He Won't Kill She Won't Die TIFF เทศกาลภาพยนตร์นานาชาติโตเกียว

He Won’t Kill, She Won’t Die เธอไม่ตายหากเขาไม่ฆ่า หนังรักญี่ปุ่นที่สร้างจากการ์ตูนในทวิตเตอร์

Home / bioscope, Bioscope focus / He Won’t Kill, She Won’t Die เธอไม่ตายหากเขาไม่ฆ่า หนังรักญี่ปุ่นที่สร้างจากการ์ตูนในทวิตเตอร์

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่หนังญี่ปุ่นหลายๆ เรื่องนั้นจะดัดแปลงมาจากมังงะชื่อดังที่ได้รับความนิยมอย่างสูงมาแล้วในหมู่คนดู ไม่ว่าจะ Death Note (2006, ชูซึเกะ คาเนะโกะ), Crows Zero (2007, ทาคาชิ มิอิเกะ) หรือในระดับสากล Edge of Tomorrow (2014, ดักจ์ ไลแมน) และ Alita: Battle Angel (2019, โรเบิร์ต ร็อดริเกซ) ที่ล้วนแล้วแต่ดัดแปลงเรื่องราวมาจากมังงะจากญี่ปุ่น

หากแต่หนังที่สร้างแรงสะเทือนในหมู่คนดูหนังวัยรุ่นลำดับล่าสุดอย่าง He Won’t Kill, She Won’t Die (2019, เคอิจิ โคบายาชิ) มันกลับไม่ได้สร้างมาจากมังงะที่ตีพิมพ์เป็นเล่มๆ เหมือนเรื่องอื่นๆ กลับดัดแปลงมาจากการ์ตูนช่องที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในโลกทวิตเตอร์ภายหลังจากนักวาดเจ้าของนามปากกา เซกิมัตสึ (Seikimatsu) เขียนเรื่องราวของคนหนุ่มสาวในรั้วโรงเรียนมัธยมปลายแล้วแบ่งย่อยออกเป็นตอนๆ เมื่อปี 2017

จุดเด่นของมังงะไม่ได้อยู่ที่ลายเส้นของเซกิมัตสึ อันที่จริง มันออกจะเป็นลายเส้นที่เรียบนิ่งและค่อนไปทางน่ารักอ่านสบายมากกว่าเด็ดขาดสวยงาม อีกทั้งยังแทบไม่มีการดำเนินเรื่องใดๆ เป็นชิ้นเป็นอันเพราะเป็นการ์ตูนช่องที่เล่าถึงชีวิตเด็กนักเรียนธรรมดาๆ รวมถึงไม่มีการวาดฉากหลังหรือองค์ประกอบอื่นๆ ในภาพด้วย การ์ตูนของเซกิมัตสึจึงปรากฏแค่ตัวละครหลักเท่านั้น 

แล้วอย่างนั้น อะไรกันที่ทำให้การ์ตูนช่องเรื่องนี้ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในโลกทวิตเตอร์ จนได้รับการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ในท้ายที่สุด… คำตอบอาจอยู่ที่ตัวละครและภาวะ ‘เคว้งคว้าง’ ของเหล่าคนรุ่นใหม่ในญี่ปุ่น

โคซากะ (โชทาโระ มามิยะ) เด็กหนุ่มมัธยมปลายปีสามที่ใช้ชีวิตอย่างหมดอาลัยไปวันๆ ไม่มีสิ่งไหนที่ทำให้เขารู้สึกสนใจได้อีกต่อไปแม้ว่าตัวเขาจะได้รับความสนใจจากเด็กหญิงร่วมโรงเรียนมากมายก็ตาม แต่ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเขาล้วนเป็นสีเทาจืดชืด กระทั่งเมื่อเขาเห็น คาโนะ (ฮินาโกะ ซากุไร) เด็กสาวร่วมห้องผู้เงียบเชียบและไม่มีใครคบ ขุดเอาซากศพตัวผึ้งออกมาจากถังขยะแล้วนำไปฝังไว้ที่สวนหลังโรงเรียน โคซากะรู้สึกงุนงงแกมประทับใจจนตรงเข้าไปคุยกับเด็กสาวเป็นครั้งแรก เพื่อจะพบว่านอกจากเธอจะไม่สนใจเขาแล้ว เธอยังเอาแต่บอกว่าอยากตายไปให้พ้นๆ จากโลกใบนี้

นั่นกลับยิ่งทำให้โคซากะฉงนมากขึ้น เพราะแม้เธอจะย้ำอยู่บ่อยๆ พร้อมรอยกรีดข้อมือที่เธอถูกซุกซ่อนไว้ภายใต้เสื้อแขนยาวว่าเธออยากลาโลกมากแค่ไหน แต่การที่เธอเคารพความตายของผึ้งตัวเล็กๆ ด้วยการนำมันไปฝังก็ทำให้โคซากะสนใจในตัวเธอมากขึ้นจนติดสอยห้อยตามคาโนะไปแทบทุกที่พลางขู่ว่าหากหล่อนเปรยอยากฆ่าตัวตายอีก เขาจะฆ่าเธอทิ้งซะ 

