GDH GTH กล่องไปรษณีย์สีแดง คมกฤษ ตรีวิมล ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ดากานดา ดูหนังเท่ เสน่ห์กลางแปลง (3 มิติ) มณีรัตน์ คำอ้วน ศิรพันธ์ วัฒนจินดา อภิชาติ เพชรลีลา เพื่อนสนิท ไข่ย้อย

ไข่ย้อย ผู้ชายในเงาจันทร์ กับการเดินทางขึ้นเหนือ-ล่องใต้ที่ ‘ช่างไม่รู้เลย’ ใน ‘เพื่อนสนิท’

Home / Editor's cut / ไข่ย้อย ผู้ชายในเงาจันทร์ กับการเดินทางขึ้นเหนือ-ล่องใต้ที่ ‘ช่างไม่รู้เลย’ ใน ‘เพื่อนสนิท’

คนดูหนังในวัยสามสิบขึ้นไปหลายคนน่าจะเคยรับชม ‘เพื่อนสนิท’ หนังไทยปี พ.ศ. 2548 ของ คมกฤษ ตรีวิมล -หนึ่งในหกผู้กำกับ ‘แฟนฉัน’– อันว่าด้วยเรื่องราวความรักที่มัวแต่แอบซ่อนจนสายเกินไประหว่างเพื่อนสองคน รวมถึงการเดินทางจากเหนือลงใต้เพื่อค้นหาคำตอบภายในใจของเพื่อนคนหนึ่งในความสัมพันธ์นั้นอย่าง ‘ไข่ย้อย’

และผมก็เชื่อว่าน่าจะมีคนดูอีกหลายรายที่รู้สึกเชื่อมโยงกับตัวละครนักศึกษาหนุ่มอารมณ์ศิลปินจากคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่คนนี้ โดยเฉพาะในแง่ที่เขาไม่กล้าเปิดเผยความในใจให้ ‘เพื่อน’ คนสนิทได้รับรู้ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ร่ำเรียนด้วยกันมา ซึ่งผมคิดว่ามันเป็น ‘สถานะ’ ที่คนดูอย่างเราๆ คงเคยประสบพบเจอในชีวิตจริงกันมาบ้าง

และการเดินทางไปยังเกาะพะงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานีของไข่ย้อย ก็อาจหมายถึงภาพแทนของสภาวะจิตใจที่เขาไม่เคยได้ทำความเข้าใจอย่างจริงจังมาก่อน – ซึ่งผมคิดว่ามันช่วยกระตุ้นให้เราในฐานะผู้ชมได้ย้อนกลับมาสำรวจเส้นทางออกเดินของหัวใจตัวเองไปพร้อมๆ กับไข่ย้อยด้วยเช่นกัน

หมู หรือที่เพื่อนๆ ในคณะเรียกขานว่า ‘ไข่ย้อย’ (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) กับ ดากานดา (ศิรพันธ์ วัฒนจินดา) แทบจะกลายเป็น ‘เพื่อนสนิท’ กันทันทีที่เข้าเรียนปีหนึ่งในคณะวิจิตรศิลป์ ไข่ย้อยประทับใจในความสดใสของเธอตั้งแต่วันแรกของการรับน้อง และเก็บงำความรู้สึกที่ค่อยๆ เติบโตงดงามขึ้นทุกวันเอาไว้ในใจ ก่อนที่เขาจะอกหักดังเป๊าะ เมื่อเพื่อนหนุ่มคณะวิศวะดันมาตามจีบดากานดาจนเธอยอมใจอ่อนคบหาด้วยไปเสียก่อน กระทั่งหลังการสอบเสร็จในชั้นปีที่ 4 และการตัดสินใจสารภาพความรู้สึกที่แท้จริงกับดากานดาในวันที่ดูจะสายเกินไป ไข่ย้อยก็พกพาเอาความผิดหวังเดินออกจากมหาวิทยาลัย ขึ้นรถไฟกลับกรุงเทพฯ ตัดผมสั้นเกรียน แล้วต่อรถไฟ-ขึ้นเรือหนีไปเกาะพะงันโดยไม่ได้บอกใครเลยสักคน …ที่นั่น เขาได้พบกับ นุ้ย (มณีรัตน์ คำอ้วน) นางพยาบาลสาวประจำโรงพยาบาลชุมชนที่เขาต้องมานอนพักฟื้นหลังประสบอุบัติเหตุพลัดตกจากดาดฟ้าเรือ ซึ่งด้วยความสัมพันธ์ระหว่างไข่ย้อยกับนุ้ยที่ค่อยๆ พัฒนาไปอย่างเชื่องช้าทว่าหนักแน่นนี้เอง ก็ทำให้เขานึกย้อนถึงเรื่องราวในหนหลังระหว่างตัวเขากับดากานดาอีกครั้ง

