Friday the 13th ศุกร์ 13

อาถรรพ์ ‘ศุกร์ 13’ แสนสยองของ เจสัน วอร์ฮีส์ นักฆ่าผู้รักมารดาเป็นอย่างยิ่ง

Home / bioscope, Bioscope focus / อาถรรพ์ ‘ศุกร์ 13’ แสนสยองของ เจสัน วอร์ฮีส์ นักฆ่าผู้รักมารดาเป็นอย่างยิ่ง

“เจสันคือลูกฉัน และวันนี้เป็นวันเกิดเขา!”

ประโยคอันกราดเกรี้ยวและสิ้นหวังของ คุณนายวอร์ฮีส์ จากภาพยนตร์ทุนต่ำ Friday the 13th (1980, ฌอน เอส คันนิงแฮม) กลายเป็นหนึ่งในประโยคที่ทรงพลังและได้รับการจดจำมากที่สุดครั้งหนึ่งในซีรีส์หนังชุดนี้ และจากหนังทุนสร้างเพียงเจ็ดแสนเหรียญฯ มันก็กวาดรายได้แบบถล่มทลายไปที่ 60 ล้านเหรียญฯ ในปีที่ออกฉาย… พร้อมเริ่มต้นตำนาน ‘ศุกร์ 13’ อันสยดสยองขึ้นมาด้วย

อันที่จริง ตามความเชื่อของชาวตะวันตก หมายเลข 13 นั้นเป็นหมายเลขอัปมงคลจนหลายคนเกลียดกลัวและหลีกเลี่ยงจะพูดถึงหมายเลขนี้ ดังที่โรงแรมหรือสำนักงานบางแห่งไม่ยอมให้มีชั้น 13 แต่จะแทนด้วยหมายเลขอื่นแทนเพื่อความโชคดี หรือมันอาจสั่นประสาทบางคนจนได้รับชื่อโรคไปว่า triskaidekaphobia หรือโรคกลัวหมายเลข 13 ดูเหมือนความเชื่อนี้จะมีมาตั้งแต่ยุคกลาง จากเรื่องราวอาหารมื้อสุดท้ายของพระเยซูที่มีคนร่วมโต๊ะด้วยกัน 13 คนในวันพฤหัสก่อนหน้าวันศุกร์ประเสริฐ (Good Friday) ก่อนที่ยูดาสจะทรยศพระองค์ ทำให้เลข 13 ในความหมายของชาวตะวันตกนั้นนำมาซึ่งความตายและอับโชค

มีบันทึกเมื่อปี 1869 ของ เฮนรี เอ็ดเวิร์ดส์ นักเขียนชาวอังกฤษที่เขียนถึงการตายของ เกาชิโน รอสซินี นักประพันธ์เพลงชาวอิตาลีที่เสียชีวิตในวันศุกร์ที่ 13 โดยในบันทึกนั้นระบุว่า “เขา (รอสซินี) ถูกห้อมล้อมไปด้วยญาติมิตรและคนสนิท และเช่นเดียวกันกับชาวอิตาเลียนทั้งหลาย เขาเชื่อว่าวันศุกร์คือวันอัปมงคลและหมายเลขสิบสามคือหมายเลขแห่งความโชคร้าย จนการตายของเขาได้รับการจดจำว่าเกิดขึ้นในวันศุกร์ที่ 13 เดือนพฤศจิกายน”

กลับมาที่เรื่องของแม่ลูกวอร์ฮีส์ Friday the 13th กลายเป็นหนังเฮอร์เรอร์หักมุมครั้งใหญ่ ไม่เพียงเท่านั้น มันยังก่อกำเนิดฆาตกรโหดตลอดกาลของโลกภาพยนตร์อย่างเจสัน วอร์ฮีส์ขึ้นมาอีกด้วย เดิมที เจสันเป็นเด็กผู้ชายขี้โรคที่เจ็บปวดจากภาวะโพรงสมองคั่งน้ำ เขาจึงมีร่างกายผอมโซและหัวที่โตผิดปกติ และด้วยตระหนักรู้ถึงความป่วยไข้ของลูกชาย พาเมลา วอร์ฮีส์ ผู้เป็นแม่จึงเลี้ยงเขาอย่างใกล้ชิดและแยกเขาออกมาจากเด็กคนอื่นๆ ในละแวกบ้านใกล้กับทะเลสาบคริสตัล ด้วยความใกล้ชิดเช่นนี้ ประกอบกับความอ่อนแอทางร่างกายและการไม่มีใครอื่นเลยในชีวิต เจสันจึงเชื่อฟังแม่แบบไม่มีเงื่อนไข

