BIOSCOPE Theatre Trangender คนข้ามเพศ ดูหนังออนไลน์

เจ็บ เศร้า ปวดร้าวและรัก 5 หนังเรียงร้อยชีวิตของทรานส์เจนเดอร์

Home / bioscope, Bioscope focus / เจ็บ เศร้า ปวดร้าวและรัก 5 หนังเรียงร้อยชีวิตของทรานส์เจนเดอร์

ในชั่วระยะทศวรรษที่ผ่านมา มีหนังที่ว่าด้วยทรานส์เจนเดอร์หรือคนข้ามเพศมากมายหลายเรื่อง บางเรื่องอาจพูดถึงชีวิตของเขาหรือเธออย่างเรียบง่าย บางเรื่องเล่าความสวยงามของการข้ามผ่าน หรือบางเรื่องก็เล่าถึงความเจ็บปวดในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง และในระยะหลังๆ เมื่อความหลากหลายกลายเป็นหนึ่งในกระแสหลักของโลก เราคงพบว่า เรื่องราวของทรานส์เจนเดอร์นั้นถูกบอกเล่าหลากมิติและมุมมองมากขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

และนี่คือ 5 หนังเรียงร้อยชีวิตของทรานส์เจนเดอร์ ที่เราอยากแนะนำให้คุณดู

Boys Don’t Cry (1999, คิมเบอร์ลี เพียร์ซ)

ดัดแปลงจากชีวิตจริงของ แบรนดอน ทีนา คนข้ามเพศที่ถูกฆาตกรรมต้นยุค 80 ทีนาระบุกับผู้อื่นเสมอว่าเขาเป็นผู้ชายและทำให้ถูกต่อต้านอย่างหนักจากโรงเรียนและสังคม ด้วยวัย 18 ปี เขาแต่งตัวเป็นผู้ชายเต็มตัว ออกจากโรงเรียนที่กีดกันเขา -ก่อนการประกาศจบการศึกษาเพียงไม่กี่วัน- และเข้าไปทำงานเป็นพนักงานปั๊ม อยู่กินกับคนรักสาวรุ่นน้องและแม่ของเขา ทีนาได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยทางจิตเวชและถูกส่งเข้ารับการบำบัด เขาเผชิญหน้ากระบวนการต่างๆ เหล่านี้อย่างหดหู่ ก่อนที่ในปี 1993 เขาจะย้ายออกมาอยู่ที่เนบราสกาเพียงลำพัง และนิยามตนเองว่าเป็นเพศชายเต็มตัว ก่อนจะพบรักใหม่กับ ลานา ทิสเดล เด็กสาววัย 18 ปีที่รู้จักกัน

อย่างไรก็ตาม ชะตากรรมน่าเศร้าของทีนาไม่หมดแค่นั้น เขาถูกเด็กหนุ่มสองคน -นิสเซ็นและล็อตเตอร์- บังคับให้ปลดกางเกงต่อหน้าทิสเดลเพื่อพิสูจน์ให้ฝ่ายหลังเห็นว่าจริงๆ แล้วทีนามีเพศสภาพเช่นไร ก่อนจะจับทีนาขึ้นรถและข่มขืน ทีนาหนีออกมาจากบ้านหลังนั้นและแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากแต่ตำรวจกลับหมกมุ่นสงสัยอยู่กับเพศสภาพของเขามากกว่าเหตุการณ์ที่เขาเพิ่งเผชิญ ขณะที่ทีนารู้สึกว่าคำถามของตำรวจนอกจากจะคุกคามหยาบคายแล้วยังไม่ช่วยเรื่องคดี ฟากนิสเซ็นและล็อตเตอร์ ออกตามล่าตัวทีนาเพื่อปิดปากไม่ให้เรื่องการข่มขืนเล็ดรอด พวกเขาพบตัวทีนาอีกไม่กี่วันให้หลังและสังการทีนาจนเสียชีวิต

เรื่องราวของทีนากลายเป็นข่าวใหญ่ที่กระตุ้นให้คนอเมริกันจำนวนมากตระหนักถึงเพศสภาพที่ลื่นไหล และถูกนำมาดัดแปลงเป็นหนัง Boys Don’t Cry ที่ส่ง ฮิลารี สแวงค์ ที่รับบททีนา -และหั่นผมสั้น เปลี่ยนบุคลิกในชีวิตประจำวันจนเพื่อนบ้านคิดว่าเธอคือเด็กหนุ่มคนหนึ่ง- คว้าออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมมาครอง

A Fantastic Woman (2017, เซบาสเตียน เลลีโอ)

