Christopher Nolan Dunkirk Hans Zimmer Harry Styles Kenneth Branagh Michael Caine One Direction หนังสงคราม

5 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้ใน Dunkirk หนังสงครามของ คริสโตเฟอร์ โนแลน

Home / Bioscope focus / 5 เรื่องที่คุณอาจยังไม่รู้ใน Dunkirk หนังสงครามของ คริสโตเฟอร์ โนแลน

สำหรับใครหลายคน Dunkirk (2017) ของ คริสโตเฟอร์ โนแลน อาจไม่ใช่ ‘หนังสงคราม’ ที่ดีที่สุดดังที่ผู้ชมบางส่วนกล่าวอ้าง แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่าความทะเยอทะยานและความคลั่งไคล้หลงใหลในรายละเอียดของผู้กำกับคนนี้ไม่เคยเป็นสองรองใคร …ซึ่งนั่นก็ทำให้หนังว่าด้วย ‘การอพยพกำลังพลที่หาดดันเคิร์คในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง’ เรื่องนี้กลายเป็นหนังอีกเรื่องหนึ่งของเขาที่เต็มไปด้วย ‘เกร็ดเล็กเกร็ดน้อย’ มากมายที่เราอาจไม่เคยรู้มาก่อน – เช่นเดียวกับตัวอย่างเกร็ดน่ารู้ทั้ง 5 ข้อดังต่อไปนี้!

1) หนังเกือบไม่มีบท …แต่พอมีบท ก็ทำเก๋โดยอ้างอิงเทคนิคทางดนตรีในการเขียนไปอีก!

รู้หรือไม่ว่าโนแลน-ผู้ขยันสร้างสรรค์พล็อตหนังอันซับซ้อนและบทสนทนาอันเฉียบคม-เคยตั้งท่าว่าจะทำหนังเรื่องนี้แบบ ‘ไม่มีบท’ มาแล้ว โดยเขาตั้งใจจะถ่ายทำมันด้วยวิธีด้นสดและปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามธรรมชาติ จนกระทั่ง เอ็มมา โธมัส ภรรยาและโปรดิวเซอร์คู่ใจต้องรีบออกตัวมา ‘ดับฝัน’ เขาอย่างไม่ไยดี (“เอ็มมามองมาที่ผมเหมือนกับผมเป็นพวกคนเสียสติ ผมเลยคิดว่า โอเค มันอาจไม่เวิร์คจริงๆ ก็ได้ว่ะ”) โนแลนจึงยอมวางไอเดียสุดบ้าบิ่นนี้ลง แล้วตัดสินใจเขียนบทให้พล็อตและบทสนทนาเหลือน้อยที่สุดแทน ซึ่งความเก๋ของบทหนังยังอยู่ตรงที่โนแลนพยายามเขียนมันออกมาโดยอ้างอิงตามเทคนิคทางดนตรีที่เรียกว่า Shepard tone ซึ่งเป็นการสร้าง ‘เสียงหลอก’ ที่ทำให้ผู้ฟังรู้สึกว่าโน้ตดนตรีกำลังพุ่งสูงขึ้นไปเรื่อยๆ เหมือนไม่มีที่สิ้นสุด “ผมพยายามเล่าสลับสามเส้นเรื่องนี้ (แผ่นดิน ผืนฟ้า และมหาสมุทร) โดยให้มันมีความรู้สึกของความเข้มข้นที่ต่อเนื่องกัน – เหมือนกับเป็นความตึงเครียดที่ค่อยๆ เพิ่มสูงขึ้นน่ะครับ”

2) ดนตรีประกอบที่มีเสียงดัง ‘ติ๊ก ติ๊ก’ นั้น ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก ‘นาฬิกา’ ของโนแลน

ใช่แล้ว, เสียงเข็มกระดิกของ ‘นาฬิกา’ คือที่มาของเสียง ‘ติ๊ก ติ๊ก’ ที่ดังเป็นจังหวะอยู่ในดนตรีประกอบหนังฝีมือ ฮานส์ ซิมเมอร์ เพราะ ‘เวลา’ คือแรงขับเคลื่อนสำคัญของเรื่องราวในหนัง และจังหวะติ๊ก ติ๊กที่คล้ายเสียงนาฬิกาก็เป็นการสื่อถึงความกดดันของทุกตัวละครที่กำลังปฏิบัติภารกิจแข่งกับเวลากันอยู่ “ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ผมส่งเสียงนาฬิกาที่ผมอัดไว้ไปให้ฮานส์ มันเป็นนาฬิกาของผมที่มีเสียงติ๊ก ติ๊กสม่ำเสมอเป็นเอกลักษณ์ แล้วเราก็สร้างแทร็คลักษณะนี้ขึ้นมาจากเสียงดังกล่าว เราก่อร่างเสียงต่างๆ ขึ้นมาเป็นเพลง แบบเดียวกับที่เราสร้างคัตต่างๆ ขึ้นมาเป็นหนัง มันเลยกลายเป็นการผสมผสานระหว่างเสียง, ดนตรี และภาพในแบบที่เราไม่เคยทำกันมาก่อน”

