Official Secrets

‘สื่อมวลชนอย่าทำตัวเป็นแค่กระบอกเสียงของรัฐบาล’ Official Secrets นักข่าว รัฐและความลับอันดำมืด

Home / bioscope, Bioscope focus / ‘สื่อมวลชนอย่าทำตัวเป็นแค่กระบอกเสียงของรัฐบาล’ Official Secrets นักข่าว รัฐและความลับอันดำมืด

ช่วงปี 2003 สหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของ จอร์จ บุช (คนลูก) กำลังง้างเตรียมบุกยึดอิรักในคราบของผู้พิทักษ์คุณธรรมด้วยความหวังดี และเพื่อการณ์นั้น อเมริกาจึงต้องหาพันธมิตรที่เห็นดีเห็นงามกับสงครามครั้งนี้ นำมาสู่การพยายามบังคับให้คณะมนตรีความมั่งคงแห่งสหประชาติแสดงความยินยอมให้ทำสงคราม โดยส่งเอกสารลับมาทางหน่วยข่าวกรองของอังกฤษ (GCHQ) เพื่อล็อบบี้เหล่าคณะกรรมการเรื่องการลงเสียง นั่นคือฉากหลังของหนังม้ามืดอย่าง Official Secrets (2019, กาวิน ฮูด) ที่ดัดแปลงมาจากหนังสือ The Spy Who Tried to Stop a War ความเรียงยาวเหยียดที่ว่าด้วยเอกสารลับและเจ้าหน้าที่ของอังกฤษที่คัดง้างกับรัฐบาลจากเรื่องจริงของ แคเธอรีน กัน

อย่างไรก็ดี เอกสารลับฉบับนั้นที่อเมริกาส่งตรงมาไม่ลับอีกต่อไป เมื่อมันตกมาถึงมือของแคเธอรีน กัน (เคียรา ไนต์ลีย์) เจ้าหน้าที่หน่วยกรองธรรมดาๆ ที่ต่อต้านสงครามอย่างสุดหัวใจ และมองว่าผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการเซ็นยินยอมให้ทิ้งระเบิดในอิรักครั้งนี้นำไปสู่การสิ้นเปลืองทั้งชีวิตและทรัพย์สิน เธอจึงลอบเอาจดหมายฉบับนั้นออกไปให้ มาร์ติน ไบรต์ (แมตต์ สมิธ) นักข่าวจากหนังสือพิมพ์ฝั่งขวาอย่าง The Observer ในยุคที่หนังสือพิมพ์และข่าวโทรทัศน์ยังเป็นสื่อมวลชนที่ทรงอิทธิพลที่สุด

หนังขับเน้นความกล้าหาญของแคเธอรีนที่ลอบเอาเอกสารลับมาเผยแพร่จนพาชีวิตตัวเองและคนรักเสี่ยงคุกตาราง เพราะเธอมองว่าหน้าที่ของเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองนั้นหาใช่การรับใช้รัฐบาลอังกฤษ แต่เพื่อรับใช้ประชาชนและชาวอังกฤษมีสิทธิจะได้รู้ว่าเงินภาษีของพวกเขากำลังจะถูกนำไปใช้กับเรื่องอะไรบ้าง โดยเฉพาะการทำสงครามที่อังกฤษและเครือสหราชอาณาจักรเป็นผู้เฝ้ามองจากภายนอก (ไม่ใช่คู่กรณีเต็มตัวแบบอเมริกา-อิรัก) ที่ต้องสูญเงินหลายร้อยล้านปอนด์ การลักลอบลงนามเห็นด้วยโดยไม่ได้รับความยินยอมจากภาคประชาชนจึงถือเป็นเรื่องที่แคเธอรีนรับไม่ได้ตัดสินใจลอบเอาเอกสารนั้นเผยแพร่ให้ทางหนังสือพิมพ์

พ้นไปจากความกล้าหาญของแคเธอรีนแล้ว สิ่งที่สมควรถูกกล่าวถึงอย่างมากคือการพยายามผลักดันข่าวนี้ให้กลายเป็นข่าวใหญ่ของมาร์ติน ไบรต์ นักข่าวมือทองของหนังสือพิมพ์ ท่ามกลางสายตาตำหนิติเตียนจากเพื่อนร่วมงานและคำเตือนของบรรณาธิการข่าวว่า การเล่นข่าวเอกสารลับฉบับนี้จะทำให้ The Observer ถูกเพ่งเล็งจากฝ่ายรัฐซึ่งไม่เป็นผลดีอย่างแน่นอน มิหนำซ้ำยังเป็นเสมือนการฉีกหน้าอเมริกาที่มี ‘ความสัมพันธ์อันดี’ กับสหราชอาณาจักรอยู่กลายๆ ด้วย หากแต่มาร์ตินและเพื่อนผู้เห็นดีเห็นงามกับการตีแผ่เอกสารในครั้งนี้กลับยืนกรานถึงจุดยืนของตัวเองอย่างแข็งแกร่ง

“เมื่อไหร่ที่เราจะได้ทำหน้าที่เป็นสื่อจริงๆ แล้วเลิกทำตัวเป็นแค่กระบอกเสียงของรัฐบาลเสียที!”

และอาจจะด้วยประโยคนั้นเอง (บวกกับรู้สึกว่าเอกสารนี้มันเป็นข่าวที่ ‘ขายได้’) ทำให้กองบรรณาธิการ The Observer สืบหาข้อมูลอย่างสุดพลัง ทั้ง ปีเตอร์ (แมตธิว กูด) หัวหน้าโต๊ะข่าวต่างประเทศที่พยายามดึงข้อมูลจากหน่วยราชการโดยใช้ความสนิทส่วนตัวเป็นเดิมพัน ตลอดจนออกพื้นที่สงครามในอิรักเพื่อยืนยันด้วยตาตัวเองว่า หลักฐานที่อเมริกาพยายามประณามอิรักมาโดยตลอดว่าซุ่มเก็บอาวุธสงครามไว้นั้นไม่เป็นเรื่องจริง หรือตัวมาร์ติน ไบรต์ที่แทบจะยอมเสี่ยงเอาหัวพาดเขียงเพื่อให้ข่าวนี้ได้ตีพิมพ์ ไม่ใช่แค่เพราะมันขายได้ แต่เพราะสำหรับเขาแล้ว สื่อมวลชนมีหน้าที่เพื่อการณ์นั้น ไม่ใช่เพื่อพินอบพิเทารัฐบาลอังกฤษหรือปกปิดความดำมืดให้มหาอำนาจอย่างอเมริกา

Official Secrets มันจึงเป็นหนังม้ามืดที่ไม่เพียงสดุดีความกล้าหาญของเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองตัวเล็กๆ คนหนึ่งเท่านั้น แต่ด้านหนึ่ง มันยังเป็นหนังที่ว่าด้วยจิตวิญญาณของสื่อมวลชนได้อย่างทรงพลังในระดับไล่เลี่ยกับ Spotlight (2015) หรือ The Post (2017) และเป็นหนังที่น่านำมาถกกันอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในประเทศที่สื่อมวลชนดูสยบยอมกับภาครัฐอย่างเงียบเชียบเช่นนี้