Harry Potter

‘ร้ายกาจ’ รวมประโยคเด็ดและโมเมนต์ประทับใจจากแฟรนไชส์ Harry Potter

Home / bioscope, Bioscope focus / ‘ร้ายกาจ’ รวมประโยคเด็ดและโมเมนต์ประทับใจจากแฟรนไชส์ Harry Potter

เป็นเวลาเกือบสองทศวรรษแล้ว นับตั้งแต่ที่ Harry Potter and the Philosopher’s Stone -หนังที่สร้างจากวรรณกรรมชื่อเดียวกันของ เจ เค โรว์ลิง– ออกฉายและประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม เล่าเรื่องของ แฮร์รี พ็อตเตอร์ พ่อมดผู้รอดชีวิตและเหล่าผองเพื่อนที่ต้องผจญกับเจ้าของศาสตร์มืดอย่างลอร์ดวอลเดอร์มอร์

และการถ่ายทอดเรื่องราวจากหน้ากระดาษสู่จอภาพยนตร์ คนทำหนังก็ยังคงร่ายมนตร์ไว้ได้อย่างงดงามเช่นเดียวกับที่โรว์ลิงได้ทำไว้เมื่อเธอลงมือเขียนเป็นหนังสือ จนสร้างเป็นช่วงเวลาน่าประทับใจในทุกภาคที่หนังออกฉาย ซึ่งเราได้รวบรวมมาให้ได้ระลึกถึงกันอีกรอบจ้ะ

 

Harry Potter and the Philosopher’s Stone (2001, คริส โคลัมบัส)

โรว์ลิงเปิดประตูจินตนาการของเด็กๆ ทั่วทั้งโลกด้วยการแนะนำให้รู้จักกับโรงเรียนเวทย์มนตร์ฮอกวอตส์ไปพร้อมๆ กับแฮร์รี เด็กชายกำพร้าซึ่งเติบโตในครอบครัวของมักเกิล -คำที่ใช้เรียกคนไม่มีเวทย์มนตร์ของพ่อมดแม่มด- และการผจญภัยอันน่าตื่นเต้นในโรงเรียน ซึ่งโคลัมบัสถ่ายทอดออกมาได้อย่างดีเยี่ยมและเปี่ยมเสน่ห์เหลือเกิน

“เธอเป็นพ่อมด… แฮร์รี”

“ผมเป็นอะไรนะ”

เด็กน้อยแฮร์รีต้องตะลึงสุดขีด เพราะในวันเกิดครบ 11 ปีของเขานั้น ชายร่างยักษ์อย่าง รูเบอัส แฮกริด เดินดุ่มเข้ามาบอกว่าเขานั้นเป็น ‘พ่อมด’ !!

“ร้ายกาจ!”

รอน วีสลีย์ เพื่อนคนแรกของแฮร์รีร้องทักอย่างอัศจรรย์ใจเมื่อแฮร์รีเปิดให้เขาดูรอยแผลเป็นรูปสายฟ้าบนหน้าผากซึ่งเกิดจากเวทมนต์ของลอร์ดโวลเดอร์มอร์ที่โจมตีเขาเมื่อครั้งยังเป็นทารก

“โบกนิด สะบัดหน่อย!”

เมื่อสองคู่หูอย่างแฮร์รีและรอนต้องบุกไปช่วย เฮอร์ไมโอนี เกรนเจอร์ เพื่อนที่ติดอยู่ในห้องน้ำซึ่งมีโทร์ลบุกถล่มอยู่ รอนก็ควงไม้กายสิทธิ์จนจัดการเจ้าโทร์ลร้ายได้ในที่สุด!

 

Harry Potter and the Chamber of Secrets (2002, โคลัมบัส)

การกลับเข้ามาอยู่ในฮอกวอตส์อีกครั้งในฐานะนักเรียนปีสอง ที่แฮร์รีพบเจอกับเรื่องลึกลับสุดหลอน ทั้งเสียงกระซิบปริศนา และคนที่ถูกเวทย์มนตร์ประหลาดทำให้กลายเป็นหิน!

Image result for harry potter and the chamber of secrets dobby

“ด็อบบีเป็นเอล์ฟประจำบ้าน!”