3) อดีตทหารจากดันเคิร์คบอกว่า หนังของโนแลนนั้น ‘เสียงดัง’ เกินกว่าเหตุการณ์จริง

มีหลายฉากใน Dunkirk ที่เต็มไปด้วยเสียงดังกึกก้องของเสียงปืนและเสียงระเบิดลูกแล้วลูกเล่า ทั้งบนดิน บนฟ้า และกลางทะเล ซึ่งเหล่าอดีตทหารหาญผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ที่ดันเคิร์คในวัย 90 -ที่ถูกทีมงานเชิญมารับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ร่วม 30 ชีวิตนั้น- ก็ถึงกับเอ่ยปากว่า เสียงในฉากพวกนี้ช่าง ‘ดัง’ เกินกว่าเหตุการณ์จริงในปี 1940 หลายเท่านัก …เคนเน็ธ บรานาห์ หนึ่งในนักแสดงของเรื่องจึงออกมาวิเคราะห์ข้อสังเกตนี้ว่า เพราะในเหตุการณ์จริง ทหารเหล่านี้ต้องวิ่งวุ่นกันอยู่บน ‘พื้นที่เปิด’ อย่างชายหาดดันเคิร์ค จึงอาจเป็นไปได้ว่า เสียงระเบิดที่เกิดขึ้นถูกทำให้ ‘เบาบางลง’ จากลักษณะของภูมิประเทศดังกล่าว ขณะที่เสียงระเบิดจากตัวหนังนั้นเกิดขึ้นในโรงหนังที่เป็น ‘พื้นที่ปิด’ จึงทำให้เสียงเหล่านี้ฟังดูดังชัดกว่าปกติ – อย่างไรก็ดี บรรดาคุณปู่คุณตาอดีตทหารก็ยังชื่นชมรายละเอียดอื่นๆ ในหนังของโนแลนว่า ‘สมจริง’ อีกด้วย

สไตล์ส (กลางภาพ)
4) พ่อหนุ่มบอยแบนด์ แฮร์รี สไตล์ส ถูกคัดเลือกเป็นนักแสดงเพราะ ‘ใบหน้าย้อนยุค’ ของเขา

แม้ว่านักแสดงผู้รับบทพลทหารส่วนใหญ่ในหนังเรื่องนี้จะมีทั้งนักแสดงหน้าใหม่และนักแสดงละครเวทีเพื่อขับเน้นความสมจริง แต่หนึ่งในตัวละครทหารวัยละอ่อนที่เป็นตัวดำเนินเรื่องบนหาดดันเคิร์คก็ยังมี ‘คนดัง’ อย่าง แฮร์รี สไตล์ส จาก One Direction -วงบอยแบนด์สัญชาติอังกฤษที่เคยสร้างชื่อไปทั่วโลก- รวมอยู่ด้วย ซึ่งหลายคนอาจเข้าใจว่าที่โนแลนเลือกเขามาก็เพราะความโด่งดังและสถานะขวัญใจสาวๆ ของเจ้าตัว ทว่าความจริงก็คือโนแลนเลือกเขามาเพราะ “เขามีใบหน้าที่ดูย้อนยุคดีน่ะครับ …เป็นใบหน้าประเภทที่ทำให้คุณเชื่อได้ว่าเขามีชีวิตอยู่ในช่วงเวลานั้น (ปี 1940) จริงๆ” เขายังเล่าด้วยว่าเขาเลือกสไตล์สจากการดูเทปออดิชั่นเหมือนกับนักแสดงโนเนมคนอื่นๆ นั่นแหละ “ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเจ้าแฮร์รีมันเป็นคนดังขนาดนี้!”

5) เสียงของนักแสดงคู่บุญของโนแลนอย่าง ไมเคิล เคน ก็โผล่มาในหนังเรื่องนี้ด้วยนะ!

ไมเคิล เคน เป็นนักแสดงอาวุโสที่เคยเล่นหนังของโนแลนมาหลายเรื่อง (ไตรภาค The Dark Knight, The Prestige, Inception, Interstellar) และสำหรับใน Dunkirk นี้ก็ดูเหมือนผู้กำกับคนเก่งจะไม่ยอมปล่อยเคนไปไหน เพราะแม้จะไม่มีบทอะไรให้เขาได้เล่นอย่างเป็นชิ้นเป็นอัน แต่โนแลนก็ยังอุตส่าห์ลากเขามา ‘รับเชิญ’ ด้วยการให้เขาลงเสียงเป็นผู้บัญชาการที่ดังมาจากวิทยุของเหล่านักบิน (หนึ่งในนั้นรับบทโดย ทอม ฮาร์ดี) ในช่วงต้นของเรื่อง “ผมช็อคมากนะที่ผู้ชมหลายคนจำเสียงเขาไม่ได้น่ะ ทั้งๆ ที่เขาเป็นหนึ่งในเจ้าของเสียงที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในโลกภาพยนตร์ขนาดนี้” โนแลนกรีดร้อง “ผมอยากให้เขามาลงเสียงนี้แบบสุดๆ มันเหมือนกับเป็นการย้อนกลับไปหาตัวละคร(ผู้บัญชาการ)ของเขาใน Battle of Britain (1969, กาย ฮามิลตัน) อยู่นิดๆ น่ะครับ …แล้วอีกอย่าง เพราะเขาคือไมเคิล เขาเลยต้องอยู่ในหนังทุกเรื่องของผม – ไม่ว่ายังไงก็ตาม”

โนแลนกับเคนในกองถ่าย