ดูหนังเท่ เสน่ห์กลางแปลง (3 มิติ) ททท.

รู้จัก 4 หนังระดับปรากฏการณ์ ที่เตรียมฉายในงาน ‘ดูหนังเท่ เสน่ห์กลางแปลง (3 มิติ)’

Home / Bioscope focus, กิจกรรม MThai Movie / รู้จัก 4 หนังระดับปรากฏการณ์ ที่เตรียมฉายในงาน ‘ดูหนังเท่ เสน่ห์กลางแปลง (3 มิติ)’

กระชั้นเข้ามาแล้วทุกที สำหรับงาน ‘ดูหนังเท่ เสน่ห์กลางแปลง (3 มิติ)’ ที่จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 7 – วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน 2562

พ้นไปจากเรื่องที่ว่า นี่เป็นงานฉายหนังที่ทำให้เราได้ดูหนังกลางแปลงแบบ 3 มิติกันอย่างจริงจังเป็นที่แรกที่สวนชมน่าน เฉลิมพระเกียรติ จ.พิษณุโลก พร้อมอาหารและงานศิลป์ประจำจังหวัด แถมนิทรรศการ+จุดถ่ายรูปสุดเก๋ในบริเวณงาน ‘เที่ยวไทยไปกับ ’หนังไทย’’ ว่าด้วยเรื่องราวของโลเคชั่นการถ่ายทำหนังไทยมากมาย ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อนว่า ฉากสวยหมดจดในหนังดังหลายๆ เรื่องนั้น ยกกองกันมาถ่ายในสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งในไทยนี่เอง

หนังทั้งสี่เรื่องที่ฉาย -ทั้งในระบบปกติและ 3 มิติ- ยังเป็นหนังที่สร้างความประทับใจ ภาพจำ ตลอดจนทำรายได้มหาศาลเมื่อครั้งที่มันออกฉายมาแล้วในระดับปรากฏการณ์

แล้วยังจะมีอะไรน่าตื่นตาตื่นใจไปมากกว่าการได้ดูหนังเหล่านี้ในที่โปร่งสบายกลางสวนธรรมชาติของจังหวัดพิษณุโลก หลังจากถ่ายรูปสวยๆ และช็อปชิมอาหารกับข้าวของมากมายที่ขายในงาน ‘ดูหนังเท่ เสน่ห์กลางแปลง (3 มิติ)’ ครั้งนี้กันอีกล่ะ!

ในระบบปกติ : หนังไทยย้อนวัยจากค่าย GDH

‘พี่มาก..พระโขนง’ (พ.ศ. 2556)

หนังทำเงินระดับปรากฏการณ์ที่กำกับโดย โต้ง – บรรจง ปิสัญธนะกูล จากทุนสร้าง 65 ล้านบาท มันกวาดเงินหลังออกฉายทั่วประเทศสูงที่สุดของหนังไทยในปีนั้นด้วยยอดเฉลี่ย 1,000 ล้าน จนเกิดการวิเคราะห์มากมายว่าอะไรกันที่ทำให้ ‘พี่มาก..พระโขนง’ ทำเงินได้มหาศาลขนาดนี้ ซึ่งนอกเหนือจากเส้นเรื่องที่ล้อคู่ขนานไปกับตำนานผีแม่นากพระโขนง -หญิงที่ตายทั้งกลมแต่หลอกผัวที่กลับมาจากเกณฑ์ทหารว่ายังไม่ตาย ก่อนความลับจะแตกเพราะเอื้อมมือไปเก็บลูกมะนาวใต้ถุนบ้าน- หนังยังเต็มไปด้วยมุกตลกเฉียบคมและแสนเข้าขาจากเหล่านักแสดง ตลอดจนเคมีความเข้ากันของคู่พระนางอย่าง มาริโอ้ เมาเร่อ และ ดาวิกา โฮร์เน่