เอล์ฟหน้าตาประหลาด ที่มาพร้อมเวทย์แข็งแกร่งและยืนยันจะปกป้องแฮร์รีจากอันตรายที่รออยู่ที่ฮอกวอตส์ แนะนำตัวกับแฮร์รีและกลายเป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจสุดๆ

“เหล่าศัตรูของทายาทจงระวัง แกเป็นรายต่อไป เลือดสีโคลน”

เป็นข้อความที่ถูกคนลึกลับเขียนไว้บนผนังด้วยเลือดไก่ และทำให้เด็กนักเรียนทุกคนในฮอกวอตส์รู้ว่าอันตรายใกล้เข้ามาแล้ว!

“ทำไมต้องแมงมุม ทำไมไม่เดินตามพวกผีเสื้อไป”

โมเมนต์น่ารัก (และน่าเห็นใจ) ของรอนที่กลัวแมงมุมสุดหัวใจแต่เพื่อจะช่วยเพื่อนรักอย่างเฮอร์ไมโอนีที่โดนคำสาปอยู่ ทำให้เขาต้องทำใจสู้เดินตามแมงมุมเพื่อไขปริศนาไปพร้อมๆ กับแฮร์รี

 

Harry Potter and the Prisoner of Azkaban (2004, อัลฟองโซ กัวร็อง)

เด็กๆ กลับเข้าโรงเรียนอีกครั้ง พร้อมกับข่าวน่ากลัวว่า ซิเรียส แบล็ค ฆาตกรโหดที่เชื่อกันว่าเป็นผู้สังหารพ่อแม่ของแฮร์รีแหกคุกออกมาบุกเข้าฮอกวอตส์ ทำให้เหล่านักเรียนขวัญผวาอีกครั้ง

“ข้าขอสาบานอย่างจริงจังว่าข้านั้นหาความดีมิได้”

เมื่อ เฟร็ด และ จอร์จ พี่ชายฝาแฝดของรอนตัดสินใจมอบ ‘แผนที่ตัวกวน’ ซึ่งช่วยให้เจ้าของแผนที่รู้ว่าใครอยู่บริเวณไหนทั้งโรงเรียนให้กับแฮร์รี และคาถาวิเศษที่จะเปิดผ่านแผนที่นี้ได้คือประโยคสุดแสบข้างต้นนั่นเอง และแผนที่นี้ที่เป็นชนวนทำให้แฮร์รีตามสืบเรื่องอันตรายต่อไปได้ด้วย!

Image result for harry potter and the prisoner of azkaban hermione punches malfoy

“รู้สึกดีชะมัด!”

ฉากที่แฟนๆ หลายคนประทับใจเมื่อเฮอร์ไมโอนีสาวหมัดใส่หน้า เดรโก มัลฟอย พ่อมดหนุ่มปากร้ายที่บังอาจพูดจาล่วงเกินแฮกริดที่พวกเขาเคารพรัก

 

Harry Potter and the Goblet of Fire (2005, ไมค์ นีเวลล์)

ปีสี่ ฮอกวอตส์จัดงานประลองเวทไตรภาคีที่รวมเอานักเรียนจากบัลแกเรียและฝรั่งเศสมาร่วมแข่งขันด้วย โดยแฮร์รีจับพลัดจับผลูได้ไปแข่งโดยแทบไม่รู้เลยว่า เบื้องหลังของการแข่งขันนี้มีสิ่งที่อันตรายถึงชีวิตรอเขาอยู่

“รอน เธอทำเสียเรื่องหมดเลย!”

หลังจากงานเต้นรำแสนอลังการในห้องโถงของฮอกวอตส์ เฮอร์ไมโอนีซึ่งอุตส่าห์มีวันเวลาดีๆ ด้วยการเต้นรำกับ วิกเตอร์ ครัม หนุ่มชาวบัลแกเรียถึงกับหัวเสียอย่างหนักเมื่อรอนพูดจาถากถางเธอจนทำลายช่วงเวลาหวานซึ้งจนหมด

“อะวาดา เคดาฟ รา!”

