Despicable Me Minions The Character ิมินเนียน

The Character : เบลโล! มารู้จัก Minions ตัวละครจอมแย่งซีนแห่งจักรวาล Despicable Me กันเถอะ!

Home / Bioscope focus / The Character : เบลโล! มารู้จัก Minions ตัวละครจอมแย่งซีนแห่งจักรวาล Despicable Me กันเถอะ!

โดย คำแพง คนึงเหตุ

* เบลโล เป็นคำทักทายในภาษามินเนียนจ้า

 

เชื่อไหมว่าการที่ตัวละครสักตัวจะดังเปรี้ยงปร้างระดับไวรัลได้ ตัวละครนั้นไม่จำเป็นจะต้องมีมิติซับซ้อนพิสดารอะไรเลย ดูอย่างเฮลโลคิตตี, สนูปี หรือเจ้าสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวอย่าง ‘มินเนียน’ (Minions) สิ …เพราะเจ้ามินเนียนแค่พูดจาก็ไม่รู้เรื่องแล้ว แถมยังทำตัวบ๊องๆ บ้องแบ๊วไปวันๆ แต่ก็ยังมีแฟนหนังตกหลุมรักไปทั่วโลก ซึ่งกระแสไวรัลนี้ก็ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยแต่อย่างใด – เห็นหน้าตา (และคาแร็กเตอร์) เรียบๆ แบบนี้ จริงๆ แล้วกว่าจะมาถึงจุดนี้ได้นั้น เหล่ามินเนียนก็มีที่มาที่ไปน่าสนใจอยู่เหมือนกันนะจ๊ะ!

Despicable Me

“ตอนแรกที่ผมเริ่มทำ Despicable Me น่ะ ยังไม่มีมินเนียนแบบจริงๆ จังๆ ในบทหรอกนะครับ” อีริก กีญง นักออกแบบตัวละครชาวฝรั่งเศสผู้เนรมิตเหล่ามินเนียนกล่าว ซึ่งก็อย่างที่รู้กันว่าตัวละครมินเนียนจะติดตามรับใช้ ‘จอมวายร้าย’ ในแต่ละยุค และในการปรากฏตัวต่อสายตาชาวโลกเป็นครั้งแรกกับหนังแอนิเมชั่นอย่าง Despicable Me (2010, คริส เรโนด์​ และ ​ปีแยร์ กอฟแฟง) มินเนียนก็ทำหน้าที่รับใช้จอมวายร้าย เฟอโรเนียส กรู ผู้พยายามจะจารกรรมดวงจันทร์

แต่เพราะไม่มีการวางบทมินเนียนอย่างชัดเจน ตัวละครนี้ในสมัยที่ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง จึงแตกต่างจากเจ้าตัวเหลืองวายร้ายที่เราเห็นในตอนนี้มากโข โดยแรกทีเดียว บทลูกสมุนของจอมวายร้ายทำให้กีญงนึกไปถึงชายฉกรรจ์หุ่นล่ำบึ้กอย่างที่ผู้คุ้มกันของตัวละครโฉดน่าจะเป็นกัน แต่หากมีลูกสมุนเป็นหนุ่มกล้ามโตอย่างนั้น ภาพลักษณ์ของกรูก็จะออกมาดู ‘ชั่ว’ และ ‘จริงจัง’ เกินความจำเป็น กีญงเลยเปลี่ยนใหม่ให้กรูมีลูกมือเป็นหุ่นยนต์แทน …แม้จะน่ารักขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ดีไซน์หุ่นยนต์ก็มีปัญหาอีกเหมือนกัน เพราะมันทำให้ตัวละครดูแข็งกระด้างไร้ชีวิตชีวา กีญงเลยแก้ปัญหาด้วยการเติมชีวิตลงไปในหุ่นยนต์ จนออกมาเป็นสิ่งมีชีวิตลูกผสมระหว่างหุ่นยนต์กับสัตว์อะไรสักอย่าง ทว่าไอเดียนี้ก็ไม่เวิร์คเช่นกัน เพราะเจ้าลูกผสมที่ว่านี้ออกมาดูแปร่งและประหลาดอย่างมาก ในที่สุด ทางทีมออกแบบตัวละครก็ตัดทอนความเป็นหุ่นยนต์ออกไปจนเกลี้ยง เหลือเพียงส่วนที่เป็นสิ่งมีชีวิตไว้ และนั่นจึงกลายมาเป็นที่มาของเจ้ามินเนียนน้อยที่เราเห็นกันทุกวันนี้นั่นเอง