สร้างปรากฏการณ์แทบจะขีดสุดทันทีที่มันออกฉาย เพราะนอกจากเส้นเรื่องจะขับเคี่ยวด้วยความดราม่าและดิ้นรนของสาวข้ามเพศแล้ว หนังยังใช้นักแสดงข้ามเพศจริงๆ อย่าง แดเนียล เวกา มารับบทนำอีกต่างหาก

A Fantastic Woman หนังร่วมทุนสามสัญชาติ (ชิลี-เยอรมนี-สเปน-สหรัฐอเมริกา) ว่าด้วยเรื่องของ มารีนา (เวกา) สาวข้ามเพศที่ตกหลุมรักชายหนุ่มนาม ออลันโด (ฟรานซิสโก เรเยส) และเพื่อจะครองรักกัน มารีนาต้องพยายามพิสูจน์ตัวเองให้ครอบครัวออลันโดและสังคมเห็นว่าการเป็นคนข้ามเพศนั้นก็มีรักที่ดีได้ และด้วยการดิ้นรนอันยากลำบากนี้เอง มันจึงเป็นการจุดประเด็นคำถามใหญ่ว่า เหตุใดคนข้ามเพศหรือเพศหลากหลายจึงต้องพิสูจน์ตัวเองมากกว่าคนอื่นๆ ทั้งที่หากวัดกันที่เรื่องความรัก ขนาดหัวใจเราน่าจะเท่ากันทุกคนและไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพศที่เราเลือกแม้แต่น้อย

เวการะเบิดพลังการแสดงอย่างเฉิดฉายสุดขีด เธอไม่ได้เป็นแต่เพียงหญิงข้ามเพศที่ต้องถูกสังคมกดทับ หากแต่เธอยังเป็นนักร้องที่เผชิญหน้าสถานการณ์ย่ำแย่ของอาชีพ เมื่อเส้นเสียงของเธอเริ่มไม่ดีดังแต่ก่อน ไปพร้อมๆ กับที่เธอถูกสังคมตั้งคำถามต่อสถานะและเพศ นำไปสู่คำตอบที่ชวนสะเทือนใจในท้ายที่สุด

หนังคว้ารางวัลหนังต่างประเทศยอดเยี่ยมจากออสการ์มาครองอย่างสมศักดิ์ศรีด้วย

The Danish Girl (2015, ทอม ฮูเปอร์)

ผลงานพิสูจน์ศักดาการกำกับหนังดราม่าสุดละเมียดของฮูเปอร์ภายหลังระเบิดฟอร์มร้อนแรงมาแล้วใน The King’s Speech (2010), Les Misérables (2012) ทั้งยังส่ง เอ็ดดี เรดเมนย์ เข้าชิงออสการ์สาขานำชายอีกครั้ง (หลังเคยคว้ามาแล้วใน The Theory of Everything) และ อลิเซีย วิกันเดอร์ ที่คว้าสมทบหญิงยอดเยี่ยมมาครองเป็นครั้งแรก

หนังดัดแปลงมาจากหนังสือชื่อเดียวกันของ เดวิด อีเบอร์ชอฟ ที่เขียนมาจากชีวิตจริงของ ไอนาร์ แม็กนุส อันเดอาส แว็กเนอร์ จิตรกรหนุ่มชาวเดนมาร์คช่วงปลายศตวรรษที่ 18 ที่แต่งงานอยู่กินกับ เกอร์ดา (วิกันเดอร์) ภรรยาสาวที่เป็นจิตรกรเหมือนกัน วันหนึ่ง เกอร์ดาหาหญิงสาวมาเป็นนางแบบให้เธอวาดรูปไม่ได้จึงจับสามีมาแต่งหญิงแล้วลงมือวาดภาพ โดยไม่รู้เลยว่านั่นคือประกายแรกของการเปลี่ยนผ่านของแว็กเนอร์ ที่ค่อยๆ ค้นพบตัวเองว่าจริงๆ แล้วเป็นผู้หญิงซึ่งเปลี่ยนชีวิตของเขาไปโดยสิ้นเชิง โดยเขาเปลี่ยนชื่อมาเป็น ลิลี เอลบี ภายใต้การสนับสนุนของภรรยาสาวที่เข้าอกเข้าใจคนรักทุกทาง ท่ามกลางสายตาไต่ถามของสังคมต่อเพศสภาพของลิลี