ในท่ามกลางความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยกราฟอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ระหว่างไข่ย้อยกับดากานดาในอดีต และความสัมพันธ์ที่เรื่อยๆ มาเรียงๆ ระหว่างไข่ย้อยกับนุ้ยในปัจจุบัน หนังพาเรา ‘เดินทาง’ ขึ้นเหนือและล่องใต้ไปพร้อมกับตัวละครไข่ย้อยตามสถานที่ต่างๆ ของเมืองเชียงใหม่และเกาะพะงัน ซึ่งหากเราลองคิดพิจารณาให้ถ้วนถี่แล้ว การเดินทางจากเหนือลงใต้แบบฉับพลันทันใดนี้ ก็อาจเปรียบได้กับสภาวะจิตใจที่เปลี่ยนผ่านของเขาเอง จากที่เคยพองโตถึงขีดสุดเมื่อได้ร่วมใช้วันเวลาอยู่กับคนที่เขาแอบรักในแดนเหนือ ไหลลงสู่ช่วงเวลาอันต่ำเตี้ยของความรู้สึกในฐานะคนที่ถูก ‘หญิงอันเป็นที่รัก’ พูดตอกกลับใส่หน้าว่า “แกมาทำอะไรเอาตอนนี้” หลังจากที่เขาสารภาพคำรักออกไป ซึ่งจี้ใจดำไข่ย้อยจนทำให้เขาต้องหลบลี้หนีความผิดหวังลงมายังแดนใต้อย่างที่เห็น โดยมีบทเพลง ‘ช่างไม่รู้เลย’ ของ บอย พีซเมกเกอร์ ที่สะท้อนถึงความเสียใจทั้งหมดของไข่ย้อย-ผู้ชายในเงาจันทร์ที่แอบรักเพื่อนอย่างดากานดามาตลอด-บรรเลงคลอเป็นฉากหลัง

นอกจากนี้ เส้นทางการออกเดินอันขลุกขลักในแดนใต้ของไข่ย้อย ยังอาจหมายถึงการพยายามค้นหา ‘ตำแหน่งแห่งที่’ ภายในจิตใจของตัวเขาเอง-ที่กำลังตกอยู่ในสภาวะ ‘กลับไม่ได้ ไปไม่ถึง’ ของความสัมพันธ์จากแดนเหนือ-อีกด้วย เพราะไม่เพียงความทรงจำที่หอมหวานทว่าแสนเศร้าระหว่างเขากับดากานดาจะคอยตามมาหลอกหลอนจนต้องเขียนระบายผ่านโปสการ์ดใบแล้วใบเล่าเท่านั้น แต่ไข่ย้อยยังต้องพบเจอกับอุปสรรคอื่นๆ อีกมากในการหนีมาใช้ชีวิตอยู่ที่เกาะแห่งนี้ ทั้งการที่เขาต้องใส่เฝือกขาจนไม่สามารถเดินเหินได้สะดวกอยู่นาน, ต้องปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ ของชุมชนชาวเกาะ, ต้องสร้างความมั่นใจให้ตัวเองโดยใช้ฝีมือในการวาดรูปของตนหาเงินเลี้ยงชีพ รวมถึงยังต้องเผชิญหน้ากับความจริงหลากรูปแบบของชีวิตผ่านผู้คนรอบข้าง นับจากความป่วยไข้ไปจนถึงความตายอันไม่คาดฝัน

