Alien: Covenant Censorship Cloud Atlas

เซ็กซี่เกินไปไม่ให้ฉาย ฉากวาบหวิว (?) จากหนังเรื่องไหนที่ไม่ผ่านเซ็นเซอร์ในจีน

Home / bioscope, Bioscope focus / เซ็กซี่เกินไปไม่ให้ฉาย ฉากวาบหวิว (?) จากหนังเรื่องไหนที่ไม่ผ่านเซ็นเซอร์ในจีน

เป็นที่รู้กันดีว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของประเทศจีนนั้นแม้จะมีขนาดใหญ่และเปิดโอกาสให้หนังต่างชาติเข้าไปฉายบ้างตามแต่โควต้าที่กำหนด หากก็ต้องแลกกับระบบเซ็นเซอร์เข้มงวดจากรัฐบาลโดยปราศจากระบบเรตติ้งจำกัดอายุผู้ชม เพราะหนังทุกเรื่องนั้นจะถูกคัดกรองโดยเจ้าหน้าที่เพื่อให้แน่ใจว่าเหมาะกับผู้ชมทุกเพศทุกวัยโดยไม่แบ่งแยก

เงื่อนไขการเซ็นเซอร์ของรัฐบาลจีนนั้นกินความตั้งแต่ประเด็นสงครามและการเมือง ทั้งนัยยะเกี่ยวกับสงครามเย็นที่ปรากฏอยู่ใน Casino Royale (2006, มาร์ติน แคมป์เบลล์) ตลอดจนตัดฉากที่ โจวเหวินฟะ ร่วมแสดงใน Pirates of the Caribbean: At World’s End (2007, กอร์ เวอร์บินสกี) ด้วยเหตุผลว่าตัวละครของเขามันน่าอับอายสำหรับชาวจีน 

แต่ที่แน่นอนมาแต่ไหนแต่ไรคือ ทางการจีนเข้มงวดมากในเรื่องฉากวาบหวิวและเพศสัมพันธ์ในสื่อภาพยนตร์ จนคนทำหนังหลายต่อหลายคนจำต้องกัดฟันยอมให้รัฐจีนตัดฉากเหล่านั้นในหนังของตัวเองออกเพื่อให้ได้ลงโรงฉายในจีนแผ่นดินใหญ่ และนี่คือหนังหลายๆ เรื่องที่เราอาจเคยผ่านตามาแล้วและไม่รู้เลยว่า มันถูกหั่นออกเกลี้ยงเมื่อไปฉายที่แดนมังกร จนอาจต้องตั้งคำถามว่า… นี่มันวาบหวิวตรงไหนกัน!

 

Titanic (1997, เจมส์ แคเมอรอน)

หนังรางวัลออสการ์ 11 สาขาที่ว่าด้วยคู่รักหนุ่มสาวบนเรือไททานิก ที่ออกเดินทางจากสหราชอาณาจักรสู่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา หากแต่อับปางลงเมื่อปี 1912 โรส (เคต วินสเล็ต)  หญิงสาวจากครอบครัวชนชั้นสูงชาวอังกฤษ ออกเดินทางกับครอบครัวและคู่หมั้นเพื่อไปแต่งงานกันที่ปลายทางโดยที่โรสไม่มีสิทธิคัดค้าน ด้วยความอยากหลบหนีจากชีวิตในกรงขัง เธอวิ่งไปยังท้ายเรือเพื่อกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย แต่กลับพบ แจ็ค (ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ) เด็กหนุ่มยาจกที่เล่นไพ่ได้ตั๋วขึ้นเรือเข้ามาห้ามไว้ได้ทัน ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จึงงอกงามขึ้นจากตรงนั้นก่อนจะเดินทางไปสู่โศกนาฏกรรมในช่วงท้าย

