A Great Ride Antonio Banderas Colin Firth LGBTQ Ossan’s Love: Love or Dead Pain & Glory Pedro Almodóvar Queer Queer Cinema Rainbow’s Sunset Rupert Everett Stanley Tucci Supernova The Happy Prince Time & Again Two of Us Who Will Save the Roses? คนชรา หนังเกย์ เกย์ เควียร์ เลสเบี้ยน

ฉัน ‘เกย์’, ฉัน ‘แก่’ …แล้วยังไง!? : รวมหนัง ‘เควียร์สูงวัย’ ที่อาจเป็น ‘เทรนด์ใหม่’ ของโลกภาพยนตร์

Home / Bioscope focus / ฉัน ‘เกย์’, ฉัน ‘แก่’ …แล้วยังไง!? : รวมหนัง ‘เควียร์สูงวัย’ ที่อาจเป็น ‘เทรนด์ใหม่’ ของโลกภาพยนตร์

ย้อนกลับไปเมื่อราว 2-3 ปีก่อน สื่อใหญ่ด้านสังคม/เศรษฐกิจโลกอย่าง The Economist เคยกล่าวอ้างว่า หนังฮอลลีวูดที่ว่าด้วย ‘ตัวละครสูงวัย’ ที่มีอายุใกล้เคียงหรือมากกว่า 60 ปีขึ้นไปนั้น มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จนก่อเกิดเป็นกระแสที่เห็นได้เด่นชัดผิดจากเมื่อก่อน – ถึงแม้ว่าบทบาทส่วนใหญ่ของตัวละครเหล่านี้มักจะเกี่ยวพันกับมุกแนว ‘ตลกสังขาร’ ที่ล้อเล่นกับรูปลักษณ์/พฤติกรรมของคนแก่ หรือไม่ก็ปมดราม่าเรื่องความตายและบั้นปลายชีวิตก็ตาม

มาจนถึงตอนนี้ ดูเหมือนวงการหนังทั่วโลกจะต่อยอดเทรนด์ดังกล่าวไปไกลอีกระดับ ด้วยการสร้างตัวละครสูงวัยที่มีสถานะเป็น ‘กลุ่มคนผู้มีความหลากหลายทางเพศ’ หรือ LGBTQ ออกมากันอย่างสนุกสนาน ซึ่งก็ทำให้พื้นที่ของตัวละครในลักษณะนี้ดูจะ ‘กว้างขวาง’ มากขึ้น ทั้งในแง่ของการเข้าถึงกลุ่มผู้ชมและความหลากหลายของบทบาท-ที่ไม่จำเป็นต้องสะท้อนแค่ความเศร้าสร้อยโดดเดี่ยวเท่านั้น หากแต่ยังเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา แรงปรารถนา และความหวังไม่ต่างจากคนหนุ่มสาวอีกด้วย

ลองมาสอดส่องดูดีกว่าว่า ‘หนังเควียร์สูงวัย’ เรื่องไหนในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา-รวมถึงอนาคตอันใกล้นี้-ที่ทำให้เรารู้สึกตื่นเต้นกันบ้าง

 

Who Will Save the Roses?

(2017 / เคซาเร ฟูเรซี / อิตาลี)

หนังสัญชาติอิตาเลียนว่าด้วย ‘รักแท้’ ของสองชายแก่ – หนึ่งคือ กลาวดิโอ, ผู้ที่กำลังป่วยติดเตียง และสองคือ จูลิโอ, อดีตทนายความที่ผันตัวมาเป็นนักพนันเพื่อจะได้คอยดูแลฝ่ายแรกในฐานะคนรัก โดยเขามักนำเอา ‘ดอกกุหลาบ’ มาเยี่ยมเยือนทุกเช้าด้วยความรักที่ไม่เคยเสื่อมคลาย – หนังได้รับคำชมว่าสามารถถ่ายทอดสัมพันธ์รักของชายสูงวัยสองคนออกมาได้อย่างอ่อนโยนและสมจริง จนถึงขั้นที่ การ์โล เดลเล ปีอาเน (ผู้ชนะลูกโลกทองคำอิตาเลียนสาขานักแสดงดาวรุ่งจาก A School Outing และรางวัลการแสดง Volpi Cup ของเวนิซจาก Christmas Present) นักแสดงสูงวัย-ที่มักมี ‘ภาพจำ’ จากบทชายหนุ่มนิสัยหยาบกระด้างแต่ลึกๆ แล้วมีจิตใจดี-ผู้รับบทจูลิโอ ถึงขั้นออกมากล่าวว่า “นี่ถือเป็นบทบาทที่สะเทือนอารมณ์และมีวุฒิภาวะที่สุด” ตั้งแต่ที่เขาเคยเล่นหนังมากว่า 100 เรื่องตลอดชีวิต

