ครึกครื้น คึกคัก ประทับใจ เมื่อหนังกลางแปลง 3 มิติเยือนพิษณุโลกในงาน ‘ดูหนังเท่ เสน่ห์กลางแปลง (3 มิติ)’

Home / bioscope, Bioscope focus / ครึกครื้น คึกคัก ประทับใจ เมื่อหนังกลางแปลง 3 มิติเยือนพิษณุโลกในงาน ‘ดูหนังเท่ เสน่ห์กลางแปลง (3 มิติ)’

‘พี่มาก’ หวนกลับมารื้อฟื้นตำนานรักของเขาและ ‘นางนาค’ เมียรักแห่งทุ่งพระโขนงอีกครั้งใน ‘พี่มาก..พระโขนง’ (2013, บรรจง ปิสัญธนะกูล) ในวันเดียวกันกับที่ ‘ธานอส’ อาละวาดดีดนิ้วล้างบางจักรวาลแบบสามมิติ Avengers: Infinity War (2018, พี่น้องรุสโซ)

เช่นเดียวกับที่ ‘ไข่ย้อย’ กลับไปยืนบอกรัก ‘ดากานดา’ หมดหัวใจจาก ‘เพื่อนสนิท’ (2005, คมกฤษ ตรีวิมล) ต่อด้วยโลกมนุษย์สั่นสะเทือนเมื่อไดโนเสาร์วิ่งบุกทะลุจอหนังกันตัวเป็นๆ ใน Jurassic World (2015, โคลิน เทรวอร์โรว)

กล่าวกันได้ว่างาน ‘ดูหนังเท่ เสน่ห์กลางแปลง (3 มิติ)’ ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.), โมโนกรุ๊ป และ จังหวัดพิษณุโลก จับมือกันจัดงานเทศกาลใหญ่เพื่อเชิญชวนคนไปเที่ยวเมืองรอง กับสารพัดกิจกรรมที่นอกจากดูหนังกลางแปลงกันฟรีๆ ในระบบปกติและในระบบสามมิติแล้ว ยังมีการช็อปงานศิลป์, การชิมของอร่อย และการแชะภาพแบบชิลล์ๆ ริมแม่น้ำน่าน เรียกได้ว่าช็อปปิ้งกันอิ่มใจแล้วยังได้เดินไปดูหนังกันท่ามกลางสายลมของยามเย็นกลางสวนด้วย

และเราอยากชวนทุกท่านไปซึมซับบรรยากาศดีๆ ด้วยกันอีกสักครั้งในบทความนี้

ในวันเสาร์ที่ 7 กันยายนที่ผ่านมา ชาวพิษณุโลกและเมืองใกล้เคียงเข้ามาร่วมงานกันอย่างคึกคักตั้งแต่ช่วงลงทะเบียน เจ้าหุ่นยนต์ ‘บัมเบิลบี’ แห่งจักรวาล Transformers ที่ตั้งตระหง่านหน้าทางเข้าสวนกลางเมือง กลายเป็นจุดสนใจของชาวเมืองในทันที โดยมันเป็นเป้าหมายหลักในการ ‘แชะภาพ’ ก่อนที่ผู้คนจะค่อยๆ เดินไปเยี่ยมชม Art & Craft ที่รวมเอางานศิลปะทำมือเก๋ไก๋มาไว้ในที่เดียวกัน และ ‘ชิม’ เหล่าอาหารที่นำมาจัดวางขายอย่างคึกคัก โดยเฉพาะ ‘กล้วยแปรรูป’ ของขึ้นชื่อชาวพิษณุโลกที่กลายเป็นจุดเด่นของงานไปโดยปริยาย โดย คุณไพบูลย์ ณะบุตรจอม รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวเปิดงานอย่างรื่นเริงว่า “ผมติดตามดูช่อง MONO29 มาตลอดและเป็นแฟนคุณมาริโอ้ เมาเร่อด้วย”

