กฤษณ์ สมประสงค์ ผู้สาวขาเลาะ ผู้สาวขาเลาะ เดอะอินดี้มูฟวี่ ลำเพลิน วงศกร ลำไย ไหทองคำ วัยรุ่น หนังอีสาน ห่อหมกฮวกไปฝากป้า อาม ชุติมา เต๊ะ ตระกูลตอ

‘ห่อหมกฮวกไปฝากป้า’ หนังแรร์ไอเท็มของคนเมือง

Home / Bioscope focus / ‘ห่อหมกฮวกไปฝากป้า’ หนังแรร์ไอเท็มของคนเมือง

โดย นคร โพธิ์ไพโรจน์ บรรณาธิการฝ่ายหนังไทย BIOSCOPE

 

ในยูทูบนับถึงวินาทีที่เขียนบทความนี้ เพลง ห่อหมกฮวกไปฝากป้า ของ เต๊ะ ตระกูลตอ และ ลำเพลิน วงศกร เวอร์ชั่นเนื้อร้อง มีผู้เข้าชม 183 ล้านวิว ซึ่งถ้ารวมอีก 133 ล้านวิวจากมิวสิกวิดีโอ เท่ากับว่าเพลงนี้มียอดวิวสูงถึง 316 ล้านวิว! แต่พอเพลงฮิตทั้งประเทศนี้ดัดแปลงมาเป็นหนัง มันกลับทำเงินในกรุงเทพฯ ไปได้แค่ 67,000 บาท จากการฉายจุดเดียวคือ SFC บิ๊กซีบางพลีเท่านั้น!

สอบถามจากสายหนังอีสาน พบว่ามันทำเงินไปมากพอที่จะยืนระยะได้ถึงสามสัปดาห์ พอจะเป็นข้อยืนยันได้บ้างว่าความดังของเพลงและศิลปินมีผลอย่างยิ่งในภาคอีสาน แต่ไม่เป็นเช่นนั้นเลยในกรุงเทพฯ ซึ่งคงต้องตั้งคำถามต่อว่ามันไม่มีผลต่อรายได้ในเมืองจริงหรือมันไม่ได้มีโอกาสพิสูจน์ตัวเองมากพอกันแน่

เส้นทางการกลายเป็นหนังของ ‘ห่อหมกฮวกไปฝากป้า’ ไม่ต่างกันนักกับ ผู้สาวขาเลาะ เดอะอินดี้มูฟวี่ ทั้งคู่ต่อยอดมาจากเพลงฮิตติดลมบนและนำแสดงโดยศิลปินเจ้าของเพลงนั่นเอง โดย ‘ผู้สาวขาเลาะฯ’ นำแสดงโดย ลำไย ไหทองคำ กับ อาม ชุติมา นักร้องและนักแต่งเพลง ผู้สาวขาเลาะ 360 ล้านวิวนั้น ส่วน ‘ห่อหมกฮวกไปฝากป้า’ นำแสดงโดย เต๊ะ ตระกูลตอ กับ ลำเพลิน วงศกร นักร้องนักแต่งเพลงชื่อเดียวกับหนังเช่นกัน ในขณะที่ ‘ผู้สาวขาเลาะฯ’ สร้างโดยค่ายเพลง ‘ไหทองคำ’ หนัง ‘ห่อหมกฮวกไปฝากป้า’ ก็สร้างโดย Sing Music ต้นสังกัดเพลง ดูเหมือนต้นทุนทางการตลาดของทั้งสองเรื่องไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน แต่ชะตากรรมต่างกันราวฟ้ากับเหวนัก?