 

Rainbow’s Sunset

(2018 / โจเอล ลามังแกน / ฟิลิปปินส์)

แม้เรื่องราวของชายแก่ที่เพิ่งออกมาเปิดเผยตัวว่า ‘เป็นเกย์’ กับลูกๆ จะเคยถูกนำมาบอกเล่าผ่านสื่อหนังไปบ้างแล้ว (เช่น Beginners ในปี 2011 ที่แสดงโดย คริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์ จนปู่แกคว้าออสการ์สาขาสมทบชายไปแบบนิ่มๆ) แต่ Rainbow’s Sunset ของผู้กำกับงานชุกอย่าง โจเอล ลามังแกน ก็ดูจะเป็นหนังที่พูดถึงประเด็นเดียวกันนี้ได้อย่างน่าสนใจ เพราะนอกจากมันจะเป็นหนังเพียงไม่กี่เรื่องที่เลือกเล่าความสัมพันธ์ของเกย์สูงวัยภายใต้บริบทวัฒนธรรมของคนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แล้ว มันยังสามารถสื่อสารเนื้อหาที่ว่าด้วย “สามี/พ่อผู้ออกมาเปิดตัวว่าเป็นเกย์ในวัย 84 เพื่อไปดูแลชายคนรัก-ผู้เป็นเพื่อนคนสนิทของครอบครัวมายาวนาน-ที่กำลังป่วยเป็นมะเร็ง” ออกมาได้อย่างจับใจและไม่ตัดสินใคร ทั้งยังพยายามทำความเข้าใจ (โดยจะเห็นได้จากมุมมองของภรรยาคู่ชีวิตที่ดูจะรักและเปิดกว้างกับสามีของเธอมากๆ ถึงขนาดออกหน้ามาเจรจากับลูกหลานด้วยตัวเอง) จนหนังคว้ารางวัลจาก 2018 Metro Manila Film Festival ไปได้มากถึง 11 รางวัล ทั้งในสาขาภาพยนตร์, ผู้กำกับ, นักแสดง (ทั้ง 4 สาขา-โดยส่วนใหญ่คือนักแสดงสูงวัยในเรื่อง) และบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม!

 

The Happy Prince

(2018 / รูเพิร์ต เอเวอเร็ตต์ / สหราชอาณาจักร)

หากยังจำกันได้ รูเพิร์ต เอเวอเร็ตต์ คือนักแสดงเกย์หนุ่มเจ้าเสน่ห์ในหนังห้วงยุค 80-00 อย่าง My Best Friend’s Wedding (1997, พี เจ โฮแกน) และ An Ideal Husband (1999, โอลิเวอร์ ปาร์คเกอร์) ที่ล้วนทำให้เขาได้เข้าชิงลูกโลกทองคำมาแล้ว รวมถึงการประกบคู่กับนักร้องสาวขวัญใจชาวเกย์อย่าง มาดอนนา ใน The Next Best Thing (2000, จอห์น ชเลซิงเกอร์) แต่สำหรับหนังเรื่องนี้ เอเวอเร็ตต์ได้ออกห่างจากบทหนุ่มหล่อล่ำแล้วโอบรับร่างกายอันโรยราในวัย 60 ของตน ด้วยการหันมาจับงานกำกับเป็นครั้งแรก พร้อมรับบท ออสการ์ ไวลด์ (1854-1900) กวี/นักเขียนเกย์ชื่อก้อง (ซึ่งก็เป็นผู้เขียนบทละครต้นฉบับของ An Ideal Husband ที่เขาเคยเล่นนั่นแหละ) โดยตัวหนังเล่าถึงวันท้ายๆ ในชีวิตบั้นปลายของไวลด์ และการมองย้อนกลับไปยังชีวิตอันวายป่วงที่ผ่านมาของตนด้วยอารมณ์ขันและสายตาจิกกัด ซึ่งก็รวมถึงการตีแผ่สัมพันธ์สวาทสุดร้อนที่ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยช่วงวัย และคลี่เผยอารมณ์ความรู้สึกอันอ่อนไหวเปราะบาง-ทั้งบวกและลบ-ของเกย์ผู้อยากมี ‘รักต้องห้าม’ ในยุคบุกเบิกอย่างเขาแบบไม่ออมมือ

