gay IT Chapter Two LGBTQ

IT Chapter Two เรื่องของเกย์ เพศสภาพและทางเลือก

Home / bioscope, Bioscope focus / IT Chapter Two เรื่องของเกย์ เพศสภาพและทางเลือก

เมลลอนแค่ออกมาเที่ยวสวนสนุกกับคนรักหนุ่มของเขา พวกเขายิงเป้าได้รางวัลเป็นตุ๊กตาและมอบมันให้เด็กผู้หญิงที่มีปานบนใบหน้า คล้อยหลัง ชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่กระชากเขาทั้งคู่ลงถนน หวดด้วยกำปั้นและรองเท้าผ้าใบจนเลือดอาบ เมลลอนสู้จำนวนคนของอีกฝ่ายไม่ได้และไม่แข็งแรงพอที่จะทำอย่างนั้น เขาเป็นหอบ และก่อนที่จะคว้ายาพ่นมาอัดเข้าหลอดลมตัวเอง เขาก็ถูกกระทืบซ้ำอีกครั้ง พร้อมถูกลากไปที่สะพาน ใครสักคนโยนเขาลงไป

ท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยวกราก ใครบางคนยืนอยู่ตรงนั้น หน้าตาเหมือนตัวตลกอัปลักษณ์ที่ยื่นมือมาคว้าตัวเขาไว้ เมลลอนที่ปวกเปียกและบอบช้ำถูกลากขึ้นบก เป็นครั้งสุดท้ายที่เขาได้เห็นลูกโป่งสีแดงลอยอยู่ลิบๆ

ตัวตลกอ้าปากกว้าง แล้วกัดร่างซีกซ้ายของเขาหายจมเขี้ยว

IT Chapter Two ของ อันเดรส มุสชิเอตติ เปิดตัวด้วยความสยดสยองและหดหู่สุดขีดราวจะเป็นการประกาศว่า หนังเรื่องนี้กำลังพูดถึงการกีดกันความหลากหลายทางเพศและการเลือกปฏิบัติ ด้วยการให้ตัวละครเกย์สองคนถูกรุมซ้อมปางตาย มิหนำซ้ำยังให้ ซาวีเยร์ โดลอง คนทำหนังชาวฝรั่งเศสที่เปิดตัวว่าเป็นเกย์มาอย่างยาวนาน มาแสดงรับเชิญด้วยการรับบทเป็นเมลลอนด้วย

หากว่าภาคก่อน It (2017) พูดถึงการข้ามวัยของเขาตัวละครเด็กๆ กลุ่มขี้แพ้ ที่รู้ดีว่า เพนนีไวส์ ตัวตลกปีศาจคร่าชีวิต จอร์จี เด็กชายคนเล็กสุดในกลุ่มไปอย่างโหดร้ายและหมายจะเอาชีวิตพวกเขาไปด้วย ทั้งหมดร่วมแรงกันปราบเพนนีไวส์ให้เงียบหายไปได้ระยะหนึ่ง ก่อนที่มันจะกลับมาอีกครั้งใน 27 ปีถัดมา เมื่อพวกเขาล้วนโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว หากแต่ยังกลบฝังปมเขื่องในใจไว้อย่างยาวนาน

บิลล์ (เจมส์ แม็กอะวอย) คือพี่ชายที่เสียจอร์จีไปตั้งแต่ยังเด็ก เขาทำใจรับเรื่องนี้ไม่ได้ไม่ว่าเวลาจะผ่านมานานแค่ไหน สำหรับบิลล์แล้ว ความตายของจอร์จีเกิดจากการที่เขาไม่ยอมออกไปเล่นกับน้องในวันที่ฝนพรำเมื่อ 27 ปีก่อน และมองดูน้องเดินหายไปกับสายฝนในเสื้อคลุมสีเหลืองติดตา

เบฟ (เจสสิกา เชสเทน) หญิงสาวผมแดงเพลิงที่ถูกพ่อทารุณกรรมตั้งแต่ยังเด็ก และไม่อาจหลีกหนีภาวะไร้ตัวตนของตัวเองได้เลยจนต้องยอมแต่งงานกับสามีที่เอาแต่ทำร้ายและข่มขืนเธอ

ไมค์ (อิสยาห์ มุสตาฟา) เด็กหนุ่มที่ฝันอยากออกจากเมืองเดอร์รีบ้านเกิดไวๆ แต่แล้วกลับติดอยู่ในนี้พร้อมฝันร้ายว่าเขาคือคนขังพ่อแม่ตัวเองในกองเพลิงเมื่อหลายสิบปีก่อน

