เพราะอเมริกากลัวสงคราม โลกจึงมี ‘ไวรัล’

Home / Bioscope focus / เพราะอเมริกากลัวสงคราม โลกจึงมี ‘ไวรัล’

โดย นคร โพธิ์ไพโรจน์ 

 

ในปี 2004 โลกได้รู้จักกับ Fahrenheit 9/11 ของ ไมเคิล มัวร์ สารคดีที่ขุดความเลวร้ายของรัฐบาล จอร์จ ดับเบิลยู บุช หลังเหตุการณ์ก่อการร้ายระบือโลก 9/11 และท่าทีของของอเมริกาที่ผลักดันไปสู่สงครามในอัฟกานิสถานและอิรัก ซึ่งกำลังเป็นประเด็นที่ร้อนแรงของโลกในตอนนั้น ผู้คนต่างกระหายข้อมูลเบื้องลึกของเหตุการณ์ ทำให้หนังเรื่องนี้คว้ารางวัลปาล์มทองจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ประจำปีนั้นไปครอง แถมยังทำเงินในอเมริกาไปมากถึง 119 ล้านเหรียญฯ …นี่แสดงให้เห็นว่าในโมงยามนั้น ชาวอเมริกันตื่นตัวและหวาดกลัวการก่อการร้ายขนาดไหน

ความตื่นกลัวต่อโลกที่กำลังเปราะบางนั้น สะท้อนออกมาใน 1 ปีก่อนหน้า Fahrenheit 9/11 แล้ว จากคลิปที่ขึ้นชื่อว่าเป็นไวรัลชิ้นแรกของโลก มันมีชื่อว่า The End of Ze World เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ปี 2003 ด้วยความยาวเพียง 1 นาที 31 วินาที แต่มียอดผู้ชมมากกว่าล้านวิว และได้รับการแชร์ลุกลามรวดเร็ว ซึ่งในวันนั้น ยูทูบ, เฟซบุ๊ค และทวิตเตอร์ยังไม่ถือกำเนิดขึ้นบนโลกเลยด้วยซ้ำ

Fahrenheit 9/11

เจ้าของคลิปดังกล่าวมีชื่อว่า เจสัน วินด์ซอร์ ในวันนั้น เขายังเป็นวัยรุ่นอเมริกันคนหนึ่งที่อยู่ในบรรยากาศความหวาดกลัวหลังเหตุการณ์ก่อการร้าย 9/11 เขาเลยทำแอนิเมชั่นด้วย Adobe Flash แบบง่ายๆ เพื่อให้เห็นการรุกรานโลกใบนี้ของอเมริกา ด้วยอารมณ์สุดกราดเกรี้ยว แล้วอัพโหลดขึ้นเว็บ Albino Blacksheep ที่กำลังได้รับความนิยมในช่วงเวลานั้น เพราะเป็นเว็บฯ ที่รองรับงานแฟลช แอนิเมชั่นและริงโทนโทรศัพท์มือถือ จากนั้น The End of Ze World ก็กลายเป็นฟอร์เวิร์ด เมลที่แผ่ขยายอย่างรวดเร็ว อันนำมาซึ่งตำแหน่ง ไวรัล วิดีโอชิ้นแรกของโลกไปโดยปริยาย

ไวรัล (viral) เดิมทีคำนี้มีความหมายที่เกี่ยวพันกับการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสจากคนสู่คน ต่อมามันถูกนำมาใช้เรียกปรากฏการณ์ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วด้วยกระแสการบอกต่อแบบปากต่อปาก ซึ่งรวดเร็วและลุกลามไม่ต่างจากการแพร่เชื้อไวรัส มันจึงนำมาสู่แผนการตลาดที่หวังจะให้เกิดกระแสไวรัลที่ไม่ต้องลงทุนอะไรมากกับการซื้อโฆษณามั่วซั่วแล้วสารไปไม่ถึงผู้รับ แต่อาศัยพลังสมองของครีเอทีฟที่จะทำให้มันเกิดไวรัลขึ้น จนเป็นศัพท์ใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในยุคโซเชียล มีเดียนี้ว่า Viral Marketing

ความสำเร็จของ The End of Ze World ทำให้โลกเริ่มหันมามองปรากฏการณ์ไวรัลนี้ จนสัมผัสได้ถึงพลังแฝงบางอย่างที่อยู่นอกเหนือสื่อกระแสหลัก อันแอบซ่อนอยู่ภายใต้ความหวาดกลัวของสังคม ความสั่นคลอนบางอย่างที่ประชาชนมีต่อภาครัฐ จนต้องหันไปหาสื่อใกล้ตัวที่จะสามารถใช้ระบายความอัดอั้นเหล่านั้นออกมา ก่อนจะคลี่คลายมาสู่ โซเชียล เน็ตเวิร์ค เช่นในปัจจุบัน

ปัจจุบัน The End of Ze World ย้ายมาปล่อยอยู่ในยูทูบ ทั้งยังมีภาคต่อเมื่อปี 2018 ด้วยเหตุผลของวินด์ซอร์ที่ว่า รัฐบาลของ โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังหมุนเข็มนาฬิกาให้ความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นในสมัยจอร์จ ดับเบิลยู บุชกลับมาอีกครั้ง และแน่นอนว่าครั้งนี้ ไวรัลง่ายๆ ในครั้งนั้น แปรเป็นมูลค่าให้เด็กหนุ่มผู้นี้มหาศาล