เมื่อแฮร์รีได้เห็นกับตาตัวเองว่า ‘คำสาปพิฆาต’ ที่ทำให้เหยื่อถึงแก่ชีวิตทันทีด้วยแสงสีเขียวนั้นเป็นอย่างไร นอกจากเขาจะสะเทือนใจอย่างถึงที่สุดแล้ว คนดูอย่างเราก็อดหดหู่ไปกับชะตากรรมของเหยื่อไม่ได้จริงๆ

 

Harry Potter and the Order of the Phoenix (2007, เดวิด เยสต์)

‘ภาคีนกฟีนิกซ์’ คือกลุ่มคนที่รวมตัวกันเพื่อต่อสู้กับจอมมารอย่างลอร์ดโวลเดอร์มอร์นอกรั้วฮอกวอตส์ ขณะที่ในรั้วโรงเรียน แฮร์รีก็ต้องปวดหัวกับศาสตราจารย์สอนศิลปะป้องกันตัวคนใหม่อย่าง โดโลเรส อัมบริดจ์ ที่แสบไส้และอันตรายอย่างไม่น่าเชื่อ

“ฉันก็เห็นเหมือนกัน”

ลูนา เลิฟกูด เด็กหญิงหน้าตาเหม่อลอยปลอบใจแฮร์รีเมื่อเขาคิดว่าเขาเห็น ‘เธสตรอล’ -ม้าที่ปรากฏตัวให้คนที่เคยเห็นความตายมาแล้วเท่านั้น- เพียงคนเดียว และเป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพที่เขาและเธอมีให้กัน

Image result for harry potter and the order of the phoenix fred and george fireworks

“พร้อมเสมอเมื่อนายพร้อม!”

เฟร็ดและจอร์จตัดสินใจก่อจลาจลใต้จมูกของอัมบริดจ์โดยการโยนพลุไปทั่วทุกตารางนิ้วของฮอกวอตส์ และไม่เพียงแต่เหล่านักเรียนคนอื่นจะประทับใจเท่านั้น แต่คนดูอย่างเราที่ยี้อัมบริดจ์สุดๆ ก็ยังต้องประทับใจในความห่ามของแฝดจอมกวนคู่นี้เช่นกัน

“อย่ามาแตะต้องลูกทูนหัวของฉัน”

เมื่อถึงเวลาจวนตัวที่แฮร์รี่เผชิญกับผู้เสพย์ความตายหรือลูกสมุนของลอร์ดโลวเดอร์มอร์ ซิเรียส แบล็ค ก็ปรากฏตัวเพื่อช่วยเหลือแฮร์รีได้อย่างฉิวเฉียด แต่ทว่า…

 

Harry Potter and the Half-Blood Prince (2009, เยสต์)

แฮร์รีซึ่งปีนี้เป็นนักเรียนปีที่หกแล้ว ต้องพบเรื่องราวชวนปวดหัวอีกครั้งเมื่อจอมมารออกตามล่าเขาถึงในโรงเรียน และทำให้นักเรียนหลายคนได้รับลูกหลงและบาดเจ็บจนเขาต้องร่วมมือกับรอนและเฮอร์ไมโอนีเพื่อหยุดยั้งเรื่องนี้ให้ทันเวลา

“ฉันเคยซ่อมนิ้วเท้ามาบ้าง ไม่เห็นต่างกันนี่”

ชะตากกรมของแฮร์รียังเศร้าเช่นเคยเมื่อเขา เอ่อ… โดนกระทืบจมูกหักตั้งแต่ต้นเรื่อง และคนที่มาซ่อมแซมจมูกเขาให้คือเลิฟกูดนั่นเอง แม้ว่าเธอจะเคยซ่อมแค่นิ้วเท้ามาก่อนก็เถอะนะ แต่ก็นับเป็นโมเมนต์ที่มิตรภาพของทั้งสองงอกงามอีกครั้ง

“นายโดนยาเสน่ห์”

ฉากที่เราทั้งขำและสงสารรอน(อีกแล้ว)เมื่อเขาพลอยฟ้าพลอยฝนโดนยาเสน่ห์แทนแฮร์รีจนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ถึงขั้นต้องไปปรุงยาเพื่อถอนพิษเลยทีเดียว

“เซเวอร์รัส ได้โปรด”

ฉากชวนสะเทือนใจเมื่อ อัลบัส ดัมเบิลดอร์ อาจารย์ใหญ่ของโรงเรียนที่เกื้อหนุนแฮร์รีมาตลอด ร้องขอให้ เซเวอร์รัส สเนป ศาสตร์จารย์คู่ปรับของแฮร์รีลงมือร่ายคำสาปพิฆาตต่อหน้าต่อตาทุกคน

 

Harry Potter and the Deathly Hallows – Part 1 (2010, เยสต์)