Minions

และหากใครได้ชม Minions (2015, ไคล์ บัลดา และกอฟแฟง) ก็จะรู้ถึงประวัติศาสตร์ของมินเนียนว่า พวกมันเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่วิวัฒนาการมาตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ คอยติดตามรับใช้จอมวายร้ายในแต่ละยุค พวกมันเป็นอมตะและมีนิสัยคล้ายๆ กันคือคิดอะไรแบบเด็กๆ แถมยังซุ่มซ่ามเป็นที่สุด จุดเด่นอีกอย่างของพวกมันนอกจากหน้าตาก็คือ ‘คำพูด’ และ ‘น้ำเสียง’ คำพูดของมินเนียนแม้จะฟังดูเหมือนภาษาเอเลี่ยน แต่จริงๆ แล้วมีความหมายทุกคำ โดยกอฟแฟงกล่าวว่า ภาษามินเนียนเป็นการหยิบยืมคำต่างประเทศจากฝรั่งเศส อิตาลี ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย สเปน และอังกฤษนำมาปรับให้คนฟังพอจะเข้าใจได้(บ้าง)ว่าพวกมันพูดอะไรกัน (เช่น คำว่า Bello ที่มาจาก Hello นั่นปะไร!) ส่วนเจ้าเสียงแหลมเล็กเปี่ยมเอกลักษณ์ของมินเนียนก็ไม่ใช่ผลงานของว้อยซ์แอ็กเตอร์ที่ไหน แต่เป็นเสียงของผู้กำกับร่วมอย่างคอฟแฟงเองนี่แหละ! – ซึ่งเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะแต่งตั้งตัวเองให้ควบตำแหน่งพากย์เสียงหรอกนะ แต่ดันจับพลัดจับผลูได้ตำแหน่งนี้มาเมื่อเขาพากย์เสียงมินเนียนให้กับหนังช่วงโปรดักชั่นเพื่อเป็นแนวทางให้แก่นักพากย์ที่จะมาพากย์มินเนียนต่อไป แต่ฝั่งโปรดิวเซอร์ดันชอบใจเสียงพากย์ของเขามาก จนตัดสินใจให้เขารับงานพากย์ไปตั้งแต่ได้ฟังเป็นครั้งแรก (ใช้งานคุ้มจริงๆ จ้าพ่อ)

Despicable Me

ความน่ารักของมินเนียนไม่ได้มีดีแค่ทำให้ผู้ชมทั่วโลกถูกอกถูกใจเท่านั้น แต่มันยังเป็นคาแร็กเตอร์ที่ส่งเสริมตัวละครกรูให้ดู ‘ซอฟต์ใส’ ขึ้นมาด้วย แม้กรูจะเป็นตัวละครวายร้าย แต่เขาก็ยังเป็นตัวเอกอยู่ดี (แต่เป็นประเภท ‘แอนตี้ฮีโร่’ น่ะนะ) และการมีลูกสมุนเป็นเจ้าตัวเล็กสีเหลืองนิสัยต๊องๆ​ ก็ทำให้เขาดูน่ารักน่าเห็นใจขึ้นมา ซึ่งก็คงต้องขอบคุณความตลกโปกฮาของมินเนียนอีกเช่นกันที่ช่วยเพิ่มแง่มุมขำขันลงไปในหนังได้อย่างลงตัว Despicable Me และหนังเรื่องอื่นที่คลอดตามกันมาจึงมีรสชาติสนุกสนานเหมาะกับครอบครัว ทำให้ไม่ยากเลยที่แฟรนไชส์นี้จะโด่งดังเป็นพลุแตกไปทั่วทุกหัวระแหง

