Attraction Battleship Potemkin Guardians

โหดจัดรัสเซีย! พลัง ระเบิด และความเถิดเทิงในหนังแดนหมีขาว

Home / Bioscope focus / โหดจัดรัสเซีย! พลัง ระเบิด และความเถิดเทิงในหนังแดนหมีขาว

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ชั่วระยะไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ คนดูหนังบ้านเราให้ความสนใจกับการมาถึงของหนังรัสเซียไม่น้อย ทั้งหนังเนิบช้าและเคลื่อนกล้องหน่วงหนักรั้งอารมณ์ของ อังเดร ทาร์คอฟสกี (Mirror, Stalker) หรือย้อนกลับไปยังต้นธารของหนังรัสเซียกับ Battleship Potemkin (1925) และ October: Ten Days That Shook the World (1927) ของ เซร์เกียว ไอเซนสไตน์ ตลอดจนหนังยุคหลังๆ ที่แม้จะเน้นหนักไปทางดราม่า ก็ยังเป็นดราม่าที่คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นอายความเป็นรัสเซียอย่าง Leviathan (2014, อังเดรย์ ซียากินต์เซฟ -ชีวิตบัดซบของนักตกปลาชาวรัสเซียที่ต้องต่อสู้กับความอยุติธรรมของนักการเมืองท้องถิ่น), The Student (2016, เกริลล์ เซเรเบนเนคอฟ -นักเรียนหนุ่มที่เชื่อว่าโลกตกอยู่ภายใต้การบงการของปีศาจโดยสิ้นเชิงแล้ว)

เรื่อยมาจนถึงยุคหนัง ‘เล่นใหญ่’ สุดตัวแบบ Guardians (2017, ชาริค อังเดรอาสยัน -กลุ่มผู้พิทักษ์ที่จำใจต้องรวมตัวกันใช้พลังวิเศษของแต่ละคนปกป้องโลกจากภัยร้าย), Attraction (2017, ฟีโอดอร์ บอนดาร์ชัค -ยานเอเลี่ยนที่ถล่มโครมใส่โลกจนเกิดภัยพิบัติรุนแรงตามมา)

แต่หนังบ้าพลังจากรัสเซียเหล่านี้ ก็มีหลายอย่างที่ต่างไปจากฮอลลีวูดไม่น้อย-มากไปกว่านั้น หากมองย้อนกลับไป ก็ไม่ใช่แค่หนังรัสเซียสองเรื่องนี้หรอกที่ “ระเบิดเถิดเทิง”

เพราะจริงๆ แล้ว หนังแทบทั้งวงการรัสเซียก็บ้าพลังแบบนี้กันทั้งนั้น!

บ้าพลังอย่างหนังรัสเซีย

อย่าง PiraMMMida (2011) หนังที่เล่าถึงเจ้าพ่อการเงินและอุตสาหกรรมการลงทุนของรัสเซีย ที่เล่าถึงความสุ่มเสี่ยงในธุรกิจหลักทรัพย์ ที่ฟอร์มใหญ่โตเวอร์วัง ขนเอานักแสดงระดับหัวแถวของรัสเซียอย่าง อเล็คซี เซเรบราโควา และ ฟีดอร์ บอนดาร์ชุค (คนหลังผันตัวมาเป็นผู้กำกับเรื่อง Attraction ด้วย) แถมยังเพียบไปด้วยฉากระเบิด ฉากทำลายล้างข้าวของซึ่งหายากที่จะพบในหนังที่ว่าด้วยเรื่องการเงิน

หรือแม้แต่หนังยุค 70s อย่าง Solaris (1972) ของ อันเดรย์ ตาร์โคฟสกี ที่พูดถึงจิตแพทย์ที่ถูกส่งออกไปตรวจสอบสภาพจิตใจของนักอวกาศนอกโลก ที่ก็เล่นฟอร์มใหญ่เวอร์ ทั้งพล็อต ทั้งนักแสดง และฉากที่แม้หนังจะสร้างมาร่วม 40 ปีแล้ว ก็ยังคงสเกลความมหึมาของงานสร้างไว้ได้อย่างครบถ้วนและน่าประทับใจ แถมยังใส่ซาวด์ฮึกเหิมสุดขีด (ทั้งที่จริงๆ มันคือเรื่องของหมอที่ออกไปทำงานนอกโลกเท่านั้นเองนะ!)

