จะยุติการตีพิมพ์บุ๊คกาซีนหรือพ็อคเก็ตบุ๊ค รวมถึงการจัดกิจกรรมใดๆ (เช่น BIOSCOPE Awards) ลงอย่างถาวร และผมกับทีมงานชุดเก่าก็จะสิ้นสุดหน้าที่ในการบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ ของโลกภาพยนตร์ในนามของ BIOSCOPE นับตั้งแต่ปลายเดือนมกราคมนี้เป็นต้นไป (แต่ไม่ต้องห่วงครับ, จะมีทีมงานคุณภาพชุดใหม่มาดูแลเพจนี้แทนเราในเร็ววัน)

อย่างไรก็ตาม ด้วยความผูกพันร้าย-ดีอันแน่นแฟ้นที่เรามีให้กันตลอดหลายปีมานี้ ผมหวังว่าสิ่งต่างๆ -ทั้งงานเขียนบนหน้ากระดาษและหน้าเพจออนไลน์ รวมถึงกิจกรรมน้อยใหญ่- ที่ผมและทีมงานได้เคยร่วมส่งมอบให้แฟนๆ ทุกท่านมาจนถึงช่วงเวลานี้ จะทำหน้าที่เป็นเสมือน ‘เสียงกระซิบ’ ปลุกปลอบของบ็อบที่ช่วยให้ทุกท่านยังสามารถมี ‘รอยยิ้ม’ ที่เปี่ยมความหวังต่อชีวิตแบบชาร์ล็อตต์ได้ในทุกคราวที่ท่านนึกถึงหรือย้อนกลับไปอ่านมัน

เพราะผมยังเชื่อเหลือเกินว่า หากเราต้องจากกันโดยที่ยังมีความรัก ความปรารถนาดี และความหวังเป็นเครื่องหล่อเลี้ยงจิตใจเช่นนี้แล้ว

การกล่าว ‘คำอำลา’ ก็อาจไม่ได้โศกเศร้าหรือเจ็บปวดจนกลายเป็นเรื่องยากเย็น-ดังที่เราเคยหวาดกลัวกัน-เสมอไป

 

จนกว่าเราจะพบกันใหม่,

ด้วยมิตรภาพ

 

ธีพิสิฐ มหานีรานนท์

บรรณาธิการ BIOSCOPE และทีมงานทุกคน