Titanic มีฉากขึ้นชื่อหลายฉาก ไม่ว่าจะเป็นฉากที่แจ็คขึ้นไปยืนที่หัวเรือแล้วกู่ร้อง “I’m the king of the world!”, ฉากเรือพุ่งชนน้ำแข็ง รวมไปถึงฉากวาบหวามเมื่อโรสเปลื้องเสื้อผ้า สวมเพียงจี้เพชรเม็ดงามให้แจ็คลงมือวาดรูปเหมือนของเธอ และฉากนี้นี่เองที่เป็นปัญหาเมื่อหนังเข้าฉายในจีนเมื่อปี 1998 และแม้ว่าทางการจะให้มีฉากนี้อยู่ในหนังก็ตาม แต่ฉากที่ปรากฏหน้าอกของนักแสดงหญิงก็ถูกตัดทิ้งไม่เหลือ

 

Babel (2006, อเลฆันโดร กอนซาเลส อีนาร์ริตู)

เรื่องราวของกลุ่มคนสี่กลุ่มที่ยึดโยงกันหลวมๆ ด้วยกระสุนเพียงนัดเดียว ในโมร็อกโก เด็กชายเลี้ยงแพะสองคนคว้าปืนไรเฟิลมาเล่น พวกเขาเหนี่ยวไกส่งเดชไปยังพื้นที่รกร้างว่างเปล่าตรงหน้า แต่กระสุนเจ้ากรรมกลับพุ่งเข้าเฉือนเส้นเลือดใหญ่ของ ซูซาน (เคต บลันเชตต์) นักท่องเที่ยวหญิงชาวอเมริกันที่เดินทางมาจากซานดิเอโกเพื่อพักผ่อนกับ ริชาร์ด (แบรด พิตต์) สามีที่กำลังระหองระแหงกันอยู่ ทั้งสองถูกทิ้งไว้กลางความแล้งไร้ของภูเขาเมื่อรถทัวร์ต้องรีบพานักท่องเที่ยวคนอื่นๆ กลับที่พัก ปล่อยสองสามีภรรยาอยู่โยงกับคนในหมู่บ้านตามมีตามเกิด และต้องเลื่อนกำหนดที่จะกลับบ้านเพราะซูซานบาดเจ็บหนัก 

เอมิเลีย (เอเดรียนา บาร์ราซา) แม่บ้านชาวเม็กซิกันของริชาร์ดและซูซานจึงต้องหอบหิ้วเอาลูกๆ ของสองสามีภรรยาไปยังบ้านเกิดด้วยเพราะเธอเองมีนัดกลับไปงานเฉลิมฉลองและไม่อาจทิ้งเด็กๆ ไว้ที่บ้านเพียงลำพัง หากแต่เกิดเรื่องวุ่นวายที่ชายแดนเม็กซิโกเมื่อเธอพลัดหลงกับเด็กๆ ในทุ่งร้าง พร้อมกันนั้น ตำรวจออกตามหาเจ้าของปืนที่แท้จริงและพบว่าเจ้าตัวอยู่ที่ญี่ปุ่น หากเมื่อไปถึงเขากลับเจอ ชิเอโกะ (รินโกะ คิคุจิ) เด็กสาวใบ้ผู้อัดอั้นร้าวรานในชีวิต

ฉานชวนหวิวและชวนเหวอของเรื่องที่ทางการจีนตัดสินใจหั่นออกไม่เหลือสักฉากคือการปรากฏตัวของชิเอโกะนี่เอง นับตั้งแต่ที่ร้านเกมเมื่อเธอ ‘ก่อกวน’ เด็กหนุ่มในร้านด้วยการถอดกางเกงในออกเหลือแต่กระโปรงนักเรียนแล้วนั่งอ้าขาอย่างจงใจ ตลอดจนฉากในอพาร์ตเมนต์ที่เธอปลดเปลื้องผ้าคลุมออกจากกาย อันสื่อความหมายได้นับร้อยพันโดยปราศจากคำพูด ผลคือเมื่อหนังเข้าฉายที่จีน ฉากเหล่านี้ก็โดนหั่นออกไปร่วมห้านาทีเลยทีเดียว (อย่างไรก็ตาม คุคิจิเข้าชิงออสการ์สาขาสมทบหญิงจากเรื่องนี้) โดยคิคุจิบอกว่า “การที่เธอเปลือยน่ะมันเหมือนกับเป็นการแสดงออกแบบสัตว์ เพราะมันเป็นทางเดียวแล้วที่เธอจะได้รับความสนใจจากคนอื่นบ้าง”

