Kentaro Sakaguchi

“ผมคือ ‘หมาป่า’ ในคราบของ ‘แกะน้อย’ น่ะครับ” : โลกต่างมุมของนักแสดงหนุ่ม เคนทาโระ ซาคากุจิ

Home / Bioscope focus / “ผมคือ ‘หมาป่า’ ในคราบของ ‘แกะน้อย’ น่ะครับ” : โลกต่างมุมของนักแสดงหนุ่ม เคนทาโระ ซาคากุจิ

ในช่วงหลายปีมานี้ ใบหน้าหล่อใสของนักแสดงหนุ่มสัญชาติญี่ปุ่นอย่าง เคนทาโระ ซาคากุจิ ได้กลายมาเป็นหนึ่งใน ‘ใบหน้าอันเป็นที่รักยิ่ง’ ของบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ โดยเฉพาะสาวๆ ที่เป็นนักดูหนังในบ้านเรา ด้วยความที่ผลงานหนังรักโรแมนติกชวนฝันอย่าง The 100th Love with You (2017, โช ซึคิคาวะ) และ Tonight, at Romance Theater (2018, ฮิเดกิ ทาเคอุจิ) ที่ซาคากุจิรับบท ‘พระเอก’ แบบเต็มๆ นั้น ได้ทำให้เราคุ้นเคยกับเขามากขึ้น ทั้งในแง่ของรูปลักษณ์ที่ชวนมองและฝีมือการแสดงที่น่าจับตา-ซึ่งสามารถขโมยหัวใจของใครต่อใครไปอย่างไม่ทันตั้งตัว

และเนื่องด้วย Brave Father Online: Our Story of Final Fantasy XIV (2019, โนงุจิ เทรุโอะ) ผลงานใหม่ของพ่อหนุ่มหน้าละอ่อนวัย 28 คนนี้เพิ่งจะเข้าฉาย เราจึงขอนำทุกท่านไปรู้จักกับ ‘โลก’ ในด้านอื่นๆ ของเขา-ผู้ที่ยืนยันว่าตนเป็น ‘หมาป่า’ สุดซ่าและหาใช่ ‘แกะน้อย’ ไร้เดียงสาอย่างที่ใครๆ คิดไม่-ให้มากขึ้นกันอีกนิด!

 

1.
โลกของนายแบบผู้จุดประกายเทรนด์ ‘หนุ่มหล่อตาหยี’

ด้วยความที่ซาคากุจิเป็นหนุ่มโตเกียวผู้มีความสูงถึง 183 เซนติเมตร จึงทำให้เขาก้าวเข้าสู่วงการบันเทิงด้วยอาชีพนายแบบให้กับนิตยสารสุดคูลอย่าง MEN’s NON-NO จนเริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่วัยรุ่น และถึงขั้นได้ขึ้นปกแบบ ‘เดี่ยวๆ’ เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปีสำหรับนิตยสารหัวนี้ (และก็ขึ้นปกเดี่ยวเรื่อยมาจนทุกวันนี้) พร้อมจุดกระแสความนิยม ‘หนุ่มหล่อตาหยี’ ขึ้นมาอยู่พักใหญ่

ขณะที่กิจกรรมความชอบส่วนตัวอันแสนน่ารัก ก็ยิ่งทำให้เขาเป็นที่น่าหลงใหลสำหรับใครหลายคน ไม่ว่าจะเป็นทักษะด้านการทำอาหาร (เมนูที่เขาทำประจำคือ Pork Shogayaki หรือก็คือ ‘หมูผัดขิงสไตล์ญี่ปุ่น’) หรือการชอบอ่านหนังสือและฟังเพลงเป็นชีวิตจิตใจ “ผมอ่านนิยายเยอะมากครับ” เขาเคยให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อหลายปีก่อน “เหตุผลที่ผมรักการอ่านนิยายมากๆ ก็เพราะได้รับอิทธิพลมาจากแม่นี่แหละครับ …แล้วผมก็ฟังเพลงเยอะด้วย ผมชอบเพลงร็อคแบบสุดๆ ไปเลย แถมยังปลื้มศิลปินอย่าง เดวิด โบวี, วง The Four Seasons และพวกนักดนตรีรุ่นเก่าๆ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ผมได้รับมาจากพ่ออีกทีหนึ่ง”