ความที่ในยุคนั้น การเป็นคนข้ามเพศไม่เพียงแต่เป็นความใหม่ของสังคม หากแต่เป็นเรื่องที่ถูกมองในแง่แปลกประหลาดด้วยซ้ำไป ตัวลิลีเองไม่เพียงแต่ต้องเจอกับคำถามที่ถาโถม หากแต่เธอเองก็ยังพยายามหาคำตอบให้กับความรู้สึกของตัวเองและตั้งคำถามต่อขนบประเพณี ตลอดจนความเป็นชายที่ผ่านมาในชีวิต นำมาสู่การผ่าตัดแปลงเพศในช่วงปี 1930 ที่ยังเป็นเรื่องใหญ่และสุ่มเสี่ยงอย่างมาก เธอเสียชีวิตที่เยอรมนีไม่นานหลังจากผ่าตัดครั้งที่สี่ เมื่อพยายามผ่าตัดมดลูกสู่ร่างกายหากแต่ร่างกายกลับไม่ตอบสนองและติดเชื้อในที่สุด

ไม่ได้ขอให้มารัก (2012, ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์)

ครั้งหนึ่ง กอล์ฟ-ธัญญ์วาริน เคยสร้างแรงสะเทือนต่อวงการภาพยนตร์ไทยด้วย Insects in the Backyard (2010) ที่ว่าด้วยเรื่องราวของเพศที่สามและฉากเซ็กซ์อันเร่าร้อนจนโดนแบนยาวๆ กอล์ฟก็กลับมาอีกครั้งใน It Gets Better ไม่ได้ขอให้มารัก ที่พูดถึงคนทรานส์เจนเดอร์อย่างตรงไปตรงมาทว่าอ่อนโยน โดยหนังจับจ้องไปยังเรื่องราวความรักของคนสามคู่ ที่ล้วนแต่มีตัวละครที่เป็นเพศทางเลือกขับเคลื่อนเป็นหลัก สายธาร (เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) กะเทยแปลงเพศที่ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยอย่างคนอ้างว้าง กระทั่งเมื่อ ไฟ (ปรมะ อิ่มอโนทัย) ชายหนุ่มรูปหล่อก้าวเข้ามาในชีวิต, เณรดิน (พาวิช ทรัพย์รุ่งโรจน์) เณรน้อยที่เพิ่งบวชแล้วดันไปตกหลุมรักพระหนุ่มหน้าตาดีอย่าง หลวงพี่แสง (กฤษตฌาพนธ์ ธนะนารา) จนเขาสับสนว่าต้องรับมือกับความรู้สึกตัวเองอย่างไรเพราะสำหรับสังคมแล้ว มันดูผิดที่ผิดทางไปหมดเสียทุกทาง และ ต้นไม้ (ภาณุพงศ์ วราเอกศิริ) นักธุรกิจหนุ่มผู้มุ่งมั่นสานต่ออุตสาหกรรมผับของครอบครัวที่มีกะเทยเป็นหัวแรงหลักในการขับเคลื่อน และแอบชอบ ต้นหลิว (นันทิตา ฆัมภิรานนท์) คนขับรถสาวสวยที่เป็นคนข้ามเพศเช่นกัน

เรื่องรักของคนทั้งสามคู่ ไม่เพียงแต่จะสะท้อนภาวะการต่อสู้ดิ้นรนของคนข้ามเพศในสังคมไทยผ่านสายตาของกอล์ฟ หากแต่มันยังวิพากษ์วิจารณ์ ‘ความรัก’ ในแต่ละสถานะอย่างเฉียบคม ไม่ว่าจะสายธารกับการเป็นสาวแปลงเพศตั้งแต่ยุคที่ยังไม่มีใครยอมรับ และในปัจจุบันที่ก็ดูเหมือนว่าคนจะยังไม่ยอมรับเธออีกเช่นกัน, ต้นหลิวและสังคมกะเทยพัทยาที่ถูกแปะป้ายด้วยภาพลักษณ์บางอย่าง และเณรดิน กับความรักภายใต้ร่มเงาของศาสนา ที่ชวนให้เกิดข้อถกเถียงอันน่าสนใจยิ่ง

หนังชิงรางวัลสุพรรณหงส์ 9 สาขาและคว้ากลับมาได้ 3 สาขา หนึ่งในนั้นคือ ปั้นจั่น-ปรมะ ที่คว้ารางวัลสมทบชายยอดเยี่ยมได้จากการรับบทเป็นช่างหนุ่มหน้าตาดี ผู้ตั้งคำถามกับชีวิตเมื่อหญิงข้ามเพศคนหนึ่งก้าวเข้ามาหาเขาในช่วงเวลาหนึ่งของวันนั้น

Tangerine (2015, ฌอน เบเกอร์)

