Choi Min-sik Oldboy Park Chan-wook หนังเกาหลี หนังโหด

ว่าด้วยรสนิยม ‘รุนแรงหลอกหลอน’ ของ พัคชานอุก ในงานดัดแปลง Oldboy ต้นตำรับหนังโหดจากเกาหลีใต้

Home / Bioscope focus / ว่าด้วยรสนิยม ‘รุนแรงหลอกหลอน’ ของ พัคชานอุก ในงานดัดแปลง Oldboy ต้นตำรับหนังโหดจากเกาหลีใต้

โดย คำแพง คนึงเหตุ

(ตัดทอนและปรับปรุงมาจากบทความในนิตยสารไบโอสโคปฉบับที่ 187)

 

เมื่อครั้งที่ Old Boy มังงะที่ถูกตีพิมพ์ระหว่างปี 1996-1998 ของ การอน สุชิยะ (เรื่อง) และ โนบุอากิ มิเนกิชิ (ภาพ) -ซึ่งเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ ชินอิจิ โกโตะ ชายผู้ออกหาคำตอบว่าใครเป็นคนจับตัวเขาไปขังในคุกปริศนาอยู่นานถึงสิบปี- ถูกคนทำหนังชาวเกาหลีใต้อย่าง พัคชานอุก ดัดแปลงเป็นหนังแอ็กชั่น/นีโอนัวร์ที่ชื่อ Oldboy (2003) -ซึ่งว่าด้วยการออกล่าล้างแค้นของชายคนหนึ่งหลังครอบครัวถูกฆ่าและเขาต้องติดคุกปริศนาอยู่นานถึงสิบห้าปี- พัคก็แทบจะดัดแปลง ‘ทุกอย่าง’ ให้ต่างไปจากต้นฉบับ นับตั้งแต่รายละเอียดเล็กๆ อย่างจำนวนปีที่ตัวเอกถูกขัง ไปจนถึงเรื่องสำคัญๆ อย่าง ‘สไตล์’ ของเรื่องที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง…

Old Boy ฉบับมังงะ
Oldboy ฉบับหนัง

โดยเวอร์ชั่นหนังนั้นได้ชื่อว่า ‘รุนแรงสุดๆ’ เพราะมีการทำร้ายร่างกาย(และจิตใจ)ต่างๆ นานาอยู่ตลอดทั้งเรื่อง ขณะที่ในเวอร์ชั่นมังงะกลับไม่ได้รุนแรงเท่า เนื่องจากกว่าที่ ‘ความตาย’ ครั้งแรกจะปรากฏ เรื่องราวก็ดำเนินไปไกลโขแล้ว – ซึ่งเมื่อมีคนถามถึงการใช้ความรุนแรงในฉบับหนังของเขา ว่าถูกอ้างอิงมาจากประสบการณ์จริงๆ ในชีวิตหรือเปล่า พัคก็ตอบว่า “ผมไม่เคยมีประสบการณ์แบบนั้นเลยนะ ตรงกันข้ามเลยด้วยซ้ำ ยกเว้นตอนเด็กๆ ที่ผมเคยต่อยตีอยู่ครั้งนึง ผมเป็นพวกที่สามารถข่มอารมณ์โกรธเกลียดมาได้ตลอดชีวิต บางทีผมอาจอยากเห็นความรุนแรงในหนังเพราะแบบนี้ก็ได้นะ (ยิ้ม) มันน่าสนุกดี

แต่ความรุนแรงในหนังของพัคก็ใช่ว่าจะถูกใส่มาเพื่อสนองตอบความต้องการของตนอย่างไร้ที่มาที่ไป เพราะเขาตั้งใจทำให้ผู้ชมรู้สึก ‘อึดอัดไม่สบายใจ’ ต่างหาก ซึ่งเขาเคยบอกว่า หากฉากไหนที่ควรจะรุนแรง เขาก็จะนำเสนอความรุนแรงออกมาโต้งๆ โดยไม่ลังเล แต่หากฉากไหนไม่จำเป็น เขาก็จะไม่ยัดเยียดมันเข้าไป ฉะนั้น ‘ความรุนแรง’ จึงเป็นเพียง ‘เครื่องมือ’ ชิ้นหนึ่งของเขาในการสื่อสารกับคนดู เพื่อให้รู้สึกไปในทางเดียวกับที่เขาต้องการเท่านั้น ซึ่งหากเราย้อนกลับไปดูผลงานของเขาในยุคนั้นอย่าง Sympathy for Mr. Vengeance (2002) และ Sympathy for Lady Vengeance (2004) ก็จะเห็นได้ว่ามีฉากรุนแรงเลือดสาดเพื่อหวังผลแบบนี้ปรากฏอยู่ทั้งสิ้น

พัคยังเล่าด้วยว่า สิ่งที่เป็นตัวกำหนดแนวทางในการดำเนินเรื่องของ Oldboy ก็คือ ‘สไตล์ภาพ’ ดังนั้น เนื้อเรื่องของหนังจึงขึ้นอยู่กับสุนทรียะที่เขาต้องการและกำหนดไว้ตั้งแต่แรก-มากกว่าที่จะอิงจากเนื้อหาของมังงะต้นฉบับ ซึ่งนอกจากนี้ ก็ยังมีการใช้ความเซอร์เรียลที่เหนือจริง ผ่านงานภาพที่เหมือนกับความฝัน อันเป็นอิทธิพลจากงานของนักเขียนที่เขาชื่นชอบเป็นส่วนตัวอย่าง ฟรันซ์ คาฟกา ด้วย โดยจะเห็นได้จากหลายๆ ฉากในหนัง อาทิ ฉาก ‘มดยักษ์’ บนรถไฟฟ้าที่เป็นเสมือนภาพหลอนของตัวละคร ซึ่งเราคาดว่าน่าจะได้แรงบันดาลใจมาจากนิยายสั้นอย่าง The Metamorphosis (1915) ที่คาฟกาเล่าเรื่องของเซลส์แมนผู้กลายร่างเป็นแมลงยักษ์นั่นเอง

 

ทั้งหมดนี้ก็เพื่อสร้างบรรยากาศความหลอกหลอนและรุนแรงทางอารมณ์ให้เกิดแก่ตัวผู้ชมอย่างทรงพลังชนิดที่สื่อชนิดอื่นไม่อาจทำได้ (คำเตือน : ต่อไปนี้เป็นการสปอยล์เล็กๆ จากภาพประกอบด้านบน) “หลายคนคิดว่าความรุนแรงในหนังหลายเรื่องที่ผมทำมันนั้นมันช่างล้นเกิน” พัคว่า “นั่นก็เพราะพวกเขาคิดไปเองว่ากำลังได้เห็นใน ‘สิ่งที่พวกเขาไม่ได้เห็น’ ต่างหากเล่า – คุณไม่ได้เห็นภาพลิ้นที่ถูกตัดใน Oldboy จริงๆ เสียหน่อย มันเป็นแค่ภาพที่คนดู ‘คิดไปเอง’ ว่าพวกเขาได้เห็นก็เท่านั้นแหละ!”