เบน (เจค ไรอัน) อดีตเด็กใหม่ของเดอร์รีร่างอ้วน ที่เติบโตมากลายเป็นนักธุรกิจรูปหล่อและสุขุม หากแต่เรารับรู้ได้ว่าเขามีอาการกลัวที่แคบอย่างรุนแรงจากการอาศัยอยู่ในห้องโปร่งโล่ง กรุกระจกรอบด้าน กับการออกความเห็นในที่ประชุมให้ขยายพื้นที่ทางเดินไม่ให้เหมือนคุก

สแตนลีย์ (แอนดี บีน) เด็กชายผู้เงียบขรึมและเปราะบาง เขาเล่าว่ามีบางอย่างในตัวเขาที่ ‘แปลกไป’ นับจากการเผชิญหน้ากับเพนนีไวส์เมื่อ 27 ปีก่อน และเพื่อจะจบปัญหานี้ สแตนลีย์จึงเลือกหนีไปพร้อมกับรอยกรีดข้อมือแผลใหญ่ในอ่างน้ำแทน

เอ็ดดี (เจมส์ แรนซัน) เติบโตมาเป็นชายหวาดระแวงเชื้อโรคขึ้นสมองเหมือนเดิม จากวัยเด็กที่เรารับรู้ได้ว่าเขาอยู่กับแม่จอมบงการจนไม่เปิดพื้นที่ให้เอ็ดดีได้คิดอะไรอย่างอิสระ จนมีอาการหวาดระแวงเกินเหตุและเฝ้าโทษตัวเองว่าเขาต้องทำให้แม่ผิดหวังในเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างแน่นอน

และ ริชชี (บิลล์ ฮาเดอร์) เด็กแว่นที่กลายมาเป็นผู้ใหญ่ปากร้าย นักทอล์คโชว์คนดังที่เล่นมุกสัปดน การกลับมาเมืองเดอร์รีในอีก 27 ปีของเขาทำให้เขาต้องเผชิญหน้ากับความลับที่เฝ้าปกปิดไว้มาตลอดตั้งแต่เติบใหญ่… เขาเป็นเกย์

แน่แท้ว่าในเวอร์ชั่นหนังสือของ สตีเฟน คิง นั้นไม่ได้มีการระบุว่าใครในกลุ่มนี้เป็นเกย์บ้าง ตัวละครที่เป็นเกย์จึงเกิดจากการตีความของมุสชิเอตติเป็นหลัก และออกมางดงามเสียจนคิง -ที่ขึ้นชื่อลือชาว่าเกลียดการที่คนทำหนังเอาหนังเขาไปดัดแปลงตีความตามใจชอบ- ออกปากชมเชย “ผมไม่ได้เขียนบอกหรอกว่าใครเป็นยังไงบ้าง แต่ผมต้องบอกเลยนะว่าการตีความแบบนี้มันเจ๋งมากๆ เพราะทุกอย่างที่เกิดขึ้น มันเชื่อมร้อยกับภาคแรกได้หมดเลย”

จาก It เราคงพอเห็นเส้นความสัมพันธ์ระหว่างริชชีและเอ็ดดีที่ชัดเจนพอสมควร แม้จะทุ่มเถียงกันแทบตลอดเวลา แต่พวกเขากลับเข้าอกเข้าใจและผ่อนปรนต่อกันเสมอ ถึงขั้นที่ริชชียอมทะเลาะกับบิลล์หลังการเผชิญหน้ากับเพนนีไวส์ทำให้เอ็ดดีบาดเจ็บหนัก และจากภาคนี้ เราคงใจสลายเมื่อเห็นว่าริชชีเดินกลับไปยังสะพานแห่งนั้น เพื่อแกะสลักรายชื่อที่เขาไม่เคยใจกล้าพอจะเขียนมันให้จบในวัยเด็ก นั่นคือ R+E หรือริชชีกับเอ็ดดีนั่นเอง ตัวริชชีอาจมองเอ็ดดีเป็นรักแรกและไม่กล้าบอกด้วยเหตุผลหลายๆ ประการ ตลอดจนรู้ตัวดีว่าเขามีเพศสภาพแบบไหนแต่ก็เลือกจะปกปิดมันมาโดยตลอดหลังจากที่ถูกกลุ่มเด็กเกเรล้อเลียน