 

Pain & Glory

(2019 / เปโดร อัลโมโดวาร์ / สเปน)

ใน Toronto International Film Festival 2019 ที่เพิ่งสิ้นสุดไป ยังคงเต็มไปด้วยหนังเควียร์ที่น่าสนใจเหมือนที่เคยเป็นมา และหนึ่งในนั้นก็คือ Pain & Glory ที่ว่าด้วยคนทำหนังเกย์สูงวัย ซัลวาดอร์ มัลโล (รับบทโดย อันโตนีโอ แบนเดอรัส – นักแสดงคู่ใจของอัลโมโดวาร์) ที่หวนรำลึกถึงอดีตหนหลังของเขา-ตั้งแต่เล็กจนโต-ที่มีทั้งความสำเร็จรุ่งโจน์และความเจ็บปวดรวดร้าว รวมถึงจับจ้องไปยังอนาคตที่ไม่แน่นอนของตนในวัยร่วงโรย ซึ่งทั้งหมดนั้นได้ส่องสะท้อนถึงตัวตนและแรงปรารถนาของอัลโมโดวาร์เอง-ในฐานะของคนทำหนังเกย์สูงวัยตัวจริง โดยเหล่านักวิจารณ์ที่ได้ชมก็ถึงกับบอกว่านี่คือหนึ่งในผลงานมาสเตอร์พีซของเขา และการแสดงในบทเกย์ชราของแบนเดอรัสก็ออกมาละเอียดอ่อนจับใจผู้ชมเอามากๆ จนหนังเรื่องนี้-รวมถึงผู้กำกับและนักแสดง-ถูกคาดการณ์กันอย่างกว้างขวางว่าอาจจะมีบทบาทสำคัญบทเวทีออสการ์ในช่วงต้นปีหน้านี้

 

Two of Us

(2019 / ฟิลิปโป เมเนเก็ตติ / ฝรั่งเศส)

นีนา และ แมดเลน สองสตรีวัยเกษียณผู้เป็นเพื่อนบ้านชั้นบนสุดของอพาร์ตเมนต์ที่ต่างช่วยกันแอบซ่อน ‘สัมพันธ์รัก’ แบบลับๆ ของพวกเธอมาเนิ่นนานหลายทศวรรษ ต้องถูกทดสอบครั้งใหญ่ เมื่อนีนาผู้มีชีวิตอิสระและปรารถนาจะใช้ชีวิตกับผู้หญิงที่เธอรัก เริ่มเรียกร้องความกล้าหาญจากแมดเลนผู้มีชีวิตติดอยู่ในกรอบกฎเกณฑ์และสายสัมพันธ์ในครอบครัว ‘ปกติ’ อย่างหวาดกลัวมาโดยตลอด และชักชวนให้เธอหนีไปยังสถานที่ห่างไกลที่พวกเธอสามารถ ‘เป็นตัวของตัวเอง’ ได้อย่างสบายใจเสียที …หนังได้ บาร์บารา ซูโควา มารับบทเลสเบี้ยนผู้หน่ายกรอบสังคมอย่างนีนา-ซึ่งก็ช่างเข้ากับสถานะการเป็นนักแสดงหญิงยอดฝีมือที่โด่งดังมาจากผลงานของคนทำหนังออเตอร์สุดโต่งแห่ง New German Cinema อย่าง ไรเนอร์ แวร์เนอร์ ฟาสส์บินเดอร์ (Berlin Alexanderplatz, Lola) และ มาร์กาเรเธอ ฟอน ทร็อตทา (Rosa Luxemberg, Hannah Arendt) ของเธอเสียเหลือเกิน