คุณไพบูลย์ขยายความว่า โดยส่วนตัวแล้วเขาเป็นแฟนหนังและเคยสัมผัสประสบการณ์ร่วมหนังกลางแปลงมาตั้งแต่ยังเด็ก “ผมชอบดูหนังอยู่กับคนฉาย ไม่ชอบนั่งหน้าจอ ผมชอบดูคนพากย์แล้วก็รอเก็บฟิล์มหนังที่เขาตัดๆ ไว้ เอามาสะสมเหมือนฉายหนังของตัวเอง (หัวเราะ) นั่นเป็นหนังกลางแปลงแบบสมัยเก่าเลยนะ

“พิษณุโลกดังเรื่องกล้วยตากมากๆ ลองหาชิมในงานได้นะครับ เมื่อมาเที่ยวแล้วก็อยากให้กลับมาเที่ยวเมืองสองแควแห่งนี้อีกครั้งนะครับ” เขาว่า “ฉะนั้น จังหวัดพิษณุโลกก็ต้องขอบคุณ ททท.และช่อง MONO29 ด้วยครับ”

และไฮไลต์เด็ดของงานเริ่มขึ้นเมื่อ มาริโอ้ เมาเร่อ กับ โต้ง-บรรจง ปิสัญธนะกูล นักแสดงนำและผู้กำกับจาก ‘พี่มาก..พระโขนง’ ที่มาร่วมงาน ‘ดูหนังเท่ เสน่ห์กลางแปลง (3 มิติ)’ กับเราที่พิษณุโลกอย่างร่าเริง โดยหนังที่ว่าด้วย พ่อมาก (มาริโอ้) ชายหนุ่มที่ถูกเกณฑ์ไปรบทั้งที่ อีนาค (ดาวิกา โฮเน่ร์) เมียรักกำลังตั้งท้องแก่ และเมื่อเขารอดชีวิตจากสงครามพร้อมกับเพื่อนรักอีกสี่คนได้ ก็พบว่าทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปหมดสิ้น จะมีก็เพียงความรักของนางนาคเท่านั้นที่ยังคงเดิม… โดยไม่รู้เลยว่าเพื่อนๆ ของเขานั้นจับสังเกตความผิดปกติบางอย่างได้ ว่าแท้จริงแล้ว นาคอาจกำลังปิดบังอะไรบางอย่างจากพวกเขาอยู่

ขณะที่โต้ง-บรรจงและมาริโอ้ เล่าถึงประสบการณ์การถ่ายทำหนัง ‘พี่มาก..พระโขนง’ อย่างออกรส “หลายๆ โลเคชั่นในหนังเรื่องนี้ก็ไปถ่ายตามเมืองรองในไทยนะครับ อย่างเช่นบ้านนางนากกับเพื่อนๆ แก๊งสี่คนก็ไปถ่ายที่อัมพวา สมุทรสงคราม คือเราอยากได้บ้านโบราณๆ แล้วล่องเรือเป็นวันๆ จนเจอโค้งน้ำแล้วสร้างบ้านขึ้นมา มันลับแลพอสมควรเลย

“คือตอนที่ถ่ายทำผมก็กังวลนะ คือโปรดักชั่นมันใหญ่ แต่พอทุกคนเข้าฉากแล้วทุกอย่างมันดูง่าย ง่ายจนเราตกใจเหมือนกันว่ามันขนาดนี้เลยเหรอ แล้วมันตลกจนเราขำแล้วเสียงเข้ากล้อง (หัวเราะ)”

“โอ้ไปโค้งน้ำนั้นครั้งแรกเหมือนกัน” มาริโอ้เสริม “พี่โต้งบอกว่าบ้านประมาณนี้ๆ แล้วไปเจอหลังจริงก็ประทับใจมาก เขาสร้างจริงทั้งหลังเลยครับ ผมว่ามันน่าสนใจนะ บ้านเรามีสถานที่แบบนี้เยอะนะครับ อยากให้ไปเที่ยวกันเยอะๆ ครับ

“ตัวโอ้เองอยากดูหนังกลางแปลงอีกนะเพราะมันไม่ได้หาดูง่ายๆ เราอยากให้จัดงานดีๆ แบบนี้ในเมืองรองเยอะๆ นะครับ”