และในบทสนทนาเดียวกันนั้น เขา-ผู้ยังเป็นเพียงนายแบบหนุ่มหน้าใหม่-ก็ได้เผยถึงเป้าหมายถัดไปของเขาด้วย ว่าอยากลองแสดงตัวตนผ่านผลงานในด้านอื่นดูบ้าง “ผมกำลังเรียนการแสดงอยู่ครับ เพราะผมอยากเป็นนักแสดงมาก เลยเรียนแบบทีละน้อยและค่อยเป็นค่อยไป ผมอยากให้มีคนได้รู้จักกับตัวตนของผมมากขึ้นน่ะครับ”

 

No Longer Heroine
The 100th Love with You
Tonight, at Romance Theater
Our Little Sister
2.
โลกอันแตกต่างระหว่าง ‘เคนทาโระ’ นักแสดงเจ้าบทบาทของแฟนๆ กับ ‘เคนจัง’ จอมห่ามห้าวในหมู่คนรู้ใจ

ในปี 2014 ซาคากุจิก็เริ่มมีผลงานการแสดงในบทบาทเล็กๆ จากหนังดราม่าพลังหญิงอย่าง Shanti Days 365 Days, Happy Breath (กำกับโดย โคโตะ นากาตะ) ตามด้วยบทสมทบในหนังธริลเลอร์โลกอนาคตอย่าง Prophecy (2015, โยชิฮิโระ นาคามูระ) และหนังที่ดัดแปลงจากมังงะดังว่าด้วยรักสี่เส้าอย่าง No Longer Heroine (2015, ซึโตมุ ฮานาบูสะ) ไล่เลยมาจนถึงการรับบทนำในหนังรักโรแมนติกน้ำตาท่วมจออย่าง The 100th Love with You (เขาเล่นเป็นนักดนตรีหนุ่มผู้ย้อนเวลาได้และตัดสินใจกลับไปช่วยชีวิตเพื่อนจากวัยเด็กที่เขาแอบรัก) และ Tonight, at Romance Theater (ชายหนุ่มผู้อยากเป็นคนทำหนังที่ได้พบกับนางเอกหนังยุคขาวดำที่ทะลุออกมานอกจอ!) รวมถึงซีรีส์ที่ทำให้คนจำหน้าเขาได้มากขึ้นอย่าง Tokyo Tarareba Girls (2017 – หนุ่มผมทองปริศนาผู้มีอิทธิพลกับแก๊งสาวๆ วัยเฉียดสามสิบ), Signal (2018 – สายสืบผู้สื่อสารกับคนในโลกอนาคตเพื่อแก้ไขเหตุร้าย) และ Innocence, Fight Against False Charges (2019 – ทนายหนุ่มมาดเข้มผู้ใช้วิทยาศาสตร์มาเป็นเครื่องมือแก้ต่าง)

นอกจากนี้ หลายคนอาจจำไม่ได้ว่าซาคากุจิยังเคยโผล่มาใน Our Little Sister (2015, ฮิโรคาสุ โคเระเอดะ) ด้วย โดยแสดงเป็นคนรักของ โยชิโนะ -หนึ่งในกลุ่มพี่สาวต่างแม่ของเด็กหญิงตัวเอก- ที่ค่อนข้าง ‘ตรงไปตรงมา’ ในการแสดงออกทางความรัก …ซึ่งตรงข้ามกับตัวตนจริงๆ ของซาคากุจิที่ค่อนข้าง ‘ให้เกียรติ’ สาวๆ อยู่พอสมควร จนหลายคนอาจมองว่าเขาเป็นคน ‘ขี้อาย’