 

Ossan’s Love: Love or Dead

(2019 / โทอิจิโระ รุโตะ / ญี่ปุ่น)

ต่อยอดจากซีรีส์เบาสมองยอดฮิตมาสู่เวอร์ชั่นหนังฉายโรงที่ก็ยังคงวนเวียนอยู่กับความสัมพันธ์และการงานของหนุ่มพนักงานบริษัทอสังหาริมทรัพย์ ฮารุตะ -ผู้ที่แม้จะเคยเป็นชายหนุ่มที่ชอบหญิงสาวมาก่อน แต่ก็เลือกจะตกร่องปล่องชิ้นกับเพื่อนร่วมงานหนุ่มแสนดีอย่าง มากิ- ที่ยังคงสลัด คุโรซาวะ -ผู้จัดการสูงวัยที่เคยตกหลุมรักเขา- ออกไปจากชีวิตไม่ได้เสียที เพราะฝ่ายหลังดันสูญเสียความทรงจำแล้วกลับมาตกหลุมรักเขาใหม่อีกครั้ง ขณะที่เขากับมากิก็ต้องถูกแยกให้ออกห่างจากกันเพราะงานที่ได้รับมอบหมาย! …ซึ่งแม้แฟรนไชส์ชุดนี้จะถ่ายทอดภาพตัวละครเกย์และสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกที่ตลกโปกฮาจนดูเลยเถิดเกินจริงไปบ้าง ทว่าในส่วนของรายละเอียดต่างๆ ของความสัมพันธ์ระหว่างชาย-ชายที่ปรากฏอยู่ในเรื่องนั้น ก็ยังแสดงถึงแง่มุมที่ทั้งน่ารักและลึกซึ้งสมจริงอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะความเชื่อมั่นใน ‘รักแท้’ ของคนรักเพศเดียวกัน ไม่ว่าจะในช่วงวัยหนุ่มหรือวัยชรา

 

Supernova

(2020 / แฮร์รี แม็กควีน / สหรัฐอเมริกา)

สร้างความฮือฮาให้แก่คอหนังไม่น้อยเมื่อ โคลิน เฟิร์ธ -นักแสดงเจ้าของออสการ์นำชายจาก The King’s Speech (2010, ทอม ฮูเปอร์)- และ สแตนลีย์ ทุชชี ต้องมารับบทของคู่รักเกย์สูงวัยจากอังกฤษอย่าง แซม และ ทัสเกอร์ (ตามลำดับ) ที่อยู่ร่วมชีวิตกันมากว่า 20 ปี และเมื่อฝ่ายหลังถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคสมองเสื่อมระยะแรกเมื่อราวสองปีก่อน พวกเขาจึงตัดสินใจออกเดินทางข้ามประเทศด้วยรถอาร์วีคันเก่าเพื่อไปเยี่ยมเยียนเพื่อนๆ, ครอบครัว รวมถึงสถานที่แห่งความทรงจำในอดีตของพวกเขา ซึ่งการเดินทางครั้งสุดท้ายนี้ยังมาพร้อมกับ ‘ความลับ’ ระหว่างกันที่รอวันเปิดเผยอีกด้วย – โดยหนังได้ แฮร์รี แม็กควีน นักแสดงและผู้กำกับรุ่นใหม่จาก Hinterland (2014) มาควบคุมบรรยากาศอันคาดเดาไม่ได้ของเรื่องเล่าที่เต็มไปด้วยบรรยากาศหม่นเศร้ากินใจนี้ และกระแสตอบรับของการเข้าคู่ระหว่างเฟิร์ธกับทุชชี-ที่ต่างก็เคยเล่นบทเควียร์ๆ มาแล้ว-ก็ดูจะไปได้สวย เพราะแฟนๆ ต่างออกมาแสดงอาการลุ้นจิ้นฟินเวอร์ตามพ่อหนุ่มสองคนนี้ แม้ว่าอายุของทั้งคู่จะปาเข้าไปเกือบ 60 ปีแล้วก็เถอะ!

