The Last Samurai ฮานส์ ซิมเมอร์

The Last Samurai เล่าเรื่องอเมริกันพลัดถิ่นในดินแดนญี่ปุ่นผ่านดนตรีของ ฮานส์ ซิมเมอร์

Home / bioscope, Bioscope focus / The Last Samurai เล่าเรื่องอเมริกันพลัดถิ่นในดินแดนญี่ปุ่นผ่านดนตรีของ ฮานส์ ซิมเมอร์

เราอาจคุ้นเคยกับสกอร์หนังสุดอลังจากหนัง The Last Samurai (2003, เอ็ดเวิร์ด ซวิค) โดยเฉพาะเพลง ‘A Way Of Life’ ที่ประพันธ์โดย ฮานส์ ซิมเมอร์ นักทำเพลงขาประจำของฮอลลีวูดที่เราอาจได้ยินดนตรีประกอบจากเขาผ่านหนังอย่าง The Lion King (1994), Gladiator (2000) และ Inception (2010)

และ The Last Samurai คือหนังลำดับที่ 100 ของซิมเมอร์ ความท้าทายที่สำคัญยิ่งของหนังคือการที่เรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น ซิมเมอร์จึงต้องหาทางออกว่าจะประพันธ์เพลงอย่างไรให้มีกลิ่นอายของดินแดนตะวันออกโดยที่ไม่ละเลยความเป็นตะวันตก เพราะถึงอย่างไร ตัวละครหลักอย่าง นาธาน (ทอม ครูซ) ก็เป็นชาวอเมริกันที่อยู่ท่ามกลางชาวญี่ปุ่นในยุคผลัดเปลี่ยนของห้วงเวลา หนังเล่าผ่านสายตาของนาธาน อดีตทหารผ่านศึกชาวอเมริกันที่เคยเข้าร่วมรบในสงครามกลางเมืองและถูกประเทศทอดทิ้ง เขาออกเดินทางไร้จุดหมายจนไปลงเอยที่ประเทศเกาะในตะวันออก ซึ่งกำลังเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ เมื่อยุโรปเข้ารุกคืบ เปลี่ยนแปลงค่านิยมหลายประการจนจิตวิญญาณซามูไรที่ทะนงในศักดิ์ศรีและจุดยืนค่อยๆ หายไป เหลือเพียง มัตสึโมโตะ (เคน วาตานาเบะ) ที่ยังยืนหยัดอยู่กับความแน่วแน่เช่นเดิม จนทำให้นาธานที่หมดความเชื่อมั่นในศักดิ์ศรีนั้นหวนกลับมาเชื่อมั่นในตัวมนุษย์อีกครั้ง

ซิมเมอร์ตะลุยฟังดนตรีญี่ปุ่นไม่ยั้ง และพบว่า ในหนังญี่ปุ่นอย่าง Ran (1985) ของ อาคิระ คุโรซาวะ ก็เต็มไปด้วยดนตรีประกอบที่มีความเป็นตะวันตก “แต่ก็ยังมีสำเนียงของตะวันออกอยู่ คุณนึกออกไหม” ซิมเมอร์ว่า

“ปัญหาคือ ผมรู้สึกว่าเครื่องดนตรีญี่ปุ่นน่ะเข้าถึงยากมากสำหรับหูคนตะวันตก ตอนทำเพลงประกอบให้หนังเรื่องนี้ก็ยากเย็นอยู่เหมือนกัน เลยมีไอเดียแวบมาในหัวว่าทำดนตรีแบบตะวันตกให้มีความเป็นญี่ปุ่นไปเลยจะดีกว่า แต่ไปๆ มาๆ เลยพบว่าจริงๆ มันเป็นแค่การหาทางออกให้ตัวเองไม่ทำอะไรล้นๆ ในดนตรีประกอบหนังเกินไปก็เท่านั้น

“ตัวละครนาธานของทอม ครูซนั้น ผมมาตีความว่าเขาต้องการความสงบและสันติในชีวิตเฉยๆ ดนตรีประกอบของเขาจึงโรแมนติกและดูเกินจริง เหมือนเด็กๆ ที่ต้องรับมือกับชีวิตและความตาย ความเจ็บปวดให้ได้ แต่อย่างไรก็ตาม คุณคงรู้สึกว่าดนตรีประกอบของตัวละครของครูซนั้นเต็มไปด้วยความโหยหวนประมาณหนึ่ง ซึ่งก็เพราะผมอยากให้ตัวละครนั้นดูท่องไปในการเดินทาง นาธานนั้นมาจากอเมริกาและลงเอยที่ต่างแดนซึ่งเขาพูดภาษาถิ่นหรือเข้าใจวัฒนธรรมอะไรไม่ได้ด้วยซ้ำไป แต่ในตอนจบของหนัง ผมอยากให้คนดูเข้าใจว่า ไม่อาจมีที่ไหนอีกแล้วที่เป็นบ้านสำหรับนาธานได้มากเท่าญี่ปุ่น…”