‘พี่มาก..พระโขนง’ ว่าด้วยเรื่องเล่าผ่านมุมสายตาของ พี่มาก (มาริโอ้ เมาเร่อ) หนุ่มลูกครึ่งคนซื่อแห่งบ้านพระขโนง ผู้กำลังจะกลายเป็นพ่อคนเพราะ อีนาก (ดาวิกา โฮร์เน่) เมียรักกำลังตั้งท้องแก่ แต่ชะตาชีวิตเจ้ากรรมทำให้เขาถูกเรียกไปออกรบจนได้พบกับมิตรสหายร่วมทัพที่กลายมาเป็นเพื่อนสนิทอย่าง เต๋อ (ณัฏฐพงษ์ ชาติพงษ์), เผือก (พงศธร จงวิลาส), ชิน (อัฒรุต คงราศรี) และ เอ (กันตพัฒน์ เพิ่มพูนพัชรสุข) ทั้งสี่สหายนี้เองที่ทำให้นากปกปิดความลับเรื่องความตายของเธอได้ยากลำบาก ขณะที่อีกฝ่ายก็เห็นเค้าลางความไม่ปกติของเมียเพื่อน… ไอ้มาก ผู้ดูเหมือนไม่รู้สึกรู้สาอยู่เพียงคนเดียวจนพวกเขาต้องร่วมมือกันเปิดโปงความจริงให้ได้ก่อนเพื่อนรักจะถูกเมียหักคอให้ตามไปอยู่ด้วยกันในอีกภพ

และไม่ใช่แค่พล็อตเรื่องที่แม้จะล้อไปกับตำนานเก่า แต่ก็สดใหม่และจับใจกลุ่มคนดู หากแต่กระบวนการสร้างของหนังก็แข็งแกร่งไม่แพ้มิติอื่นๆ ทีมงานสร้างสังคมสมัยรัตนโกสินทร์อย่างแยบยลผ่านเสื้อผ้า เครื่องแต่งกายและฟันสีดำของตัวละครหลัก มิหนำซ้ำยังไปออกกองถ่ายทำกันยังริมคลองเขิน จังหวัดสมุทรสงครามและจังหวัดสิงห์บุรี สร้างเรือนไทยขึ้นมาใหม่ทั้งหลังเพื่อเป็นบ้านของมากกับนาก (รวมถึงฉากงานวัดที่จับใจสุดขีดเพราะทั้งชวนซาบซึ้งทว่าก็ขบขันไปพร้อมๆ กัน)

 

‘เพื่อนสนิท’ (พ.ศ. 2548)

“แกมาทำอะไรเอาตอนนี้”

ประโยคที่เปรียบเสมือนหมัดน็อคของหนังที่ดัดแปลงมาจากหนังสือ กล่องไปรษณีย์สีแดง ของ กล่องไปรษณีย์สีแดง ว่าด้วยจดหมายจากชายหนุ่มถึงดากานดา หญิงผู้เป็นรักแรกอันแจ่มชัดในความทรงจำของเขา และได้กลายเป็นหนังที่ คมกฤษ ตรีวิมล ออกกางปีกกำกับเดี่ยวเป็นเรื่องแรกและทำรายได้ 80 ล้านบาทหลังจากออกฉาย ทั้งยังแจ้งเกิดนักแสดงนำอย่าง ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์, ศิรพันธ์ วัฒนจินดา และ มณีรัตน์ คำอ้วน

ในรั้วมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะวิจิตรศิลป์ หมู (ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์) ผู้เป็นนักศึกษาหน้าใหม่ทำความรู้จักกับ ดากานดา (ศิรพันธ์ วัฒนจินดา) หญิงสาวที่ตั้งฉายาให้เขาว่า ‘ไข่ย้อย’ จนเพื่อนๆ ทั้งคณะเรียกตาม เขาตกหลุมรักเจ้าหล่อนอย่างไม่ทันตั้งตัว หากแต่จะข้ามเส้นไปก็ทำไม่ได้เพราะดูเหมือนฝ่ายหลังจะวางเขาไว้ในฐานะเพื่อนสนิทเท่านั้น นำมาสู่การสารภาพแรกชวนใจสลายในวันที่ทุกอย่างดูจะสายไปแล้ว ในสวนกว้างของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ที่สงัดเงียบ

ไปพร้อมกันนั้น หนังตัดสลับช่วงชีวิตในมหาวิทยาลัยของไข่ย้อยและดากานดา กับช่วงเวลาที่ไข่ย้อยออกเดินทางไปยังเกาะพะงันพร้อมประโยค “คนมาทะเล ไม่หนีร้อน ก็หนีรัก” กับสภาพขาหักจนถูกส่งตัวเข้าไปพักรักษาที่โรงพยาบาล จนเขาได้เจอกับ นุ้ย (มณีรัตน์ คำอ้วน) พยาบาลสาวที่คอยดูแลเขาอย่างใกล้ชิด เปิดประตูการเดินทางของความรู้สึกครั้งใหม่ให้แก่ไข่ย้อยอีกครั้ง ท่ามกลางทิวทัศน์สวยสุดขีดของเกาะพะงันที่แวดล้อมไปด้วยทะเลกับสันเขาแนบไปตามแนวสายตา

