Joker The Hangover ท็อดด์ ฟิลลิปส์

ท็อดด์ ฟิลลิปส์ ก่อนมากำกับ Joker เขาเคยกำกับ The Hangover มาก่อน (จริงดิ!?)

Home / bioscope, Bioscope focus / ท็อดด์ ฟิลลิปส์ ก่อนมากำกับ Joker เขาเคยกำกับ The Hangover มาก่อน (จริงดิ!?)

ปลายปี 2018 เมื่อค่ายวอร์เนอร์ส บราเธอร์ส ประกาศสร้างหนังที่หลายคนตั้งตารอคอยอย่าง Joker (2019) -เรื่องราวของนักแสดงตลกสุดขมขื่นที่กลายมาเป็นอาชญากรแห่งเมืองก็อตแธม- ก็มีคำถามของหลายๆ คนแว่วมาให้ได้ยินเป็นระลอกทันทีที่ประกาศชื่อผู้กำกับ ว่าหนังมันจะออกมารูปไหนกัน เพราะนี่เป็นหนังธริลเลอร์-ดราม่าแห่งยุคที่เรียกเลือดเรียกเนื้อจากทั้งนักแสดงและผู้กำกับมาแล้วมากต่อมาก… แล้วดันเอา ท็อดด์ ฟิลลิปส์ คนทำหนังบ๊องบวมสร้างชื่อจาก The Hangover (2009) มากำกับเนี่ยนะ!

แต่ตอนนี้ หลายคนที่เคยกังขาคงพิสูจน์ด้วยสายตาตัวเองไปแล้วว่า Joker ของฟิลลิปส์นั้นทรงพลังและชวนดำดิ่งมากแค่ไหน อันที่จริงมันไม่ใช่เพียงหนังดราม่าที่พูดถึงชีวิตชายคนหนึ่งในเมืองทรุดโทรมเท่านั้นด้วยซ้ำ หากแต่บวกกับการแสดงของ ฮัวคิน ฟีนิกซ์ ผู้มารับบทเป็น อาเธอร์ เฟล็ค นักแสดงตลกผู้สร้อยเศร้าและกลายมาเป็นอาชญากรคนสำคัญของเมืองก็อตแธม ยิ่งทำให้ Joker เวอร์ชั่นนี้คุกคามและเดือดดาลมากกว่าที่หลายคนเตรียมใจไว้เสียอีก

อันที่จริงเราก็พอเข้าใจได้ถึงสายตาไต่ถามของแฟนๆ หนังเมื่อเห็นรายชื่อของฟิลลิปส์ในฐานะผู้กำกับ เพราะก่อนนี้เขาเป็นที่รู้จักจากการทำหนังคอมิดี้อารมณ์ดีอย่าง Road Trip (2000), Old School (2003) และไตรภาค  The Hangover จึงกล่าวได้ว่าเรื่องราวของตัวตลกที่เป็นศัตรูตัวฉกาจของแบตแมนนี้เป็นหนังดราม่าเรื่องแรกที่เขาได้ลงมือกำกับ

แต่ถ้าเราสังเกตดูให้ดี คงพบว่าในหนังคอมิดี้บ๊องบวมของฟิลลิปส์นั้นล้วนแล้วแต่มีองค์ประกอบของความดำมืดคุกคามบางอย่างแทรกอยู่เสมอ อย่างที่เขาเคยบอกไว้ “หนังทุกเรื่องของผมมันมีความดำมืดอยู่ในนั้น จะเล็กๆ น้อยๆ แต่มันก็มีเสมอแหละ” ทั้งเรื่องของนักศึกษาที่กระสันอยากลองเปิดประสบการณ์เสียวกับสาวๆ และแลกมาด้วยเรื่องราวชวนสติแตกอย่างเซ็กซ์เทปซึ่งผิดกฎหมายใน Road Trip, กลุ่มชายวัยกลางคนที่หวนรึกลึกอดีตอันรุ่งโรจน์และไม่มีทางหวนคืนกลับมาอีกครั้งตลอดกาลจาก Old School ตลอดจนเรื่องหายนะสารพัดใน  The Hangover ที่ว่าด้วยกลุ่มคนขี้เมาที่ระเบิดฟอร์มร้อนแรงหลังแอลกอฮอลเข้าปาก และตื่นมาโดยจำอะไรไม่ได้เลยสักนิดเพื่อจะพบว่ามีเรื่องให้ต้องตามสะสางปัญหาที่พวกเขาก่อกันตอนเมายาวเหยียด

