Heartbound Hello Love Goodbye

จาก ‘จอย’ ถึง ‘สมหมาย’ เธอเป็นมากกว่ารัก …แต่มันคือความอยู่รอด

Home / Bioscope focus / จาก ‘จอย’ ถึง ‘สมหมาย’ เธอเป็นมากกว่ารัก …แต่มันคือความอยู่รอด

โดย นคร โพธิ์ไพโรจน์ บรรณาธิการฝ่ายหนังไทย BIOSCOPE

 

ฉันรักเธอไม่ได้

หากประโยคนี้อยู่ในหนังรักทั่วไป มันคงเป็นคำพูดปฏิเสธที่ตัดขั้วหัวใจของผู้ฟังได้อย่างโหดเหี้ยม ทว่าเมื่อมันปรากฏอยู่ใน Hello, Love, Goodbye หนังฟิลิปปินส์ที่สร้างสถิติทำเงินสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในบ้านเกิด มันกลับซุกซ่อนนัยที่เจ็บปวดกว่านั้น เพราะมันกำลังเล่าเรื่องการต่อสู้ของหนุ่มสาวปินอยที่พยายามดิ้นรนสู่หนทางที่ดีกว่าในต่างแดน ซึ่งในห้วงเวลาคาบเกี่ยวกับที่มันฉายในเมืองไทย ก็ยังมี Heartbound อันนำเสนอภาพหญิงไทยที่กำลังดิ้นรนด้วยแนวคิดเดียวกัน

Hello, Love, Goodbye กำกับโดย เคธี การ์เซีย โมเลนา คนทำหนังโรแมนติกคอมิดี้ที่ทำลายสถิติตัวเอง เนื่องจาก The Hows of Us หนังปีก่อนหน้าของเธอเคยทำเงินสูงสุดด้วยรายได้ 805 ล้านเปโซ จากนั้น Hello, Love, Goodbye ในปีถัดมาก็ทำเงินไป 880 ล้านเปโซ ซึ่งคงไม่มีใครสร้างสถิติแบบนี้ได้ง่ายๆ ในเร็ววันนี้แน่

Hello, Love, Goodbye

ว่ากันว่าสาเหตุที่ทำให้หนังเรื่องนี้ทุบสถิติรายได้ก็เพราะเหตุผลง่ายๆ คือมัน โดนใจ ผู้ชม และสิ่งนั้นไม่ใช่แค่เรื่องรักฟีลกู๊ดตามครรลองของหนังโรแมนติกคอมิดี้ทั่วไป แต่คือการที่หนังหยิบเอาความรู้สึกร่วมของผู้คนออกมานำเสนออย่างไม่หลบเลี่ยงความเป็นจริง โดยในปัจจุบันมีชาวปินอยไปค้าแรงงานอยู่ที่ฮ่องกงราว 2 แสนคน อันสะท้อนให้เห็นผ่านกิจกรรมของชุมชนชาวฟิลิปปินส์ทุกวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุด พวกเขาจะออกมารวมตัวกันที่ย่านเซ็นทรัลเพื่อพักผ่อนและช็อปปิ้งกันอย่างคึกคัก ก่อนที่ต่อมาการชุมนุมในฮ่องกงจะกระทบกระเทือนกับตารางการทำงานและพื้นที่พบปะของพวกเขา

แรงงานข้ามชาติฟิลิปปินส์ในฮ่องกงก่อนที่จะมีการชุมนุมนั้นมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยส่วนมากมักจะมาทำอาชีพเป็นแม่บ้าน ซึ่งตัวละคร จอย ของนางเอก แคธริน เบอร์นาโด คือภาพแทนของแม่บ้านฟิลิปปินส์ในฮ่องกงทุกประการ ทั้งชีวิตที่แทบไม่มีเวลาพักหายใจ ในทุกนาทีที่ผ่านพ้นแปรสภาพเป็นค่าตอบแทนได้ทั้งหมด แม้มันจะไม่ใช่เม็ดเงินที่มากพอจะทำให้ชีวิตสุขสบายนัก และกฎหมายก็อนุญาตให้เธอทำอาชีพแม่บ้านได้เพียงอย่างเดียว ขณะที่หน้าที่ดังกล่าวก็ทำให้เธอมีความผูกพันกับครอบครัวของนายจ้างจากการดูแลเด็กซึ่งได้เห็นการเจริญเติบโตของพวกเขาในทุกย่างก้าว จึงว่ากันว่าแรงงานฟิลิปปินส์ค่อนข้างเอาใจช่วยกลุ่มผู้ชุมนุมในฮ่องกงอยู่ไม่น้อย ไม่ใช่เพียงเพราะต้องการมีอนาคตที่ดีขึ้นแต่พวกเขายังผูกพันกับผู้ชุมนุมที่ส่วนใหญ่เป็นหนุ่มสาวซึ่งแม่บ้านปินอยเลี้ยงดูกันมาตั้งแต่เด็กด้วย ทว่ารัฐบาลฟิลิปปินส์ไม่สนับสนุนให้พวกเขาเข้าร่วมชุมนุมอันอาจมีผลกระทบต่อวีซ่า จึงอาจกล่าวได้ว่าเหตุการณ์ในฮ่องกงขณะนี้เป็นส่วนต่อขยายของ Hello, Love, Goodbye อย่างเป็นรูปธรรมอันสื่อสารความรู้สึกต่อผู้ชมปินอยปัจจุบันอย่างไม่อ้อมค้อม

