edward furlong Terminator 2: Judgment Day The Green Hornet จอห์น คอนเนอร์ เอ็ดเวิร์ด เฟอร์ลอง

เอ็ดเวิร์ด เฟอร์ลอง นายจอห์น คอนเนอร์ในดวงใจผู้แตกสลายเมื่อปลายยุค 90

Home / bioscope, Bioscope focus / เอ็ดเวิร์ด เฟอร์ลอง นายจอห์น คอนเนอร์ในดวงใจผู้แตกสลายเมื่อปลายยุค 90

ราวปี 1990 มาลี ฟินน์ ได้รับมอบหมายภารกิจสำคัญจาก เจมส์ แคเมอรอน ให้หานักแสดงเด็กที่จะมารับบทในหนังคนเหล็กภาคต่อเรื่องสำคัญของเขาใน Terminator 2: Judgment Day (1991) ซึ่งว่าด้วย T-800 (อาร์โนลด์ ชวาร์เซเน็กเกอร์ -ในเวลาต่อมา บทคนเหล็กก็กลายเป็นภาพจำของเขาไปในที่สุด) หุ่นร่างยักษ์จากอนาคตที่ถูกส่งมาปกป้อง จอห์น คอนเนอร์ เด็กวัยรุ่นหัวร้อนจากการตามล่าของ T-1000 (โรเบิร์ต แพทริค) หุ่นมือสังหารจากอนาคตรุ่นใหม่กว่า

ปัญหาคือ ฟินน์พบว่าแทบไม่มีนักแสดงเด็กคนไหนเลยที่เหมาะสมกับบทนี้เพราะพวกเขาแสดง ‘เป็น’ เกินไปจนเธอรู้สึกว่าไม่สอดคล้องกับภาพลักษณ์ความขบถหัวรั้นของตัวละคร เธอจึงดั้นด้นตามหานักแสดงทั้งหน้าเก่าหน้าใหม่ทั่วสารทิศ 

ตอนนั้นเอง ที่เธอพบ เอ็ดเวิร์ด เฟอร์ลอง เด็กผู้ชายวัย 13 ปีกับบุคลิกดื้อดึงแสนประหลาด น่าเสียดายที่เจ้าหนูนั่นไม่เคยผ่านงานแสดงมาสักชิ้น ทั้งยังดูเด็กกว่าตัวบทจอห์น คอนเนอร์พอสมควร ฟินน์จึงเกือบจะถอดใจจากเขาแล้ว ติดแต่ว่าเฟอร์ลองขัดขึ้นมาเสียก่อนว่า “ผมเหมาะกับบทนี้น่า” เธอจึงวัดใจด้วยการแนะนำเขาให้รู้จักกับแคเมอรอน ผู้ที่ถูกชะตากับลักษณะดื้อสุดขีดที่มาพร้อมความเดียงสาบางประการของเฟอร์ลอง บวกกับหน้าตาที่ละม้ายคล้ายคลึง ลินดา ฮามิลตัน ผู้รับบทเป็นแม่ของจอห์น คอนเนอร์ แคเมอรอนจึงตัดสินใจให้เฟอร์ลองแสดงในหนังเรื่องนี้ในที่สุด

Terminator 2: Judgment Day ประสบความสำเร็จมหาศาล เฟอร์ลองดังเป็นพลุแตก คาแร็กเตอร์ขบถ ยียวน ทว่าก็เต็มไปด้วยความเปราะบางของคอนเนอร์สอดรับกับบุคลิกของเฟอร์ลองอย่างเหมาะเจาะ เขากลายเป็นเด็กหนุ่มขวัญใจสาวๆ ประจำยุค 90 และปรากฏตัวในหนังอีกหลายเรื่อง โดยเฉพาะ American History X (1998, โทนี เคย์) กับบท แดนนี วินยาร์ด เด็กหนุ่มผู้เป็นน้องชายแท้ๆ ของ ดีเร็ค (เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน) ชายผู้คลั่งลัทธิคนขาวสุดโต่งจนนำมาสู่โศกนาฏกรรมในชีวิตอันรุนแรงและบ้าคลั่ง นี่อาจเป็นบทหนังเรื่องแรกๆ ที่เฟอร์ลองฉายให้เห็นทักษะการแสดงของเขาที่เป็นได้มากกว่า ‘เด็กจอมขบถ’ 