ปัจจัยที่ทำให้ ‘เพื่อนสนิท’ ประสบความสำเร็จไม่ใช่แค่มันถ่ายทอดอารมณ์รักเพื่อนสนิท (ที่หลายคนอาจจะเคยผ่านมาแล้ว) ได้อย่างหมดจดเท่านั้น หากแต่เทคนิคการถ่ายทำของมันนั้นก็น่าจับตาอีกด้วย เพราะหนังเล่าเรื่องตัดสลับ (ตัดต่อโดย วิชชพัชร์ โกจิ๋ว) ระหว่างสองช่วงเวลาสำคัญที่เกิดขึ้นในชีวิตของไข่ย้อย กับหญิงสาวสองคนที่เข้ามามีบทบาทในชีวิตวัยหนุ่มของเขา

ทั้งนี้ นอกจากการฉายหนังแล้ว เรายังเชิญชวนให้คุณๆ อยู่ร่วมสนทนากับสองผู้กำกับและสองนักแสดงนำจากหนังทั้งสองเรื่อง คือโต้ง-บรรจงและเอส-คมกฤษ กับมาริโอ้ เมาเร่อและ นุ่น – ศิรพันธ์ ที่จะพาเราหวนวันวานกลับไปยังการถ่ายทำและความสำเร็จของพวกเขา

 

ระบบ 3 มิติ

Jurassic World (2015, โคลิน เทรเวอร์โรว์)

ปี 1993 เหล่าสัตว์ดึกดำบรรพ์เคยออกมาคำรามในโลกภาพยนตร์มาแล้วด้วยฝีมือการรังสรรค์ของ สตีเวน สปีลเบิร์ก ใน Jurassic Park (1993) และประสบความสำเร็จสุดขีด ก่อนที่ในอีกสองทศวรรษต่อมา ไดโนเสาร์เหล่านั้นจะหวนกลับมามีชีวิตอีกครั้งในโลกใบเดิม… หากแต่ไดโนเสาร์ไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่ชวนช็อคแบบในอดีตอีกแล้ว ตรงกันข้าม มันคือราชาที่ใช้ชีวิตอยู่ในสวนสัตว์อย่างเปี่ยมสุขและพบปะมนุษย์ที่เข้ามาเยี่ยมเยือนมันอยู่เนืองๆ

แคลร์ (ไบร์ซ ดัลลาส โฮวาร์ด) รับหน้าที่พาหลานๆ เที่ยวชมสวนไดโนเสาร์ยักษ์ใหญ่ในเกาะที่คอสตาริก้า ท่ามกลางความวุ่นวายชวนหัว เธอจึงปล่อยให้หลานรักอย่าง แซ็ค (นิค โรบินสัน) กับ เกรย์ (ไท ซิมป์คินส์) -สองพี่น้องที่คนหลังหมกมุ่นกับไดโนเสาร์เป็นการส่วนตัว ขณะที่พี่ชายจำใจมาเป็นเพื่อนน้องอย่างเสียมิได้- ออกเที่ยวชมไดโนเสาร์กันเองกับเหล่านักท่องเที่ยว หากแต่เคราะห์ร้าย เมื่อระบบทั้งหมดเกิดล่มจากแผนร้ายของนายทุนที่หวังฮุบทั้งเกาะ ไดโนเสาร์ออกเพ่นพ่านจากกรงขัง เดือดร้อนไปถึง โอเวน (คริส แพร็ตต์) ชายหนุ่มผู้ฝึกสอนแร็ปเตอร์ประจำสวนสัตว์ต้องออกตามจับเหล่าสัตว์ดึกดำบรรพ์ให้ได้ แถมยังต้องช่วยไม่ให้นักท่องเที่ยว -รวมทั้งสองพี่น้อง- ถูกไดโนเสาร์เหยียบตายหรือตกเป็นมื้ออาหารอันโอชะของเจ้าสัตว์โลกล้านปีอีกด้วย

ใจความสำคัญของ Jurassic World อาจไม่ใช่ความสดใหม่แบบที่สปีลเบิร์กเคยร่ายมนตร์สรรสร้างไดโนเสาร์เมื่อหลายสิบปีก่อน แต่มันคือการนำสิ่งมีชีวิตขนาดยักษ์เหล่านี้กลับมายังโลกภาพยนตร์อีกครั้ง พร้อมเทคนิคตระการตาที่คนดูโหยหามาโดยตลอด กับฉากสวยงามขาดใจ โดยเฉพาะเมื่อเจ้าไดโนเสาร์โผขึ้นมางับเหยื่อกลางอากาศโฉบหน้าคนดูไปเพียงฝ่ามือลอด หรือเมื่อเหล่านักล่าจู่โจมเข้ามาพร้อมกันแบบไม่ให้จังหวะเราพักหายใจ!