Russian Ark (2002) ของ อเล็กซานเดอร์ โซคูรอฟ หนังพีเรียดฟอร์มใหญ่ที่ขนเอาชุดสุดตระการตามาเข้าฉาก เล่าถึงขุนนางชาวฝรั่งเศสจอมอื้อฉาวกับชีวิตในรัสเซีย นอกจากความเล่นใหญ่เล่นโตจะปรากฏในเนื้อเรื่อง ชุด และนักแสดงแล้ว ผู้กำกับยังระเบิดพลังต่อไปอีกขั้นด้วยการถ่ายลองเทคแบบกลัวไม่เหนื่อยยาวแทบทั้งเรื่อง!

เล่นใหญ่ให้ถึงฮอลลีวูด

และอย่าว่าแต่จะเล่นใหญ่เล่นโตกันในอุตสาหกรรมหนังในบ้านตัวเอง เมื่อคนทำหนังรัสเซียก้าวเข้ามาในโลกฮอลลีวูด พวกเขาก็ยังคงบ้าพลังกันต่อไปแบบไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทั้ง Night Watch (2004) ของ ทิเมอร์ เบ็คแมมบีตอฟ หนังแอ็คชั่น-แฟนตาซี เรื่องของผู้คนที่ถูกกองกำลังทหารบังคับให้ต่อสู้กันอย่างดุเดือด พล็อตว่าเล่นใหญ่แล้ว แต่ตัวหนังเล่นใหญ่กว่า เมื่อเบ็คแมมบีตอฟประดังประเดเอาฉากรบ ระเบิด และสารพัดชุดเกราะใส่เข้ามาในหนัง และหนังทำเงินไปแบบโคตรจะคุ้มเมื่อวัดจากทุนสร้าง 4.2 ล้านเหรียญฯ และทำเงินทั่วโลกที่ 33.9 ล้านเหรียญฯ!

Runaway Train (1985) ของ แอนเดรย์ คอนชาโลฟสกี เรื่องของนักโทษแหกคุกและพนักงานรถไฟสาว ที่พบว่าพวกเขาตกอยู่ในขบวนรถไฟที่ไม่มีคนขับ-แถมยังไม่มีเบรคด้วย! (กรี๊ด!) ที่ไม่เพียงแต่จะเล่นใหญ่ระเบิดระเบ้อด้วยฉากแอ็คชั่นสุดเดือด หรือฉากรถไฟพุ่งหลาว แต่หนังยังได้รับคำวิจารณ์แง่บวก และเป็นหนังเรื่องแรกๆ ในฮอลลีวูดที่พูดถึงอัตถิภาวนิยม

หรือแม้แต่ผู้กำกับ อิลยา ไนชูลเลอร์ กับหนัง Hardcore Henry (2015)-เล่าถึงชายผู้ฟื้นจากความตายและต้องปกป้องภรรยาของเขาจากกองทัพทหารทั้งที่ความทรงจำของตัวเองยังไม่กลับมา-ก็ยังคงความเถิดเทิงไว้ครบถ้วน ทั้งระเบิด ปืนผาหน้าไม้ และฉากเตะต่อยอันโฉ่งฉ่าง! (แถมล่าสุด เจ้าตัวเพิ่งไปกำกับมิวสิควิดีโอให้ เดอะ วีคเอนด์ ศิลปินแร็ปเปอร์ในเพลง False Alarm และแน่นอนว่าระเบิดภูเขาเผากระท่อมหนักมือเช่นเคย)

เหล่านี้คือเอกลักษณ์อันโดดเด่นของหนังรัสเซีย ทั้งความบ้าพลัง ความยิ่งใหญ่ในทุกสเกลงาน มากไปกว่านั้น มันยังทะเยอทะยานและยืนยันจะเล่าเรื่องภายใต้ความเถิดเทิงและยิ่งใหญ่เช่นนี้มาโดยตลอด จนน่าจับตาว่า หนังรัสเซียที่กำลังเดินหน้าฉายไปทั่วโลกตอนนี้นั้น ยังจะส่งความบ้าพลังอะไรมาให้เราได้ดูอีกบ้าง!