หนังแร่ดแซ่บซ่าของเบเกอร์จาก Take Out (2004), Starlet (2012) ที่ใช้โทรศัพท์ไอโฟนถ่ายทั้งเรื่องจนได้ภาพคมกริบทว่าก็บาดตา ว่าด้วยเรื่องของโสเภณีกะเทยหัวร้อน ซิน-ดี (คิตานา กีกี ร็อดริเกซ) ที่พ้นคุกมาหมาดๆ แล้วพบว่าคนรักตัวเองนอกใจไปเอาหญิงแท้ เลยตามราวีด้วยความโกรธจัดท่ามกลางการพยายามห้ามปรามของ อเล็กซานดรา (มียา เทย์เลอร์) กะเทยสาวขายตัวคู่หู ที่ชีวิตส่วนตัวก็ดันอยู่ในระยะย่ำแย่อีกเพราะต้องดิ้นรนหาเลี้ยงชีพด้วยการร้องเพลงในผับที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยต้อนรับเธอนัก ก่อนจะขึ้นรถไปกับหนุ่มชาวอาร์เมเนียนที่ซื้อเธอมาในราคาไม่กี่เหรียญฯ เพื่อบำบัดความใคร่ของตัวเองด้วยการใช้ปากให้อเล็กซานดราซึ่งยังไม่ได้แปลงเพศ เรื่องยิ่งซับซ้อนเมื่อชายหนุ่มดันมีครอบครัวอยู่แล้วและจำต้องปกปิดรสนิยมของเขาภายใต้สายตาไต่ถามของเมียและกรอบสังคมที่กีดกั้นเพศอื่นที่ไม่ใช่ชายและหญิง

หนังลัดเลาะไปตามตรอกซอกซอยและสลัมในสหรัฐฯ เมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยซอกมุมสกปรก กับผู้คนที่ไม่เคยมีใครสนใจ ชีวิตวุ่นวายของเหล่าโสเภณีข้ามเพศไม่เคยอยู่ในสายตาและเรื่องเล่าของใคร แม้แต่ในหมู่โสเภณีด้วยกัน พวกหล่อนจึงเป็นเสมือนคนชายขอบในหมู่คนชายขอบอีกที และแทบจะสิ้นหวังในการได้รับการยอมรับจากใครสักคน

Girl (2018, ลูคาส เดาน์ต)

หนังดราม่าสองสัญชาติ เบลเยี่ยม-เนเธอร์แลนด์ส ว่าด้วยชีวิตของ ลอรา (วิกเตอร์ โพลสเตอร์) เด็กสาววัย 15 ปีที่เกิดมาในร่างเด็กผู้ชาย เธออยู่กับพ่อที่พร้อมเข้าใจและสนับสนุนเธอทุกทาง กับน้องชายวัยกำลังซนที่รักเธอยิ่งกว่าอะไร ลอราเป็นนักเต้นบัลเล่ต์ และการที่เธอเกิดมาในร่างเด็กผู้ชายก็ทำให้เธอเผชิญปัญหาหนักหน่วง โดยเฉพาะข้อจำกัดทางเรือนร่าง ไม่ว่าจะเป็นโครงกระดูก รูปฝ่าเท้า โดยเฉพาะเครื่องเพศที่ทำให้เธอต้องจัดการตัวเองเพื่อไม่ให้ใครเห็นเมื่อสวมชุดแนบเนื้อของบัลเล่ต์ ลอราจึงต้องทำในสิ่งที่อันตรายอย่างการใช้เทปกาวแปะให้แน่นจนฉีกเนื้อบางส่วนติดมาเมื่อเธอลอกกาวออก

เช่นนั้น ลอราจึงฝันอยากแปลงเพศให้ได้โดยไวที่สุด นั่นคือเมื่อเธออายุครบ 18 ปี ระหว่างนี้ เธอต้องกินฮอร์โมนเพื่อปรับสมดุลย์ในร่างกาย กับสายตาสงสัยใคร่รู้ของเพื่อนร่วมชั้นเรียนเต้นบัลเล่ต์ เมื่อพวกหล่อนต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าร่วมกันกับลอราจนเกิดการละลาบละล้วง นำไปสุ่การตัดสินใจอันเด็ดขาดและเจ็บปวดของลอราในท้ายที่สุด

BIOSCOPE Theatre

เสาร์ที่ 7 กันยายน
ไม่ได้ขอให้มารัก

รับชมได้ 24 ชม.
ทาง bioscope.mthai.com/bioscopetheatre

 

ตัวอย่าง BIOSCOPE Theatre กันยายน 2019