Tokyo Tarareba Girls
Signal
Innocence, Fight Against False Charges

อย่างไรก็ดี แม้ซาคากุจิจะออกตัวว่าเป็นชายหนุ่มที่ไม่กล้าโอบไหล่เพื่อคลุมเสื้อกันหนาวให้สาวหรือไม่กล้าพูดจาปลอบประโลมสาวที่กำลังเศร้าเพราะอกหัก แต่เขาก็บอกว่าตนพร้อมจะเป็นผู้ชายที่คอยยื่นเสื้อกันหนาวให้หรือคอยยืนอยู่เคียงข้างเพื่อเป็นกำลังใจให้หญิงสาวอย่างเงียบเชียบเสมอ และหากเมื่อใดที่เขากลัวว่าหญิงสาวที่เขาชอบจะพลัดหลงกันไปท่ามกลางฝูงชน สิ่งที่เขาจะเลือกทำก็ยังคงเป็นการให้เธอเกาะชายเสื้อของเขา-โดยที่ไม่จำเป็นต้องล่วงเกินโดยการแตะต้องตัวเธอเลยแม้แต่นิดเดียว “ถึงร่างกายของเราจะไม่ได้สัมผัสกันตรงๆ แต่มันก็ยังสามารถรู้สึกได้ถึงความห่วงหาอาทรที่เรามีต่อกันนะครับ – อันที่จริงผมก็เคยทำอะไรแบบนี้มาบ้าง ซึ่งผมว่าระยะห่างแบบนี้มันก็ทำให้คุณใจเต้นได้เหมือนกันแหละน่า”

แต่นอกเหนือจากเรื่องสาวๆ ที่เขาให้เกียรติพวกเธอจนดูเหมือนเป็นหนุ่มขี้อายแล้ว ในช่วงเวลาส่วนตัวอย่างการออกไปสังสรรค์กับครอบครัวหรือกลุ่มเพื่อนฝูง ก็น่าจะถือเป็นช่วงที่เขาสามารถปลดปล่อยตัวตนอีกด้าน-ที่ดูจะบ้าๆ บวมๆ แบบไม่ต้องเกรงใจใคร-ออกมาได้อย่างเต็มที่ “ผมจะมีตัวตนบางด้านที่ไม่ได้แสดงออกมาให้เห็นกันโดยทั่วไปอยู่ด้วยน่ะครับ แต่ผมก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นพวกชอบเก็บตัวหรืออะไรหรอกนะ เวลาผมปล่อยตัวตามสบาย ผมจะโหวกเหวกโวยวายมากเลย เอาจริงๆ นะ” เขาหัวเราะ “ผมคือ ‘หมาป่า’ ในคราบของ ‘แกะน้อย’ น่ะครับ ฉะนั้น เวลาที่ผมอยู่กับแม่หรือพี่สาวในที่สาธารณะและทำตัวตามปกติ พวกเขาก็มักจะแซวผมว่า ‘คนอื่นต้องคิดว่าเธอเป็นบ้าไปแล้วแน่ๆ’” เขาหัวเราะร่าเริง

 

The House Where The Mermaid Sleeps (2018, ยูกิฮิโกะ สึสึมิ)
Brave Father Online: Our Story of Final Fantasy XIV
3.
โลกของชายหนุ่มธรรมดาๆ ที่รักหนังและใส่ใจการแสดงในทุกๆ วัน

ดูเหมือนว่าความเป็น ‘หนุ่มบ้านๆ’ ของซาคากุจิจะได้ถูกนำมาใช้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยในผลงานหนังเรื่องล่าสุดอย่าง Brave Father Online: Our Story of Final Fantasy XIV เพราะเขาต้องรับบทเป็น อาคิโอะ เด็กหนุ่มนักเล่นเกมที่ใช้นามแฝงว่า ไมดี ที่ต้องสื่อสารกับอีกหนึ่งผู้เล่นอย่าง อินดี ที่เขาไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วก็คือพ่อผู้เงียบขรึมของเขาเอง (โยชิดะ โคทาโระ) ก่อนที่ทั้งคู่จะค่อยๆ ซึมซับและแลกเปลี่ยนความรู้สึกที่พวกเขามีต่อกันระหว่างการออกผจญภัยในโลกออนไลน์ – ซึ่งก็นับเป็นบทที่เขาต้องทำการบ้านอย่างหนักไม่ต่างไปจากหนังเรื่องก่อนๆ เลย