ทำไมชาวปินอยถึงอินกับหนังรักที่กระชากความฝันคนดูลงมาเผชิญกับความเป็นจริงเรื่องนี้นัก? ก็เพราะมันเป็นบรรยากาศร่วมของประชากรในฟิลิปปินส์นั่นเอง ตลอดหลายสิบปีมานี้มีการส่งออกแรงงานข้ามชาติปินอยสูงนับสิบล้านคนเลยทีเดียว ซึ่งประเทศที่รองรับชาวปินอยสูงสุดคือกลุ่มตะวันออกกลางอย่างซาอุดิอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยเฉพาะในดูไบ นั่นทำให้ Hello, Love, Goodbye เป็นหนังที่ไม่ได้ทำเงินถล่มทลายแค่ในฟิลิปปินส์เท่านั้น แต่ยังเป็นหนังฟิลิปปินส์ที่ทำเงินสูงสุดในประเทศตะวันออกกลางด้วย โดยทำเงินที่นั่นรวมกันไปมากกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐฯ

สิ่งที่น่าสนใจคือ ไม่ใช่เพียงประชากรในฟิลิปปินส์จะแสวงหาที่ทางแห่งอนาคตในต่างแดนแต่ฝ่ายเดียว รัฐบาลเองก็สนับสนุนให้ประชากรของเขาออกจากประเทศไปตั้งหลักที่อื่นด้วยเช่นกัน เพราะอัตราการว่างงานในประเทศตนเองนั้นสูงเกินไป อีกทั้งรายได้ที่ชาวฟิลลิปปินส์ส่งกลับมาให้ครอบครัวในแต่ละปีก็ดีกว่า นั่นทำให้บรรยากาศในฟิลลิปปินส์เต็มไปด้วยการโน้มน้าวให้ผู้คนออกไปแสวงโชคต่างแดน ไม่ว่าจะเป็นการประกาศหางานและองค์กรที่อำนวยความสะดวกให้เกิดการค้าแรงงานอย่างถูกกฎหมาย จนเกิดศัพท์เฉพาะ OFW (Overseas Filippino Workers) หรือ แรงงานโพ้นทะเลชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งมาพร้อมการกระจายหน่วยงานที่ช่วยเหลือแรงงานข้ามชาติฟิลิปปินส์ในประเทศต่างๆ อีกด้วย

Heartbound

จอย ใน Hello, Love, Goodbye อาจเทียบเคียงได้กับ สมหมาย ซับเจ็กต์หนึ่งของหนัง Heartbound สารคดีเดนมาร์คที่ติดตามกลุ่มหญิงไทยซึ่งเลือกแต่งงานกับผู้ชายเดนมาร์กแล้วไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น โดยสมหมายเริ่มจากขายบริการอยู่พัทยาจนได้พบรักกับสามีชาวเดนมาร์ค เมื่อไปตั้งต้นชีวิตใหม่ที่แคว้นทุ ในเดนมาร์กแล้ว ต่อมาเธอเลยทำหน้าที่จัดหาผู้หญิงไทยในหมู่บ้านไปเจอกับคู่ชีวิตและช่วยเหลือเพื่อย้ายถิ่นฐานจากที่นี่ไปมีชีวิตที่ดีและมั่นคงกว่า อันสะท้อนให้เห็นถึงการมองหาอนาคตที่ทอดยาวมากกว่าบ้านเกิด

จริงๆ แล้วไม่ค่อยมีใครไปด้วยความรักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเจอกันในลักษณะไหน จุดประสงค์เดียวกันของคนไทยที่ไปก็คือเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของคนในครอบครัวเท่านั้นเอง อย่างในหนังก็เห็นอยู่ว่าเราไปก็ต้องอดทนกับอะไรหลายอย่าง ภาษา วัฒนธรรม อาหารการกิน อากาศ และความเป็นอยู่ มันไม่ใช่การอดทนเพราะความรักแน่นอน” สมหมายตอบคำถามผู้ชมหลังหนังฉาย ซึ่งเธอยังเล่าด้วยว่ารัฐบาลไทยเองไม่ได้สนับสนุนช่วยเหลือคนไทยที่ย้านถิ่นฐานไปต่างประเทศเช่นพวกเธอเท่าที่ควร

เมียฝรั่ง ดูจะเป็นคำที่เสียดแทงความรู้สึกของหญิงไทยที่เลือกไปใช้ชีวิตในต่างแดนเป็นอย่างยิ่ง เธอพยายามจะบอกกับเราผ่านหนังว่าสถานะของการไปมีชีวิตต่างบ้านนั้นไม่ต่างอะไรกับการค้าแรงงาน พวกเธอยังต้องทำงานหาเงินและดูแลครอบครัว บนข้อแม้ในชีวิตที่ยากลำบากเช่นกัน ทว่าหากเธอไม่เลือกเส้นทางนี้แล้ว อนาคตคงไม่แคล้ววนเวียนอยู่บนความสิ้นหวังเป็นมรดกตกทอดเรื่อยไป

จอยและสมหมายมีชีวิตโลดแล่นอยู่ในหนังรักทั้งคู่ แต่เผอิญว่าชีวิตของพวกเธอต่างอยู่ในประเทศที่ความรักไม่ใช่คำตอบของชีวิต แต่มันกลายเป็นข้อแม้สำคัญที่เอาไว้ใช้ต่อรองเพื่อความอยู่รอด

ทำยังไงได้ ในเมื่อชีวิตขีดเส้นให้พวกเธอต้องเลือกแบบนี้เอง