และนั่นคือเรื่องราวก่อนที่ ‘พี่มาก’ จะโลดแล่นไปหา ‘นางนาค’ พร้อมสี่สหายในภาพยนตร์จะฉายขึ้นอีกครั้ง ตามด้วย Avengers: Infinity War ที่คนดูล้วนตื่นตาตื่นใจกันสุดขีดเมื่อ ‘ฝุ่นผง’ จากการสแน็ปของธานอสนั้นลอยละลิ่วออกมาจากจออย่างสมจริงผ่านระบบสามมิติอันน่าตื่นตาตื่นใจ

ตามมาด้วยวันที่ 8 กันยายน ที่ราวกับจะคึกคักขึ้นกว่าเดิมเมื่อประชาชนทยอยเข้ามาร่วมงานนับพัน (กรี๊ดดด) ยิ่งแดดอ่อนแรงลง ผู้คนเริ่มเข้ามาจับจองพื้นที่ว่างกลางสวนเพื่อดูวงดนตรีโรงเรียนจ่านกร้อง จ.พิษณุโลกขึ้นแสดงบนเวที และเต้นกันสุดฤทธิ์เมื่อพวกเขาเลือกปิดโชว์ด้วยเพลง เลิกคุยทั้งอำเภอเพื่อเธอคนเดียว ก่อนที่บรรยากาศจะยิ่งคึกคักกว่าเดิมเมื่อนักแสดงสาว นุ่น – ศิรพันธ์ วัฒนจินดา เจ้าของบท ‘ดากานดา’ ในหนัง ‘เพื่อนสนิท’ กับผู้กำกับคนเก่ง เอส – คมกฤษ ตรีวิมล ขึ้นบนเวทีเพื่อรำลึกถึงถ่ายทำหนังที่ว่าด้วยเพื่อนรักเพื่อนอันบาดใจทว่าก็อบอุ่นเมื่อ 14 ปีก่อนอย่างออกรส 

เช่นเดียวกับ ‘พี่มาก.. พระโขนง’ หนังเพื่อน(แอบ)รักเพื่อนก็ถ่ายทำที่ต่างจังหวัดเป็นหลัก เนื่องจากมันว่าด้วยนักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดากานดาและ หมู (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) เพื่อนสนิทที่ฝ่ายหลังรู้สึกกับอีกคนมากกว่าเพื่อน ตัดสลับกับช่วงเวลาที่เขาออกเดินทางไปยังเกาะพะงันเพื่อซ่อมแซมหัวใจตัวเองจนได้รู้จักกับ นุ้ย (เอ๋-มณีรัตน์ คำอ้วน) พยาบาลสาวชาวใต้ที่คอยดูแลเขาอย่างจริงใจ

หนังดัดแปลงมาจากหนังสือเรื่อง กล่องไปรษณีย์สีแดง ที่เอส-คมกฤษชื่นชอบเป็นการส่วนตัว และมันยังเปิดโอกาสให้เขาได้ไปถ่ายทำหนังที่ต่างจังหวัดด้วย “เราคิดว่าการไปทำงานต่างจังหวัดน่าจะเป็นเรื่องที่ดีและสนุกสำหรับเรา คือจริงๆ เราไม่ต้องถ่ายที่จริงก็ได้ เราหลอกถ่ายเอาก็ได้ แต่ด้วยความที่เราอยากไปเกาะพะงันจริง ก็ไป ถ้าถ่ายสมัยนี้ทางบริษัทคงไม่ให้ไปแล้วแหละ” เขาหัวเราะ “เพราะเราต้องขนอุปกรณ์ข้ามเรือไป แล้วไปสร้างงานวัดที่โน่น แล้วเกาะพะงันไม่เคยมีงานวัดมาก่อน (หัวเราะ) ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเพราะเราไม่รู้ว่ามันหลอกถ่ายได้”

“ส่วนใหญ่เราไม่ได้ถ่าย 24 ชั่วโมงนะคะ” นักแสดงนำสาวที่แจ้งเกิดจาก ‘เพื่อนสนิท’ เสริม “การไปต่างจังหวัดมันต้องมีสถานที่ท่องเที่ยว (หัวเราะ) เวลาเราออกกองต่างจังหวัดก็มีช่วงพักหนึ่งวันสองวัน เราก็จะได้เหมือนเที่ยวไปในตัว ไม่ใช่แค่ไปทำงานอย่างเดียว”