อย่างไรก็ดี แม้การใช้ชีวิตอยู่บนเกาะพะงันของไข่ย้อยจะไม่ได้ราบรื่นเท่าไหร่นัก หากแต่สิ่งที่ช่วยให้เขาเริ่มต้นตั้งหลักได้ และค่อยๆ รวบรวมสติในการทำให้ชีวิตอันเหี่ยวเฉาของตนกลับมาชูช่อดีวันดีคืนเหมือน ‘ต้นไม้ที่ได้ฝน’ อีกครั้ง ก็คือการดูแลเอาใจใส่วันแล้ววันเล่าจากนุ้ย-หญิงสาวผู้คอยประคับประคองไข่ย้อยในวันที่เขากำลังเสียศูนย์ทั้งกายและใจ การเดินทางท่องเที่ยวไปรอบเกาะกับนุ้ยท่ามกลางคืนวันที่ผันผ่าน ทั้งด้านสว่างและด้านมืด ทำให้เขาเริ่มเข้าใจตัวเองและตำแหน่งแห่งที่ในความสัมพันธ์ที่ผ่านมาของเขา-อย่างที่ไม่เคยมองเห็นมาก่อน, ขยับตัวเองออกมาจากเงามืดของอดีตเพื่อให้แสงจันทร์แห่งปัจจุบันได้สาดส่องจนสามารถมองเห็นตัวเองได้ชัดขึ้นทีละนิด และเรียนรู้ที่จะเปิดหัวใจตัวเองอีกครั้งเพื่อมอบโอกาสให้แก่ความสัมพันธ์ครั้งใหม่

ฉะนี้แล้ว จึงไม่น่าแปลกที่การเดินทางจากเหนือลงใต้ที่ดูไม่ค่อยโสภานักของไข่ย้อย จะทำให้เหล่าผู้ชมอย่างเรา-ที่อาจเคยแอบรักหรือแม้แต่อกหักมาเหมือนกัน-รู้สึกรู้สาไปด้วยอย่างง่ายดาย ทั้งยังเปิดโอกาสให้เราได้หันกลับมาทบทวนเส้นทางการเดินทางของหัวใจตัวเอง-ทั้งในอดีตและปัจจุบัน-อีกครั้ง ว่าเราอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะควรแล้วหรือไม่ในแต่ละพื้นที่ความสัมพันธ์ของชีวิต และถ้าหากว่ายัง, เราควรพาตัวเองออกเดินไปในทิศทางใดกันแน่ เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องหน้ามืดตามัวจมจ่อมอยู่กับความรู้สึกด้านลบของตัวเองให้มากเกินพอดี จนเผลอไปทำร้ายความรู้สึกของคนที่เรารัก-หรือแม้แต่ตัวของเราเอง-เข้าเสียก่อน

เพราะหลายครั้ง เราก็ ‘ช่างไม่รู้เลย’ ว่า เราสามารถกำหนดทิศทางเดินบนแผนที่ชีวิตของตัวเอง-ให้หลุดออกจากซอกหลืบอันมืดมิดและก้าวไปสู่เนินโล่งแจ้งอันสว่างไสวท่ามกลางแสงจันทร์-ได้มากกว่าที่เราคิด

และเราก็สามารถเริ่มต้น ‘การเดินทางครั้งใหม่’ ด้วยตัวเองได้เสมอ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องรอให้ใครคนอื่นมาคอยชี้เข็มทิศนำทางชีวิตและความรู้สึกของเราอีกต่อไป

 

ธีพิสิฐ มหานีรานนท์

บรรณาธิการ BIOSCOPE