หนัง ‘ห่อหมกฮวกไปฝากป้า’ ยาว 2.15 ชั่วโมงโดยประมาณ และให้ความรู้สึกราวกับได้ดูหนังถึงสองเรื่อง ซึ่งผิดจากที่คาดไว้เมื่อมองว่ามันสร้างมาจากเพลงสนุกเนื้อหาทะลึ่งตึงตัง โดยส่วนแรกเล่าเรื่องการเติบโตของสองศรีพี่น้อง กิ่ง และ แก้ว ทั้งคู่สนิทสนมกันมาตลอด กิ่งคนพี่มักเป็นฝ่ายเสียสละให้น้องเสมอ จนกระทั่งทั้งคู่ผิดใจและแยกจากกัน เมื่อเข้าสู่ครึ่งหลัง หนังเล่าเรื่องปัจจุบันของ เต๊ะ และ ลำเพลิน พี่น้องป่วนประสาทลูกชายของแก้วคนน้อง ที่ได้รับภารกิจจากแม่แก้วให้เอาห่อหมกฮวกไปฝากป้ากิ่งเพื่อขอคืนดี แต่กว่าจะถึงภารกิจนั้นเราก็จะได้รู้จักความทะเล้นทะลึ่งของพี่น้องคู่นี้อย่างปรุโปร่ง รวมถึงเรื่องรักของทั้งคู่ตามครรลองของชีวิตวัยรุ่นทั่วไป

ตัวหนังจริงให้น้ำหนักกับเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องในท่าทีจริงจัง จนผิดคาดไปจากแนวทางที่เพลงต้นฉบับได้สร้างไว้พอสมควร กฤษณ์ สมประสงค์ ผู้กำกับและเขียนบท เล่าถึงเหตุแห่งการตีความให้เป็นเล่นนี้ไว้ว่า “ผมคุยกันว่าแฟนคลับของเต๊ะและลำเพลินเป็นเด็กเสียส่วนใหญ่ เราเลยอยากจะทำหนังที่มันใสสะอาด ไม่ลามก และเป็นเรื่องครอบครัว เพราะในเพลงก็พูดถึงแม่และป้าอยู่แล้ว”

ห่อหมกฮวกไปฝากป้าเล่าถึงสังคมวัยรุ่นชนบทอีสานใน 20 ปีก่อน เทียบเคียงกับวัยรุ่นในปัจจุบัน เราจึงได้เห็นภาพของผู้สร้างที่มีต่ออีสานในอดีตซึ่งเรียบง่าย งดงาม ตามพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง มีเลือดของอนุรักษ์นิยมเต็มขั้นกับการพยายามทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมดนตรีอีสานแบบดั้งเดิมเอาไว้ ตรงกันข้ามกับภาพปัจจุบันที่มีการผสมผสานกับวัฒนธรรมเมืองอย่างแนบเนียนไปแล้ว

ผมเป็นคนกรุงเทพฯ ซึ่งมองว่าอีสานมีวัฒนธรรมที่สวยงามมาก เพราะตอนนี้ต้องยอมรับว่าคนที่มองเข้าไปในอีสานจะมีภาพแบบหนึ่งจากหนังและเพลงอีสานที่โด่งดังในตอนนี้ กฤษณ์เล่า “เราตั้งใจให้สองส่วนมันคอนทราสต์กันเพราะช่วงเวลาต่างกัน ทั้งวิถีชีวิต บ้านเรือน แนวดนตรี พอมาเป็นรุ่นลูกก็จะมีความทะเล้นในแบบของตัวเอง ซึ่งเราตั้งใจจะให้เห็นความแตกต่างทางยุคสมัยชัดเจน”

และเพราะสิ่งนี้เราจึงมองเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่วัยรุ่นแต่ละยุคได้รับการปลูกฝังและบทเรียนที่ผู้คนส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น วัยรุ่น 20 ปีก่อนใน ‘ห่อหมกฮวกไปฝากป้า’ ได้รับการบ่มเพาะให้ยึดความสำคัญของสถาบันครอบครัวด้วยการกล่อมเกลาจากนิทานพื้นบ้าน และเมื่อวัยรุ่นยุคนั้นเติบโตขึ้นมามีครอบครัว ก็ได้รับเอาบทเรียนและบาดแผลมาเลี้ยงดูลูกต่อไป เราจึงเห็นชัดเจนว่า กิ่งกับแก้ว และ เต๊ะกับลำเพลิน มีวิธีคิดที่ต่างกัน

แต่น่าเสียดายที่หนังอีสานจากมุมมองคนนอกนี้ไม่ได้มีโอกาสสื่อสารกับคนนอกพื้นที่ได้อย่างที่ควรจะเป็น