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ดำเนินไปอย่างแปร่งประหลาดเช่นเดียวกับ นาเดะโยชิ (ยูเมนะ ยานาอิ) เด็กสาวที่สารภาพความรู้สึกของตัวเองกับ ยาชิโยะ (ยูทาโระ) อย่างตรงไปตรงมาทุกวันโดยไม่หวังให้เขาตอบรับความรู้สึกหรือชอบเธอตอบ เพราะเธอชอบยาชิโยะอย่างที่เขาเป็นอยู่โดยไม่ต้องพยายามชอบเธอตอบ นั่นยิ่งทำให้ยาชิโยะทำตัวไม่ถูกเพราะเขาเริ่มตั้งคำถามว่าหากเขาชอบนาเดะโยชิกลับ เธอจะยังรู้สึกกับเขาเหมือนเดิมหรือไม่… และเช่นเดียวกับเด็กสาวเพื่อนรัก จิมิโกะ (ยูริ ทสึเนะมัตสึ) ที่ต้องคอยดูแลและประคับประคองห้วงอารมณ์ของ เคียวปิโกะ (มายุ ฮ็อตตะ) เด็กสาวหน้าตาน่ารักที่หวังแค่จะมีชายหนุ่มที่รักเธอจริงๆ สักคน แต่ดูเหมือนอะไรก็จะไม่เป็นดังหวังแม้สักนิด

ในการ์ตูนนั้นเซกิมัตสึไม่ได้เรียงร้อยเรื่องราวแต่ละตัวละครเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่เมื่อมันถูกดัดแปลงมาเป็นภาพยนตร์ โคบายาชิก็จัดตำแหน่งความเชื่อมโยงอย่างหลวมๆ เข้าไว้ด้วยกันอย่างชาญฉลาดผ่านลำดับเวลาและการเล่าเรื่อง He Won’t Kill, She Won’t Die จึงเป็นหนังรักวัยรุ่นที่ได้รับการจับตาอย่างยิ่ง และเมื่อมันออกฉายรอบปฐมทัศน์ มันก็ได้รับการพูดถึงในแง่บวกว่าแม้หนังจะขายคาแร็กเตอร์ตัวละครชายเย็นชาจับใจเด็กสาวอย่างโคซากะ (ซึ่งมามิยะรับบทได้น่ามองและชวนฝันมากๆ) แต่ถึงอย่างนั้นมันกลับแฝงท่าทีวิพากษ์อนาคตของสังคมญี่ปุ่นที่ดูไม่เหลือพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่นัก ตัวละครอย่างโคซากะล่องลอยอย่างเปล่าดายไปวันต่อวันหรือแม้แต่คาโนะที่อยากโดดตึกเพื่อหนีชีวิตบัดซบ หรือเคียวปิโกะที่เห็นค่าตัวเองเป็นแค่ ‘ผู้หญิงน่ารัก’ และไม่มีคุณสมบัติอื่นใดที่เธอมองเห็นในตัวเองอีก หากเรามองข้ามม่านหมอกความชวนฝันแบบการ์ตูนๆ และความเป็นวัยรุ่นไป ตัวหนังดำมืดและน่าหดหู่อย่างยิ่ง พวกเขาคือเด็กมัธยมปลายที่ต้องตั้งคำถามว่าจะเรียนต่อหรือไปทำงานดี หากโชคเข้าข้าง เขาอาจจะได้เข้าเรียนดีๆ และหางานทำได้ในอีกสี่ปีให้หลัง และหากโชคไม่เข้าข้าง พวกเขาก็ตระหนักดีว่าไม่เหลือทางเลือกให้ได้เดินมากนัก อาจกลายเป็นแบบเด็กสาวคนหนึ่งที่ปรากฏตัวกลางเรื่องในฐานะแม่เด็กและพยายามที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

แน่แท้ว่า He Won’t Kill, She Won’t Die อาจยังหลุดไม่พ้นการเป็นหนังรักโรแมนติกขายฝัน หากแต่เนื้อในของมันนั้นก็ชวนให้เราหวนกลับมาพินิจพิเคราะห์สิ่งที่ตัวละครต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นอนาคต ความรักหรือแม้แต่ชีวิตที่พวกเขาล้วนอยากทิ้งขว้างมันไว้ตรงไหนสักที่เพื่อหนีความอัดอั้นซึ่งสังคมมอบให้โดยที่พวกเขาไม่อาจเลือก