เอสหัวเราะ “นุ่นเป็นคนเชียงใหม่เลยเหมือนไม่ได้ไปไหนเลย เขาถ่ายหนังสามวัน อีกสี่วันไปถ่ายละครที่หรุงเทพฯ แต่เราไม่กลับไปด้วยเลยเที่ยวรอเขา วอร์มอัพอะไรแบบนี้”

‘เมืองรอง’ คือหัวใจหลักในการถ่ายหนังเรื่องนี้ อันเนื่องมาจากผู้กำกับต้องการหามุมสงบที่นักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่าน ขณะเดียวกันก็มีความเป็นท้องถิ่นอยู่ในตัว แม้จะไปถ่ายถึงเมืองใหญ่อย่างเชียงใหม่หรือสถานที่ท่องเที่ยวอย่างเกาะพะงัน พวกเขาก็เลือกที่เล็กๆ ห่างไกลจากแหล่งท่องเที่ยวหลักเป็นโลเคชั่นในการถ่ายทำ “ที่พะงันนี่ธรรมชาติมาก เราไม่ได้ไปถ่ายตามแหล่งท่องเที่ยวแต่ไปตามแหล่งชาวบ้าน ที่ฝรั่งเที่ยวกับที่ชาวบ้านมันต่างกันมากเลยนะ มันเงียบและไม่จอแจ เป็นมุมธรรมชาติซึ่งร้อนมาก แต่ตามประสาเกาะน่ะครับ ตอนเย็นๆ นี่ลมมรสุมมาแล้ว ทะเลไม่แน่นอนเลย แต่มันก็สนุกอีกแบบหนึ่ง

“ส่วนที่เชียงใหม่ จริงๆ คือผมไม่ได้ถ่ายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่นะ พยายามยื่นเรื่องขอถ่ายแล้ว แต่เขาไม่ให้ถ่าย เขาบอกว่าภาพยนตร์ที่จะให้ถ่ายในมหาวิทยาลัยต้องเป็นภาพยนตร์ที่ส่งเสริมวัฒนธรรม แต่หนังเราคือคนแอบรักกันแล้วไปขโมยไข่คณะเกษตร (หัวเราะ) แต่เราก็ไปแล้วไง ไหนๆ ก็ไหนๆ เลยไปถ่ายรอบๆ แล้วฉากบอกรัก ต้นไม้มันสวยมาก อยากถ่ายตรงนี้แต่เชื่อว่าถ้าหาดีๆ ในเมืองเชียงใหม่หรือที่ไหนมันก็น่าจะมีที่สวยๆ แหละ แต่อยู่ที่เราคร็อปมัน สุดท้ายเราเลยไปถ่ายที่สวนรุกขชาติ เลยประตู มช. ไปอีก”

“อย่างตัวนุ่น ใช้ชีวิตที่ลำปางเยอะมากเพราะโตที่นั่น” นุ่นเล่า “ดังนั้นนุ่นจะผูกพันกับเมืองรองค่อนข้างมาก เวลามีโปรเจ็กต์อะไรนุ่นก็จะเดินทางไปเมืองเหล่านี้” รวมถึงแอพลิเคชั่นเพื่อสิ่งแวดล้อมของเธอที่มีเป้าหมายขยับพื้นที่จากในเมืองอย่างกรุงเทพฯ มาสู่พื้นที่ต่างจังหวัดอื่นๆ ในไทยด้วย รวมถึงเมืองรองเหล่านี้

ทั้งสองปิดการสนทนาอย่างอบอุ่นและกันเอง แล้วจากนั้น การฉายหนังกลางแปลงสามมิติก็เริ่มขึ้น คนดูค่อยๆ ทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ เสื่อหรือพื้นหญ้า เฝ้ามองดูไดโนเสาร์โลดแล่นบนจอผ้าใบอย่างพิศวง กับอาหารและขนมในมือ อีกสองชั่วโมงหลังจากนั้น คนดูก็ได้รับชมเรื่องราวความรักของนายไข่ย้อยและดากานดาที่เคยก่อตัวขึ้นในพื้นที่หัวใจผู้คนเมื่อ 14 ปีก่อน… และดูจะเกิดขึ้นอีกครั้งในการฉายหนังกลางแปลงครั้งนี้แน่นอน