ผมสนิทกับพ่อมาก ก็เลยไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกของอาคิโอะที่มีระยะห่างกับพ่อของเขาเท่าไหร่ ผมมักจะไปกินข้าวหรือซื้อของกับพ่อบ่อยๆ บางทีพ่อก็สวมเสื้อผ้าที่ผมซื้อให้ และบางครั้งผมก็ยืมเสื้อผ้าที่พ่อซื้อมาเหมือนกัน พวกเราสนิทกันเหมือนเพื่อนเลยครับ ดังนั้น พอนึกถึงตอนที่ตัวเองอยู่ในวัยที่ยังต่อต้านผู้ใหญ่ดู ผมเลยคิดได้ว่า ‘ตอนนั้นไม่ได้คุยกับพ่อเลยแฮะ’ จากนั้นจึงลองจินตนาการตามความทรงจำของตัวเองในตอนนั้นดู เพื่อเล่นบทนี้ให้ออกมาดีน่ะครับ”

แถมซาคากุจิยังใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ของตัวละครนี้อีกด้วย “เพราะว่าเขาเป็นเด็กผู้ชายธรรมดาๆ ตอนเล่นก็เลยต้องใช้ความละเอียดอ่อนอยู่สักหน่อย เพราะเวลาผมรับบทเป็นตัวละครที่มีบทพูดเยอะ ผมก็จะสามารถแสดงความรู้สึกออกมาได้ง่ายๆ ด้วยการพูด แต่ทั้งอาคิโอะและพ่อเป็นคนพูดน้อยทั้งคู่ ผมเลยลองถกหลายๆ อย่างกับคุณโคทาโระดู ทำให้คิดได้ว่าตอนที่อาคิโอะจ้องมองไปยังพ่อของเขา พ่อก็น่าจะดูเขินๆ บ้าง แต่ในทางกลับกัน อาคิโอะเองก็ต้องตอบสนองต่อปฏิกิริยาของพ่ออย่างละเอียดอ่อนด้วย ซึ่งเป็นจุดเล็กมากๆ ที่ผมนึกถึงตลอดตอนเล่นเป็นอาคิโอะน่ะครับ” ทั้งนี้ยังรวมไปถึงการที่เขาต้องออกแบบวิธีการ ‘จับ’ และ ‘กด’ จอยเกมอย่างพอเหมาะ เพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของตัวละครนี้ที่ชอบเล่นเกมมาตั้งแต่เด็กอีกด้วย

Brave Father Online: Our Story of Final Fantasy XIV

ไม่เพียงแค่การใส่ใจกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ทางการแสดงในผลงานทุกเรื่องของตนเท่านั้น แต่ซาคากุจิยังสนใจการศึกษาใฝ่หาความรู้จากหนังและซีรีส์ที่เขาสนใจอีกด้วย โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่เขาสารภาพว่าติดซีรีส์ไซ-ไฟสัญชาติอเมริกันอย่าง Westworld อย่างที่สุด “มันเกี่ยวกับสวนสนุกที่สร้างขึ้นมาจากเทคโนโลยีขั้นสูง และแขกที่จ่ายเงินจำนวนมหาศาลจะได้รับการให้อภัยสำหรับการทำเรื่องโหดร้ายน่ะครับ – ซึ่งถึงแม้ในเรื่องจะมีความรุนแรงอยู่ แต่เพราะมันเป็นเรื่องที่ผมคิดว่ายังไม่น่าจะเกิดขึ้นบนโลก ณ ตอนนี้ได้ ผมเลยรู้สึกว่ามันน่าสนุกตื่นเต้นดีน่ะครับ” เขายิ้มสดใส

“ผมชอบดูหนังนะครับ แล้วก็ยังชอบรับงานแสดงในบทบาทที่ต่างกันด้วย ผมชอบเรียนรู้ผ่านการเล่นเป็นคนที่แตกต่างไปจากตัวเอง และผมก็สามารถทำงานหนักในฐานะนักแสดงได้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตัวเองตั้งเอาไว้ รวมถึงถ้าในอนาคตผมมีโอกาส ผมก็อยากลองทำงานกำกับดูบ้างเหมือนกันนะครับ” ซาคากุจิกล่าวสรุปอย่างมีความหวัง