หากแต่ความรุ่งโรจน์ทางการงานนั้นมาพร้อมชื่อเสียงและชีวิตส่วนตัวที่วุ่นวายสุดขีด “การมีชื่อเสียงมันทำให้คุณกลายเป็นไอ้ตัวประหลาดน่ะ ซึ่งเอาเข้าจริงๆ ผมว่าผมก็ประหลาดแหละ” เขาเล่าอย่างอึดอัด “ใครจะไปอยากไปโรงเรียนแล้วมีแต่คนขอลายเซ็น 20 ครั้งต่อวันกันล่ะ” และในวัย 15 ปี -หลังแจ้งเกิดจากบทจอห์น คอนเนอร์ได้สองปี- เฟอร์ลองพบรักแรกในชีวิตของเขา ผู้เป็นติวเตอร์และนักแสดงแทนวัย 28 อย่าง แจ็คกัวลีน โดแม็ก 

แน่นอนว่านี่เต็มไปด้วยสายตาไถ่ถามของคนรอบข้าง เหตุผลหลักๆ มาจากอายุของเฟอร์ลองที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ สื่อจึงจ้องตีแผ่เรื่องนี้ของเขาอย่างเต็มที่ และท่ามกลางสายตาจับจ้องของคนในสังคม ปี 1994 กฎหมายในแคลิฟอร์เนียอนุญาตให้มีการฟ้องร้องต่อศาลได้ในกรณีที่ผู้หญิงซึ่งเป็นผู้ใหญ่แล้ว มีเพศสัมพันธ์กับคนที่เด็กกว่า ผู้ปกครองของฝั่งเฟอร์ลองจึงเดินหน้าฟ้องโดแม็ก -แน่นอนว่าหลังความสัมพันธ์ของทั้งคู่จบลง- ข้อหานี้ ก่อนที่ในปี 1999 (ซึ่งเฟอร์ลองอายุได้ 22 ปี) โดแม็กจะฟ้องเฟอร์ลองข้อหาทำร้ายร่างกายและใช้ความรุนแรง

ท่ามกลางชื่อเสียงนี้ เฟอร์ลองพัวพันกับเหล้าและยาเสพติดอย่างหนักจนในวัย 23 ปี เขาต้องเข้ารับการบำบัดอย่างจริงจังหากแต่ก็ไม่วายกลับมาเสพใหม่อยู่เรื่อยๆ “ผมเสพติดทั้งเฮโรอีน ทั้งโคเคนเลยครับ มันน่ากลัวมากๆ” เฟอร์ลองว่า และนั่นเองที่อาจเป็นเหตุผลให้งานแสดงของเขาเริ่มดิ่งลงเหว เฟอร์ลองเริ่มไม่ใช่เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลากับแววตาก้าวร้าวคนเดิมที่ฮอลลีวูดรักอีกแล้ว หากแต่เขากลายเป็นนักแสดงที่วินัยทำงานไม่ดี ไม่สนใจชีวิตอันส่งผลให้สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้นพังถล่ม เริ่มไปปรากฏตัวในหนังฟอร์มเล็กและบทที่เล็กลงเรื่อยๆ ยากจะเชื่อว่านักแสดงที่ครั้งหนึ่งอยู่ในหนังทำเงินกว่า 500 ล้านเหรียญฯ อย่างเฟอร์ลองจะไปลงเอยด้วยบทเล็กจิ๋วใน High Hopes (2006, โจ แอ็กคาร์ดต์) หนังรอมคอมทุนต่ำ และ Canes (2006, ไมเคิล บาฟาโร) เรื่องของชายที่เผชิญหน้ากับสถานการณ์สุดเลวร้ายและต้องเข้าไปพัวพันกับอำนาจมืด ซึ่งหนังติดลบสุดขีดทั้งเงินและคำวิจารณ์ไม่ต่างจาก Warriors of Terra (2006, โรเบิร์ต วิลสัน) ว่าด้วยกลุ่มนักศึกษาที่ต้องเจอกับเรื่องชวนขนหัวลุก และลงเหวไปเลยกับ Living & Dying (2007, จอน คีเยส) ที่ว่าด้วยมือสังหารกับหัวขโมยหนุ่มที่นักวิจารณ์พร้อมใจกันเบือนหน้าหนีอย่างน่าเศร้า ตัวเฟอร์ลองติดอันดับ “นักแสดงเด็กหน้าตาดีที่ไม่น่าโตมาเล้ย” (ช่างเป็นหัวข้อที่ใจร้ายและรุนแรงมากๆ) ของเว็บไซต์ buzztides

