Bridget Jones Bridget Jones's Diary Chicago Cold Mountain Jerry Maguire Judy Judy Garland Renée Zellweger

5 บทบาทสั่นสะเทือนอารมณ์ของ เรเน เซลล์เวเกอร์

Home / Bioscope focus / 5 บทบาทสั่นสะเทือนอารมณ์ของ เรเน เซลล์เวเกอร์

สำหรับคอหนังฮอลลีวูดยุค 1990-2000 คงมีน้อยคนนักที่จะไม่รู้จักแม่สาวหน้าเฉิ่มผู้มาพร้อมกับรอยยิ้มพาซื่ออย่าง เรเน เซลล์เวเกอร์ ที่แจ้งเกิดในวงกว้างเป็นครั้งแรกจากบท บริดเจต โจนส์ สาวโสดชีวิตปั่นป่วนในหนังดัง Bridget Jones’s Diary (2001, ชารอน แม็กไกวร์) ซึ่งก็ทำให้เธอได้เข้าชิงออสการ์เป็นหนแรก ก่อนที่สาวเท็กซัสคนนี้จะมีผลงานการแสดงอันโดดเด่นตามออกมาอีกเป็นโขยง …และบทบาทส่วนใหญ่ของเธอก็มักจะ ‘ดราม่า’ เสียจนสั่นสะเทือนผู้ชมให้อารมณ์ต้องกระเจิดกระเจิงตามไปด้วยอยู่เสมอ – ซึ่งนี่คือ 5 ตัวละครรส ‘ขื่น’ ที่ไม่ใครก็ใครต้องเคยปาดน้ำตาให้เซลล์เวเกอร์มาแล้ว!

โดโรธี บอยด์

จาก Jerry Maguire (1996, แคเมอรอน โครว์)

แม้บท โดโรธี บอยด์ จะเป็นเพียงบทคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวและคนรักผู้อยู่เคียงข้างตัวละครหลักอย่าง เจอร์รี แม็กไกวร์ -เอเยนต์สายกีฬาผู้ที่ชีวิตต้องเผชิญทั้งกับจังหวะรุ่งโรจน์และช่วงเวลาสะดุดล้ม- ของ ทอม ครูส เท่านั้น ทว่ามันกลับเป็นบทที่ส่งให้เซลล์เวเกอร์สามารถแสดงพลังทางการแสดงให้ผู้ชมและนักวิจารณ์ได้รู้ซึ้ง ด้วยความที่ตัวละครโดโรธีของเธอมี ‘เคมี’ ที่เข้ากันได้อย่างลงตัวพอดิบพอดีกับครูส แถมยังสามารถถ่ายทอดสถานะ ‘ลมใต้ปีก’ ที่พร้อมจะสนับสนุนคนรักในทุกทางออกมาได้อย่างจริงใจและแสนทรงพลัง โดยครูส-ผู้เลือกเธอมาเล่นเองกับมือ-ยังถึงขั้นเอ่ยปากชมว่า ตัวละครนี้ที่เธอเล่น คือ ‘แก่นแท้ของความเป็นมนุษย์สำหรับหนังเรื่องนี้’ เลยทีเดียว และบทนี้เองก็ทำให้ชื่อของเซลล์เวเกอร์ เริ่มเป็นที่รู้จักและถูกจับตาในแวดวงการแสดงของฮอลลีวูด หลังรับเล่นแต่บทเล็กๆ ที่ไม่ค่อยเป็นที่จดจำของคนดูมานาน

บริดเจต โจนส์

แฟรนไชส์หนังชุด Bridget Jones

ในหนังโรแมนติกคอมิดี้ภาคแรกที่แจ้งเกิดเธอจนโด่งดังเมื่อปี 2001 อย่าง Bridget Jones’s Diary เซลล์เวเกอร์ได้สร้างบุคลิกอันเปี่ยมเสน่ห์ให้กับตัวละครนี้อย่างที่เราปฏิเสธไม่ได้ เพราะเธอไม่เพียงแค่บรรจงสร้างสรรค์ตัวละครบริดเจต-ในฐานะสาวโสดทึนทึกผู้ปล่อยเนื้อปล่อยตัว-ได้สมจริงจนดูน่าเชื่อเท่านั้น (เธอทำน้ำหนักเพิ่มอีกเกือบ 10 กิโลกรัม และพูดสำเนียงอังกฤษที่เจ้าของภาษายังชมว่าช่างสมบูรณ์แบบ!) หากแต่ยังแสดงความเปราะบางและความรู้สึกโหยหารักของผู้หญิง-หรือก็คือมนุษย์ธรรมดา-คนหนึ่งออกมาได้อย่างหมดจด จนทำให้ผู้ชมพร้อมจะผูกตัวเองเข้ากับตัวละครนี้ และเอาใจช่วยให้เธอก้าวข้ามวิกฤตชีวิตอันวุ่นวายไปให้ได้ ซึ่งเซลล์เวเกอร์ยังพัฒนาบริเจตให้มีมิติกว้างขวางมากขึ้นไปอีกในสองหนังภาคต่อ ทั้ง Bridget Jones: The Edge of Reason (2004, บีแบน คิดรอน) ที่ชีวิตรักกับหนุ่มในฝันของเธอไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด และ Bridget Jones’s Baby (2016, แม็กไกวร์) ที่บริดเจตต้องตั้งคำถามว่าใครคือพ่อของ ‘เด็กในท้อง’ ของเธอกันแน่!