 

Avengers: Infinity War (2018, พี่น้องรุสโซ)

กล่าวได้รวมๆ ว่านี่คือหนังซูเปอร์ฮีโร่แห่งยุคสมัยโดยแท้ เพราะมันปิดฉากเฟสแรกของจักรวาลมาร์เวลไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมากับ Avengers: Endgame (2019, พี่น้องรุสโซ) เมื่อเหล่ายอดมนุษย์รวมพลังกันปราบธานอส (จอช โบรลิน) อย่างสุดแรงเกิด

Infinity War คือปฐมบทก่อนหน้าของสงครามปิดฉากในคราวนั้น ความสำเร็จของมันนั้นกลายเป็นประวัติการณ์เมื่อหนังทำเงินทั่วโลกไป 2,000 ล้านเหรียญฯ กลายเป็นหัวข้อสนทนาและมีม (meme) มากมายบทอินเตอร์เน็ต (ใครบ้างจะไม่เคยผ่านตามีม ‘ดีดนิ้ว’ และ ‘ฝุ่นผง’ อันลือชื่อ!) จนการรวมตัวดูหนังเรื่องนี้แทบจะกลายเป็นบรรยากาศที่หลายคนมีร่วมกันในช่วงที่หนังเข้าฉาย โดย Infinity War ว่าด้วยการคุกคามของธานอส ชายผู้หวังจะล้างบางสิ่งมีชีวิตของจักรวาลออกครึ่งหนึ่งเพื่อธำรงความสมดุลย์ไว้ เพื่อจะทำลายแผนรักษ์สิ่งแวดล้อม (?) ของธานอส ชาวแก๊งอเวนเจอร์สจึงต้องรวมตัวกันครั้งใหญ่ ลืมความบาดหมางส่วนตัวและจับมือกันปกป้องทุกชีวิตไว้ให้ได้ แม้ว่านั่นอาจหมายความว่าพวกเขาบางจนอาจต้องจากไปตลอดกาลก็ตาม

สำหรับฉาก 3 มิติของ Infinity War นั้นน่าประทับใจไม่แพ้ส่วนอื่นๆ เพราะนอกจากงานสเปเชียลเอฟเฟ็กต์สจะเนี้ยบสุดขีดแล้ว หลายๆ ฉากที่เป็น 3 มิติยังตราตรึงและชวนระทึกได้อย่างน่าจับตา… แน่ล่ะว่าเราหมายรวมถึงฉากการต่อสู้อันดุเดือด และการปลิดปลิวของฝุ่นผงด้วย!

อ่าน 5 เหตุผลที่ ‘คนรักหนัง’ ควรไปเที่ยวเมืองรอง ในเทศกาล ‘ดูหนังเท่ เสน่ห์กลางแปลง (3 มิติ)’ จังหวัดพิษณุโลก

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ร่วมกับ โมโนกรุ๊ป และ จังหวัดพิษณุโลก ชวนทุกท่านเที่ยว ‘เมืองรอง’ ไปกับงาน ‘ดูหนังเท่ เสน่ห์กลางแปลง (3 มิติ)’ เทศกาลชมหนังเด็ด ช็อปงานศิลป์ ชิมของอร่อย แชะภาพแบบชิลล์ๆ ริมแม่น้ำน่าน ในวันเสาร์ที่ 7 – วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน 2562 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ณ สวนชมน่าน เฉลิมพระเกียรติ จ.พิษณุโลก

เซ็คเที่ยวบินได้ที่ http://www.airasia.com

 

/////////////////////////////////

วันเสาร์ที่ 7 กันยายน 2562

– 17.00 น. พูดคุยกับ มาริโอ้ และ โต้ง บรรจง
– 19.00 น. ชมหนังระบบปกติ : ‘พี่มาก..พระโขนง’
– 21.00 น. ชมหนัง 3 มิติ : Avengers: Infinity War

วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน 2562

– 17.00 น. พูดคุยกับ นุ่น ศิรพันธ์ และ เอส คมกฤษ
– 19.00 น. ชมหนังระบบปกติ : ‘เพื่อนสนิท’
– 21.00 น. ชมหนัง 3 มิติ : Jurassic World