บรรยากาศของการก่อสงครามเริ่มคุกรุ่น และสามสหายต้องรีบทำลาย ‘ฮอร์ครักซ์’ หรือวัตถุที่จอมมารฝากวิญญาณไว้ ซึ่งทำให้พวกเขาต้องออกเดินทางเสี่ยงตายตามหามันตลอดทั้งเรื่อง

“ว้าว! เราเหมือนกันยังกับฝาแฝด”

เมื่อหนังแทบทั้งเรื่องเต็มไปด้วยความตึงเครียด นี่คือมุกตลกเล็กๆ น้อยๆ จากแฝดวีสลีย์ที่ดื่ม ‘น้ำยาสรรพรส’ -ยาที่ทำให้หน้าตาเหมือนใครก็ได้หนึ่งชั่วโมง- และกลายเป็นแฮร์รีด้วยกันทั้งคู่

“เธอจะไปด้วยหรืออยู่ที่นี่”

มิตรภาพของแฮร์รี, รอนและเฮอร์ไมโอนีมาถึงจุดเปราะบางเป็นครั้งแรกเมื่อรอนตัดสินใจแยกตัวออกเดินทางกลับบ้านคนเดียวเนื่องจากทนความกดดันและเหนื่อยยากไม่ไหว ทิ้งให้เฮอร์ไมโอนีฟูมฟายอยู่กับแฮร์รีเพียงลำพังในการออกตามหาฮอร์ครักซ์

“ด็อบบีเป็นเอล์ฟอิสระ!”

การกลับมาอย่างน่าประทับใจของด็อบบี ที่ช่วยแฮร์รีและผองเพื่อนไม่ให้ถูกผู้เสพย์ความตายฆ่าทิ้งได้อย่างทันเวลา แต่ขณะเดียวกันก็ต้องแลกกับชะตากรรมน่าเศร้าของเจ้าเอล์ฟเอง

 

Harry Potter and the Deathly Hallows – Part 2 (2011, เยสต์)

บทสรุปสุดท้ายของการต่อสู้ระหว่างแฮร์รีกับจอมมาร ที่ทำให้ทั้งเหล่านักแสดงและคนดูใจหายเมื่อการเดินทางของตัวละครมาถึงหน้ากระดาษสุดท้ายแล้ว และเยสต์ก็ยังคงสร้างช่วงเวลาน่าอัศจรรย์ไว้เช่นเคย ซึ่งเรารวบรวมมาให้บางช่วงบางตอน

“ฉันอยากใช้คาถานี้มาตั้งนานแล้วรู้ไหม”

โมเมนต์น่ารักของศาสตราจารย์มักกอนนากัล ที่ร่ายคาถาให้รูปปั้นหินออกมาปกป้องฮอกวอตส์จากการบุกรุกของเหล่าผู้เสพย์ความตาย และฉากนี้ก็ได้กลายเป็นฉากขึ้นชื่อของหนังเมื่อเราได้เห็นฝีมือการต่อสู้ที่แท้จริงของศาสตราจารย์ในโรงเรียน

“…ยังรักเขาอยู่อย่างนั้นหรือ”

“ตลอดไป”

ช่วงเวลาน่าเศร้าและน่าประทับใจเมื่อความลับและความรู้สึกทุกอย่างของสเนปถูกเปิดเผยต่อหน้าของแฮร์รี -ที่วางตัวเป็นศัตรูกับเขามาโดยตลอด- ซึ่งไม่เคยรู้เลยว่าที่ผ่านมานั้น สเนปคอยพยายามปกป้องเขามามากเพียงใด และเมื่อรู้อีกที มันก็เป็นเวลาที่สายไปเสียแล้ว

“อย่าสงสารคนตายเลย แฮร์รี สงสารคนอยู่เถอะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่อยู่โดยปราศจากความรัก”

บทสรุปของการต่อสู้ระหว่างแฮร์รีและลอร์ดโวลเดอร์มอร์นั้นมีแก่นแท้อยู่ที่ความเปราะบางและการโหยหาความรักอย่างแรงกล้าของจอมมาร จึงไม่แปลกที่ดัมเบิลดอร์จะกล่าวประโยคกินใจนี้ให้แฮร์รีฟังเพื่อให้มีพลังกลับไปต่อสู้อีกครั้งนั่นเอง