ร็อกซี ฮาร์ต

จาก Chicago (2002, ร็อบ มาร์แชลล์)

หากโดโรธีคือความจริงใจอันสง่างาม และบริดเจตคือความเปราะบางที่น่าเอาใจช่วย ตัวละคร ร็อกซี ฮาร์ต ของเซลล์เวเกอร์ในหนังเรื่องนี้ก็คงจะเป็นตัวแทนของ ‘ความเห็นแก่ตัวอย่างร้ายกาจ’ ที่พร้อมจะกัดกินทุกผู้ทุกนามที่ย่างกรายเข้าใกล้ เพราะร็อกซีคือหญิงสาวผู้ทะยานอยากที่พร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อละทิ้งชีวิตเก่าอันผิดพลั้งของตน และถีบตัวเองให้ได้มีชีวิตใหม่ในเส้นทางสายบันเทิง-ซึ่งมาพร้อมกับชื่อเสียงเงินทองอันถือเป็นยอดปรารถนาสำหรับเธอ โดยเซลล์เวเกอร์ดึงเอา ‘ด้านสว่างสดใส’ ทรงเสน่ห์ -ขณะกรีดกรายอยู่บนเวทีออกมาปะทะกับ- ‘ด้านหม่นมืด’ อันน่าขนพอง-เมื่อตัวละครนี้ต้องปิดบังซ่อนเร้นเหตุฆาตกรรมที่ตนก่อขึ้น-ได้อย่างพอเหมาะ ผู้ชมหลายคนจึงทั้งรู้สึกชื่นชม สงสาร และสมน้ำหน้าเธอไปในคราวเดียวได้อย่างน่าอัศจรรย์ใจ …แน่นอนว่า เซลล์เวเกอร์เข้าชิงออสการ์เป็นครั้งที่สองจากบทบาทอันแสนจัดจ้านนี้

รูบี ธิวส์

จาก Cold Mountain (2003, แอนโธนี มิงเกลลา)

เซลล์เวเกอร์กลับสู่สังเวียนออสการ์อีกครั้ง และคราวนี้เธอก็คว้ารางวัลไปครองได้เสียที (แม้จะเป็นสาขานักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยม-หาใช่นำหญิงเหมือนสองครั้งก่อนก็ตาม) ด้วยบทของ รูบี หญิงสาวหยาบกระด้างที่รับจ้างดูแลฟาร์มในแดนเถื่อนระหว่างช่วงสงครามกลางเมืองปี 1861 ซึ่งเซลล์เวเกอร์ก็ออกแบบตัวละครที่ดูเหมือนจะ ‘ไร้หัวใจ’ ตัวนี้ออกมาอย่างลึกซึ้งและละเอียดลออมากพอ จนถึงแม้ว่าเมื่อมองจากภายนอก ตัวละครนี้จะเป็นสาวขาลุยที่ไม่ได้แสดงความอ่อนไหวใดๆ ออกมามากมายนัก แต่เธอกลับเป็นคนที่บรรจุเอาเรื่องราวและอารมณ์ความรู้สึกไว้ในสีหน้าท่าทางมากที่สุดคนหนึ่งของเรื่อง อีกทั้งเซลล์เวเกอร์ยังสามารถเล่นประกบคู่กับ นิโคล คิดแมน (นายจ้างสาวที่ต้องมาดูแลฟาร์มแทนพ่อที่ตายไป) และ จูด ลอว์ (คนรักของตัวละครคิดแมนที่เพิ่งกลับมาจากสมรภูมิ) อย่างเข้าขากันได้ดีเหลือเกินและเผ็ดร้อนแสบสันจนผู้ชมหลายท่านถึงกับซู้ดปาก

จูดี การ์แลนด์

จาก Judy (2019, รูเพิร์ต กูลด์)

บทบาทล่าสุดของเธอนี้อาจทำให้หลายคนต้องขนลุกและปาดน้ำตากันป้อยๆ สำหรับการสวม ‘ร่างทรง’ เป็นบุคคลที่เคยมีชีวิตอยู่จริงและเป็นที่รักใคร่ของคนกว่าค่อนโลกอย่าง จูดี การ์แลนด์ -นักร้อง/นักแสดงระดับตำนานของฮอลลีวูดที่ผู้คนมักจดจำเธอจาก The Wizard of Oz (1939, วิกเตอร์ เฟลมมิง) อันเป็นผลงานแจ้งเกิดในวัยเด็ก- ที่นอกจากเซลล์เวเกอร์ต้องรับบทเป็นการ์แลนด์แล้ว เธอยังต้องนำเสนอตัวตนในวัยร่วงโรยของผู้หญิงอายุ 47 คนนี้-ที่เต็มไปด้วยมรสุมชีวิตและความซับซ้อนทางใจ-ในขณะที่ต้องแสดงคอนเสิร์ตครั้งสุดท้ายของชีวิตเมื่อปี 1969 ด้วย ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาก็คือ เซลล์เวเกอร์ไม่เพียง ‘กลายร่าง’ ตัวเองให้ดูโรยราจนน่าเวทนา-ชนิดที่หลายคนยังตกใจเพราะจำเธอไม่ได้-เท่านั้น (การ์แลนด์เสพติดทั้งเหล้าและยามายาวนาน) แต่เธอยังปลดปล่อยจิตวิญญาณของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังระทมทุกข์กับชีวิตออกมาได้อย่างถึงขีดสุด …จนแฟนๆ เชื่อว่า นี่อาจจะเป็นบทที่ส่งให้เธอหวนคืนเวทีออสการ์อย่างสมศักดิ์ศรีก็เป็นได้!