“สำหรับผม The Hangover มันมีความดำมืดตึงเครียดของมันอยู่นะครับ” ฟิลลิปส์บอกอย่างสุขใจ “เพราะมันว่าด้วยเรื่องของคนหายหรือมีเรื่องวินาศอะไรสักอย่างที่มองยังไงก็ไม่ตลกเลยอยู่ในเนื้อเรื่องเสมอ ซึ่งผมชอบมากๆ แถมคนดูยังหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังกับมันเสียยิ่งกว่าที่พวกเขาเคยหัวเราะใน Old School อีกนะ”

ฟิลลิปส์ตั้งต้นการเป็นคนทำหนังตั้งแต่วัยรุ่นด้วยการเลือกเข้าศึกษาต่อที่สถาบันภาพยนตร์ในมหาวิทยาลัยนิวยอร์ค และพบว่าตัวเองไปได้ไม่สวยกับการเรียนนัก “ผมจำได้ว่าตอนเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์คใหม่ๆ ผมเพิ่งอายุ 18 เอง แล้วนักศึกษาทุกคนก็เอาแต่เขียนบทกัน ซึ่งบทพวกนี้ก็ต้องดึงมาจากประสบการณ์ที่เราผ่านมาในชีวิตทั้งนั้น คือมันอาจจะฟังดูเลี่ยนๆ นะ แต่ผมรู้สึกในตอนนั้นผมไม่มีเรื่องราวอะไรมากพอจะไปเขียนบทหนังได้เลย” เขาว่า และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาลาออกมาเสียก่อนและลงมือกำกับหนังที่ไม่จำเป็นต้องเขียนบทจากชีวิตตัวเองอย่างหนังสารคดี Hated: GG Allin & the Murder Junkies (1993) สารคดีพังค์ร็อคเดือดดาล และใช้เวลาอีกนานหลายปีกว่าจะลองทำหนังเล่าเรื่องที่ก็ว่าด้วยกลุ่มผู้ชายที่ทำเรื่องเลอะเทอะแล้วพาตัวเองไปอยู่ในสถานการณ์เละเทะ

“ผมชอบความวุ่นวายน่ะ” ฟิลลิปส์บอกง่ายๆ “การตัดสินใจผิดๆ มันนำไปสู่การทะเลาะวิวาทซึ่งก็คือความวุ่นวายนั่นแหละ ผมแค่ชอบความวุ่นวายแบบนี้ ชอบที่มันอยู่ในชีวิตของผมเอง ชอบที่มันอยู่ในหนังที่กำกับ ชอบที่จะได้บันทึกมันลงในแผ่นฟิล์ม”

ก็อาจจะเป็นอย่างนั้น เพราะแม้แต่ใน Joker เราก็จะพบว่าองค์ประกอบหลักของหนังที่ผลักดันให้ตัวละครอาเธอร์ เฟล็คบ้าคลั่งในท้ายที่สุดคือความโกลาหล อันนำไปสู่สังคมอนาธิปไตยไร้กฎระเบียบที่เขาโหยหาและจลาจลกลางเมืองที่ไม่อาจยับยั้ง “เวลาคุณทำหนังสักเรื่องที่ว่าด้วยชีวิตของคนหนึ่งคนน่ะ องค์ประกอบทุกอย่างในหนังมันกลายเป็นตัวละครได้หมดแหละถ้ามีเหตุผลมากพอ ฉะนั้น ดนตรี สถานที่ ฉากและช่วงเวลาจึงเป็นตัวละครหนึ่งของเรื่องนี้เลย มันส่งผลกระทบต่ออาเธอร์ เฟล็คทุกมิติ” ฟิลลิปส์อธิบาย “และว่าไป ผมก็ไม่เคยทำหนังที่เล่าเรื่องคนคนเดียวแบบนี้มาก่อนด้วย ที่ผ่านมาผมทำหนังที่พูดถึงกลุ่มเพื่อน เรื่องมิตรภาพ แต่พอต้องมาทำหนังที่พูดถึงตัวละครเพียงตัวเดียวและต้องใช้นักแสดงนำเพียงคนเดียว ก็เป็นเรื่องใหม่ๆ สำหรับผมเหมือนกัน”