กระทั่งเมื่อพาเมลาต้องทำหน้าที่เป็นแม่ครัวให้แคมป์พักร้อนของเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งแถวทะเลสาบ เธอจึงไม่อาจอยู่ใกล้ชิดกับลูกชายได้ ทำให้เด็กคนอื่นๆ รุมกลั่นแกล้งเจสันที่ผิดปกติอย่างเห็นได้ชัดด้วยรูปลักษณ์และการเคลื่อนไหวที่ช้ากว่าเด็กรุ่นเดียวกัน จังหวะที่ครูที่ปรึกษาละสายตาไปมีเซ็กซ์ในป่า เด็กเกเรเหล่านี้จึงรวมหัวกันจับตัวเจสันแล้วโยนเขาลงทะเลสาบ และไม่มีใครพบเขาอีกเลย นำมาสู่การออกตามหาลูกชายอย่างบ้าคลั่งของพาเมลาผู้เป็นแม่

นั่นคือเส้นเรื่องสุดเซอร์ของ Friday the 13th ที่หักมุมจนคนดูในยุคนั้นตาค้าง ความสำเร็จของมันทำให้ผู้สร้างตัดสินใจทำหนังที่ว่าด้วยตัวละครอย่างเจสันอีกครั้ง ด้วยการสร้างเขาขึ้นมาใน Friday the 13th Part 2 (1981, สตีฟ ไมเนอร์) ปรากฏว่าเจสันรอดชีวิตจากการจมน้ำและอยู่อย่างสันโดษในป่ามานับแต่นั้น เขาเติบใหญ่มีร่างกายแข็งแรง หากแต่ยังมีอาการผิดปกติที่เห็นได้ชัดและเฝ้ามองหาพาเมลาผู้เป็นแม่เสมอ น่าเศร้าที่จนแม้เธอจะตายไปแล้ว พาเมลาก็ไม่เคยหาเจสันเจออีกเลย สิ่งเดียวที่ยังยึดเจสันให้อยู่ในโลกนี้ต่อไปได้จึงมีแค่เรื่องแม่ของเขาเท่านั้น

ในการออกล่าครั้งต่อๆ มาของเจสันเต็มไปด้วยเสียงกระซิบของแม่ที่ไม่มีตัวตน นั่นเพราะแม่คือแรงผลักเดียวของเขา เหตุนี้เองที่ยิ่งส่งให้หนังน่าสยดสยองขึ้นไปอีกเมื่อตัวละครอย่างเจสันนั้นอยู่นอกกรอบเหตุผลที่จะทำความเข้าใจได้ไปเสียแล้ว และทำให้เจสันกลายเป็นอสุรกายนักฆ่าที่ทรงพลังที่สุดของโลกภาพยนตร์ กับภาพลักษณ์ชายร่างสูงใหญ่ สวมหน้ากากฮ็อกกี้และถือเลื่อยไฟฟ้า

ในยุคหลังๆ รูปลักษณ์ของเจสันเปลี่ยนแปลงจนล้ำโลกมากขึ้น มีกระทั่งเป็นเจสันเวอร์ชั่นกึ่งหุ่นยนต์ที่อนุญาตให้เขาได้ล่าผู้คนอย่างโหดเถื่อนมากขึ้นกว่าเดิม หากแต่ย้อนกลับไปตอนแรกๆ เราก็คงไม่อาจลืมว่า เขาเป็นแค่เพียงเด็กชายในร่างผู้ใหญ่ที่จิตใจมีแต่แม่ -ซึ่งไม่มีชีวิตอยู่อีกต่อไปแล้ว- เพียงคนเดียวเท่านั้น