 

แถมท้าย #1 : Time & Again

(2019 / ราเชล แด็กซ์ / สหราชอาณาจักร)

“เอเลียนอร์ กับ อิซาเบลล์ เคยตกหลุมรักและเลิกรากันไป …ก่อนที่พวกเธอจะกลับมาพบเจอกันอีกครั้งในอีก 60 ปีถัดมา” คือพล็อตง่ายๆ ของหนังดราม่าขนาดสั้นเรื่องนี้ที่ฉายใน Outfest LA ของ ราเชล แด็กซ์ ที่สำรวจความรักระหว่างผู้หญิงสองคนที่ต้องถูกรื้อฟื้นขึ้นมาใหม่ในวัย 80 ท่ามกลางบรรยากาศที่ยังคงเต็มไปด้วยอคติทางเพศในบ้านพักคนชรา ซึ่งการได้นักแสดงตัวแม่อย่าง เซียน ฟิลิปส์ (ผู้เคยชิงลูกโลกทองคำจาก Goodbye, Mr. Chips และคว้าบาฟตาจากมินิซีรีส์ I, Claudius) มาร่วมแสดงในบทเอเลียนอร์ ก็ดูจะยิ่งทำให้โปรเจ็กต์นี้ ‘ไม่ธรรมดา’ ขึ้นมา โดยทั้งผู้กำกับและนักแสดงต่างมีเป้าหมายตรงกันว่า อยากให้ตัวละครเลสเบี้ยนสูงวัย-ผู้มาพร้อมแรงปรารถนาทางเพศและความสัมพันธ์-ได้มีที่ทางบนสื่อภาพเคลื่อนไหวกับเขาบ้าง ไม่ได้เป็นแค่เพียงคนแก่ที่ต้องทำตัวปลงสังขาร ไร้แรงขับทางเพศ และนั่งรอความตายไปวันๆ ดังที่ใครๆ มักเข้าใจกัน

 

แถมท้าย #2 : A Great Ride

(2018 / เดบอราห์ เคร็ก / สหรัฐอเมริกา)

ปิดท้ายกันด้วยผลงานหนังสารคดีสั้นจากเทศกาล BFI Flare 2019 เมื่อต้นปีที่ เดบอราห์ เคร็ก -ผู้กำกับหญิงวัย 60 ที่คลุกคลีกับประเด็นเรื่องสุขภาวะของ LGBTQ มาตลอด- นิยายามว่าเป็นสารคดีแนว ‘คนชราฮาเฮ’ โดยคราวนี้เธอพาผู้ชมไปรู้จักกับบรรดาเลสเบี้ยนสูงวัยที่ออกมาใช้ชีวิตของตัวเองอย่างเสรี ไม่ว่าจะเป็น แซลลี อดีตศาสตราจารย์ด้านสตรีศึกษาวัย 80 กว่าปีที่หันมาอาศัยอยู่ในกระท่อมเล็กๆ กลางป่าตอนเหนือของแคลิฟอร์เนียตามลำพังอย่างรื่นรมย์, เบรนดา นักกิจกรรมการเมืองผิวสีที่ยังคงต่อต้านความรู้สึกเกลียดกลัวคนรักเพศเดียวกันของผู้คนทั่วไปพร้อมกับให้ความรู้ที่ถูกควร หรือแก๊งสาวๆ วัยทองที่รวมตัวกันสร้าง ‘ชุมชน’ ที่เปิดกว้างและเป็นมิตรสำหรับ LGBTQ รวมถึงคนเพศอื่นๆ – ซึ่งหญิงรักหญิงเหล่านี้ต่างพร้อมใจกันใช้อารมณ์ขัน, มิตรภาพ, การดูแลตัวเอง และทัศนคติแง่บวกเป็น ‘อาวุธ’ ในการต่อสู้กับความเสื่อมโทรมของสังขาร โดยไม่จำเป็นต้องแคร์ใครหน้าไหน!