กับเอ็ดดีเอง เราไม่อาจรู้รายละเอียดของเขาชัดเจนนักแต่ก็พอเดาได้ว่า เขาเติบโตมาอย่างน่าเศร้าเพียงไหน อาการหวาดวิตกต่ออันตรายและเชื้อโรค ตลอดจนภาพหลอนที่เพนนีไวส์สร้างขึ้น ชี้ให้เห็นว่าเขาหวาดกลัวว่าจะทำให้แม่ผิดหวังอยู่เสมอ (แม่ตะโกนด่าว่าเขาที่ช่วยแม่ออกมาจากเตียงไม่ทัน) จึงเป็นไปได้ว่าตัวละครเอ็ดดีนั้นโตมาโดยแทบไม่เคยได้เลือกอะไรเองเลยเนื่องจากอยู่ใต้ร่มเงาของแม่ผู้เป็นที่รักเสมอ และด้วยเหตุนี้ ก็อาจจะเดาได้อีกเหมือนกันว่า เขาแทบไม่เคยตั้งคำถามกับความรักและความต้องการของตัวเองเลยว่าต้องการอะไร จนเมื่อเขาบอกเพื่อนๆ ว่าเขาแต่งงานแล้วกับหญิงสาวคนหนึ่ง ริชชีถึงขั้นตะโกนอย่างไม่เชื่อหูตัวเองว่า “นายเนี่ยนะ!” ก่อนริชชีจะกลบเกลื่อนในเวลาต่อมาว่า ทุกวันนี้เขายังแอบช่วยตัวเองด้วยรูปแฟนสาวของเพื่อนสนิทอยู่เลย (…)

“ผมพอรู้อยู่บ้างว่าคนเดาๆ ว่าริชชีน่าจะเป็นเกย์ แต่ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเขาเป็นเกย์ไหม” ฮาเดอร์ผู้รับบทเป็นริชชีอธิบาย “จะมีก็แค่เรื่องราวในหนังสือที่บอกเป็นนัยๆ เท่านั้นเอง สตีเฟน คิงบอกว่าเขาไม่เคยคิดถึงประเด็นนี้ก็จริงแต่ดูเหมือนเขาจะชอบที่คนตีความแบบนั้นอยู่ ผมเลยคุยกับแอนดียาวมากๆ เลย

“แต่เอาเข้าจริงๆ นะ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เขาจะเข้าใจในตัวเอง และยอมรับตัวตนได้ว่าเขาเป็นใคร”

จึงไม่แปลกหากคนดูจะใจสลายเมื่อเห็นเอ็ดดี -ที่รวบรวมความกล้าช่วยริชชีออกมาจากความเป็นความตายได้ด้วยการปาหอกเข้าใส่เพนนีไวส์- ถูกสังหารอย่างเลือดเย็นในถ้ำแห่งนั้น โดยมีริชชีฟูมฟายไม่ห่างกับประโยคสุดท้ายที่เอ็ดดีกระซิบไว้ว่า “ฉันอึ๊บแม่นายว่ะ”

“ผมสนใจความสัมพันธ์บางอย่างที่เกิดขึ้นระหว่างตัวละครทั้งสอง บางอย่างที่พวกเขาเองไม่เคยได้พูดออกมาจริงๆ หรือแม้แต่ไม่ได้รับการสนองตอบจากเอ็ดดีเสียด้วยซ้ำ” มุสชิเอตติเล่า “ในมุมมองของเรา ริชชีเป็นเกย์และสร้างบุคลิกบางอย่างขึ้นมาปิดบังตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง เพราะเขาพยายามซ่อนเรื่องนี้อยู่เสมอมานับจากวันที่เขาถูกกลั่่นแกล้งและล้อเลียนเรื่องนี้ มันสร้างบาดแผลให้เขาลึกล้ำมากนะครับในวันที่เขาเปิดเผยความเป็นตัวเองแล้วถูกล้อกลับมาให้ได้อาย และนับจากนั้น ชั่วชีวิตของเขา ริชชีก็แทบไม่เปิดเผยเรื่องนี้อีกเลย และคุณคงเห็นจากตอนต้นเรื่องแล้วว่าเขาพยายามปิดบังเรื่องนี้ด้วยการเล่นมุกตลกใต้สะดือว่าเขาช่วยตัวเองจากรูปแฟนสาวของเพื่อนสนิทที่เห็นจากเฟซบุ๊ค”

It Chapter Two จึงเป็นหนังเฮอร์เรอร์-ธริลเลอร์ ที่สะท้อนความเจ็บช้ำของเหล่าคนหลากเพศ ในโลกที่พวกเขาต้องเลือกว่าจะเปิดเผยตัวตนแล้วถูกทำร้ายอย่างเมลลอน หรือปิดบังตัวตนแล้วมีชีวิตต่อไปแบบเต็มไปด้วยบาดแผลเหมือนริชชี… และในโลกที่เต็มไปด้วยการกีดกันความรักของผู้อื่นเช่นนี้นั้น สำหรับพวกเขาแล้วมันคงไม่ต่างจากการเผชิญหน้ากับเพนนีไวส์ตลอดชีวิตเลยทีเดียว