เฟอร์ลองลงเอยด้วยการรับบทสมทบเล็กๆ ในหนังฟอร์มใหญ่ที่พอมีหน้ามีตาอยู่บ้างใน The Green Hornet (2011, มิเชล กงดรี) ว่าด้วย บริตต์ (เซ็ต โรแกน) ที่อยากเป็นวีรบุรุษจนเนื้อตัวสั่นแต่สังขารไม่อำนวย ดีว่ายังได้ คาโตะ (เจย์ โชว์) เพื่อนชาวเอเชียที่มาพร้อมอาวุธครบมือและทักษะการต่อสู้โคตรล้ำ โดยเฟอร์ลองรับบทเป็นกุ๊ยที่ถูกสองคู่หูถล่มไม่เหลือดีเท่านั้น ไปพร้อมกันนี้ เฟอร์ลองก็ยังไม่หายขาดจากอาการติดยา มิหนำซ้ำยังต้องเจอปัญหาครอบครัวรุมเร้าเมื่อ ราเชล เบลลา คู่รักที่เป็นแม่ของลูกชายคนเดียวของเขา ฟ้องว่าเขามีปัญหาเรื่องการใช้ความรุนแรงและยาเสพติด ตามมาด้วยการถูกจับกุมข้อหาทำร้ายร่างกายแฟนสาวอีกคนในขณะนั้น และตั้งแต่นั้นจนถึงราวปี 2013 เฟอร์ลองถูกจับกุมด้วยข้อหาเดียวกันนี้อีกหลายครั้งหลายคราว

แต่ดูเหมือนว่าอนาคตข้างหน้าของเฟอร์ลองจะยังกลับมาสว่างไสวได้อีกหน ฮอลลีวูดดูจะยังไม่สิ้นหวังกับเขา เพราะในปีนี้ เฟอร์ลองจะหวนกลับมารับบทที่แจ้งเกิดเขาอีกครั้งอย่างจอห์น คอนเนอร์วัยผู้ใหญ่ใน Terminator: Dark Fate (2019, ทิม มิลเลอร์) ที่มีการประมาณกันคร่าวๆ ว่าทุนสร้างสูงถึง 160 ล้านเหรียญฯ (หรืออาจจะมากกว่า) ที่สำคัญคือ นี่เป็นหนังที่นักแสดงนำในแฟรนไชส์นี้หวนกลับมาเจอกันพร้อมหน้า และแคเมอรอนยังนั่งแท่นเขียนบทกับโปรดิวซ์เองด้วย

คนเหล็กภาคนี้จึงเป็นเสมือนแสงสว่างอีกครั้งในชีวิตล้มลุกคลุกคลานของเฟอร์ลอง และเราก็หวังว่าเขาจะกลับมาสว่างไสวในเส้นทางสายนี้อีกครั้ง