 

Lust, Caution (2007, หลี่อัง)

เจ้าของรางวัลสิงโตทองคำจากเทศกาลหนังนานาชาติเวนิส ดัดแปลงมาจากเรื่องสั้นชื่อเดียวกันของ จาง ไอหลิง ที่เล่าถึงความกดดันและตึงเครียดของประชาชนชาวเซี่ยงไฮ้ที่ตกอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่นระหว่างสงครามโลกครั้งที่สอง หวาง (ถัง เหว่ย) นักศึกษาสาวเข้าร่วมขบวนการต่อต้านกองทัพจักรวรรดิญี่ปุ่นกับ กวง (หวังลี่หง) ชายหนุ่มผู้มุ่งมั่นและรักประเทศสุดหัวใจ โดยทั้งสองมีเป้าหมายจะปลิดชีพ ยี่ (เหลียงเฉาเหว่ย) รัฐบาลหุ่นที่ทำงานให้ญี่ปุ่น แต่แผนกลับล้มเหลว เหล่านักศึกษาจึงกระจัดกระจายห่างหายไปจนกระทั่งอีกสามปีถัดมา หวางได้เจอกับยี่อีกครั้ง ก่อนจะพบว่าเขาคือสายลับคนสำคัญของรัฐบาลจีน เธอจึงสานสัมพันธ์กับเขาลึกซึ้ง นำมาสู่ฉากร่วมรักอันยาวนานและสมจริงสุดขีด ประกอบกับเนื้อเรื่องที่ผูกโยงกับการเมืองจีนอย่างแนบแน่นทำให้ตอนที่หนังเข้าฉาย หน่วยเซ็นเซอร์จึงเรียกร้องให้มีการตัดแต่ละฉากออกไปเยอะมากจนหายไปราวๆ เจ็ดนาที แถมหนักกว่านั้นคือ ฉากเซ็กซ์ที่ว่านี้ยังส่งผลให้นักแสดงสาวถัง เหว่ย โดนแบนจากสื่อจีนอย่างยาวนานเลยทีเดียว

 

Cloud Atlas (2012, ทอม ทีคเวอร์ กับพี่น้องวาชอว์สกี)

เรื่องราวที่ว่าด้วยการกลับชาติมาเกิดหลากหลายคาแร็กเตอร์ตั้งแต่ปี 1849 จนถึงอนาคตปี 2321 ทั้งเรื่องราวของเหล่าคนป่าไร้อารยธรรม, นักกฎหมายที่ออกเดินทางไกลมายังดินแดนแห่งใหม่, บรรณาธิการชราตลอดจนมนุษย์โคลนนิ่งที่ตั้งคำถามต่อการดำรงอยู่ของตนเอง และเจ้าหนังความยาวสามชั่วโมงเรื่องนี้ถูกรัฐบาลจีนตัดทิ้งไปร่วม 38 นาทีเต็ม (หรือนับเป็น 22 เปอร์เซ็นต์ของหนังเลยทีเดียว) เนื่องมาจากหนังนำเสนอฉากเกย์อย่างเปิดเผย นำแสดงโดย เบน วิชอว์ กับ เจมส์ ดาร์ซีย์ ซึ่งรับบทเป็นคู่รักที่ทุกข์ทรมานจากสภาพสังคมที่ไม่ยอมรับความสัมพันธ์ของพวกเขา หนึ่งในฉากสำคัญคือฉากที่พวกเขาตื่นมาคู่กันในเตียง ก่อนจะจูบลากันเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งต้องรีบออกจากที่พัก และเพื่อจะตัดปัญหาทั้งหมด จีนจึงตัดฉากที่มีเรื่องราวของทั้งสองทิ้งออกทั้งเรื่องในที่สุด