อย่างไรก็ตาม มินเนียนที่ออกแบบมาอย่างน่ารักเรียบง่ายนี้ ก็ไม่พ้นถูกวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบอยู่ดี เพราะบางคนก็มองว่ามินเนียนเป็นการพูดถึง ‘ชนชั้นแรงงาน’ ไปในทิศทางแบบ ‘เหมารวม’ ตั้งแต่การออกแบบให้ใส่ชุดเอี๊ยมคนงาน, แว่นตาคนงาน, ทำงานในโรงงานใต้ดิน และรับใช้วายร้ายแบบหน้ามืดตามัว แถมยังพูดไม่รู้เรื่อง-ทั้งหมดนั้นเหมือนจะเป็นการสื่อถึงแรงงานต่างด้าวยังไงยังงั้น ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ก็ยังไม่มีผู้เกี่ยวข้องกับมินเนียนคนไหนออกมาตอบโต้ในประเด็นนี้ และปล่อยให้แฟนๆ ได้แต่ถกเถียงกันต่อไป

Minions

กระนั้น เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่ามินเนียนยังคงเป็นตัวละครสุดป๊อปที่มาแรงแซงทุกโค้ง เพราะตั้งแต่ปี 2010 เป็นต้นมา ไม่ว่าจะหันหน้าไปทางไหน เราก็จะพบแต่เจ้าเหลืองมินเนียนและผลิตภัณฑ์ที่มีหน้าตาของพวกมันแปะอยู่ ตั้งแต่เครื่องเขียน ของเล่น ขนมขบเคี้ยว เครื่องครัว หรือแม้กระทั่งสำลีและกระดาษทิชชู – แม้แต่กีญงผู้ออกแบบมินเนียนเองก็ยังเอ่ยปากว่า มินเนียนเป็นตัวละครที่เขาชื่นชอบที่สุดในบรรดางานที่ตัวเองเคยออกแบบมา และต้นสังกัดอย่าง อิลลูมิเนชั่น เอ็นเตอร์เทนเมนต์ก็ประทับใจจนยกให้มินเนียนเป็นมาสค็อตของบริษัทอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับ ยูนิเวอร์แซล พิกเจอร์ส ซึ่งเป็นบริษัทแม่ ที่พาเจ้ามินเนียนเข้าไปอยู่ในสวนสนุกยูนิเวอร์แซล สตูดิโอ ผ่านเครื่องเล่นที่ชื่อ Despicable Me Minion Mayhem ซึ่งเปิดให้บริการที่ยูนิเวอร์แซลสาขาอเมริกาเมื่อปี 2014 และสาขาญี่ปุ่นเมื่อปี 2017 แถมยังมีโรงแรมในธีมของตัวเองที่ญี่ปุ่นอย่าง Hotel Universal Port อีกด้วย โดยมีการตกแต่งด้วยมินเนียนตั้งแต่หน้าโรงแรม ล็อบบี้ ไปจนถึงในห้องพักอย่างจุใจ

ตัวละครมินเนียนจึงเป็นหนึ่งในตัวอย่างของ ‘ความเรียบง่าย…ทว่าโดดเด่นมีเสน่ห์’ จนโด่งดังในระดับโลกที่ใครหลายคนต่างรู้จัก …ส่วนเรื่องที่ว่ามินเนียนจะสามารถอยู่ยั้งยืนยงได้นานมากพอที่จะกลายเป็น ‘ตัวละครคลาสสิก’ เหมือนอย่างสนูปีหรือเฮลโลคิตตีได้หรือไม่นั้น ก็เป็นเรื่องที่ต้องจับตาดูกันต่อไป