 

Love (2015, กัสปาร์ โน)

หนังร่วมสองสัญชาติ (ฝรั่งเศส – เบลเยี่ยม) สุดร้อนฉ่าของป๋ากัสปาร์ โน เมื่อวันหนึ่ง เมอร์ฟี (คาร์ล กลุสแมน) หนุ่มอเมริกันหน้าตาดีได้รับข่าวว่า อิเล็กตรา (อาโอมิ มูย็อค) แฟนเก่าที่เขาเคยมีสัมพันธ์ด้วยตั้งแต่สมัยไปใช้ชีวิตอยู่ที่กรุงปารีส, ฝรั่งเศส เกิดหายตัวไปอย่างลึกลับ เมอร์ฟีพยายามนึกถึงเรื่องราวของเธอแต่กลับนึกออกแต่เพียงท่วงทำนองรักที่พวกเขาบรรเลงใส่กันไม่ยั้งในทุกที่ทุกเวลาสมัยยังหนุ่มสาว ราวกับว่านั่นคือความทรงจำที่ชัดเจนที่สุดที่เขามีต่อเธอ 

โนขับเน้นความเร่าร้อนด้วยแสงและสีบาดตา บวกกับการแสดงแบบทุ่มหมดหน้าตักของเหล่านักแสดงนำ ที่ดุเดือดสุดขีดและเห็นกันทุกมุม โดยเฉพาะกับการจับจ้องไปยังอวัยวะแต่ละส่วนของตัวละคร (และท่าทางต่างๆ ทั้งการใช้นิ้ว, การใช้ปาก เป็นต้น) มิหนำซ้ำยังเป็นการร่วมรักกันมากกว่าสองคนขึ้นไป ทำให้ฉากเซ็กซ์ในหนังถูกกล่าวถึงอย่างมากหลังออกฉายว่ามันแสนจะสมจริง รุนแรงและวาบหวามสุดขีด 

 

Alien: Covenant (2017, ริดลีย์ สก็อตต์)

อย่าเพิ่งประหลาดใจว่าหนังที่พูดถึงการออกสำรวจดวงดาวอันไกลโพ้นในอวกาศจะถูกแบนเพราะเรื่องทางเพศได้อย่างไร เพราะในหนังก็ไม่ได้มีอะไรชวนวาบหวิวสักนิด นั่นเพราะฉากสำคัญที่โดนตัดออกไปคือฉากที่ วอลเตอร์ (ไมเคิล ฟาสส์เบนเดอร์) หุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ที่มากับคณะเดินทางของมนุษย์ เข้าไปแลกเปลี่ยนถกเถียงกับ เดวิด (ฟาสส์เบนเดอร์เช่นกัน) หุ่นยนต์อีกตัวที่อยู่บนดาวเคราะห์ประหลาด โดยเดวิดนั้นเชื่อว่าหุ่นยนต์อย่างเขาและวอลเตอร์มีความเป็นมนุษย์ไม่น้อยไปกว่าสิ่งมีชีวิตคนอื่นๆ ที่เดินทางมาในยานอวกาศ ทั้งยังอาจจะเหนือกว่านั้นเพราะพวกเขาไม่เจ็บ ไม่ตาย และไม่ถูกรุกรานโดย ซีโนมอร์ฟ สิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์อำมหิตที่กัดกินมนุษย์คนอื่นๆ เดวิดจึงพยายามโน้มน้าววอลเตอร์ให้เชื่อว่า ปัญญาประดิษฐ์อย่างพวกเขานั้นเป็นได้มากกว่าแค่ผู้ติดตาม ก่อนจะเข้าไปประกบปากกับวอลเตอร์อย่างเงียบเชียบ ซึ่งฉากนี้เองที่เป็นเหตุผลสำคัญให้ทางการจีนตัดมันออกเนื่องจากมองว่าเป็นภาพแทนของฉากเกย์นั่นเอง