เจค จิลเลนฮาล

‘ดวงตาคือหน้าต่างของตัวละคร’ รัก เศร้า เหงา เป็นบ้า การแสดงผ่านดวงตาของ เจค จิลเลนฮาล

Home / Bioscope focus / ‘ดวงตาคือหน้าต่างของตัวละคร’ รัก เศร้า เหงา เป็นบ้า การแสดงผ่านดวงตาของ เจค จิลเลนฮาล

เคยมีคนวิเคราะห์การแสดงของ เจค จิลเลนฮาล ถึงเหตุผลที่ว่าทำไมเขาจึงเป็นนักแสดงที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งในช่วงอายุเดียวกัน

ไม่มีข้อสงสัยเรื่องความทุ่มเทของจิลเลนฮาล เขาเคยลดน้ำหนักจนซูบผิดปกติเพื่อรับบทเป็นนักข่าวผู้กระเหี้ยนกระหือรือในการเก็บฟุตเตจไม่น่าพิศมัยจาก Nightcrawler (2014, แดน กิลรอย) ปีต่อมา เขาเพิ่มน้ำหนักและออกกำลังกายเพื่อรับบทเป็นนักมวยผู้มีปัญหาในด้านการควบคุมอารมณ์ใน Southpaw (2015)

แอคเคาต์ Fandor ในยูทูบ จำแนกการแสดงของจิลเลนฮาลได้อย่างน่าสนใจว่า นักแสดงหนุ่มมีวิธีการแสดงออกผ่านดวงตาอย่างชัดเจน ดังนั้นแม้ตัวละครของเขาจะไม่มีบทพูด แต่ก็ปรากฏห้วงอารมณ์สั่นสะเทือนมาให้คนดูสัมผัสได้เสมอ เสียจนผู้กำกับเลือกจะซูมเข้าไปในดวงตาของเขาเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเล่าเรื่อง เริ่มจาก Donnie Darko (2001, ริชาร์ด เคลลี) หนึ่งในหนังแจ้งเกิดของจิลเลนฮาล เขารับบทเป็นเด็กหนุ่มสติแตกที่ตกอยู่ในห้วงความจริงความลวง ตัวละครของเขาจึงเกือบๆ จะหลับตาอยู่เสมอโดยเฉพาะเวลาที่เขาสงสัยอะไรบางอย่าง

ตรงกันข้ามกับการเป็น ลู บลูม แห่ง Nightcrawler ที่เขาเบิกตากว้างเกือบตลอดและแทบไม่กะพริบตาเลย อันนำความพรั่นพรึงมาให้คนดูอย่างเหลือเชื่อ เพราะมันไม่เพียงแต่บอกเล่าความคิดอันสับสนของตัวละครเท่านั้น แต่วิธีการมองและการถลึงตาของเขายังทำให้คนดูเข้าใจบุคลิกผิดแผกจากคนอื่นของตัวละครได้มากขึ้นด้วย จิลเลนฮาลเคยเล่าว่าเขาออกแบบการมองของบลูมแบบเดียวกับการมองของเหยี่ยวที่จับจ้องเหยื่อก่อนลงมือโฉบกระชาก และกะพริบตาน้อยมากเพื่อไม่ให้พลาดในการถ่ายฉากสำคัญตามแบบของตัวละครที่จดจ่อในการถ่ายวิดีโอคลิปเสมอ หรือใน Nocturnal Animals (2016, ทอม ฟอร์ด) ที่เขารับบทเป็นตัวละครพังทลายอย่างสมบูรณ์แบบ ดวงตาของเขาจึงแดงก่ำและชอกช้ำ

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือเมื่อเขารับบทเป็นตัวละครสองตัวที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงใน Enemy (2013, เดอนีส์ วีลเนิฟ) ขณะที่ตัวละครหนึ่งเป็นอาจารย์ในมหาวิทยาลัย อีกคนหนึ่งเป็นนักแสดง ฉากที่ทั้งสองเจอหน้ากันนั้นเห็นได้ชัดว่าแตกต่างกันมาก นั่นคือตัวละครที่เป็นอาจารย์ดูสับสนและเคว้งคว้าง ขณะที่อีกฝ่ายนิ่งสงบและดูคิดอะไรซับซ้อนตลอดเวลา

Brokeback Mountain (2005, อั้งลี่) ที่ส่งจิลเลนฮาลชิงสมทบชายเวทีออสการ์ คือหนึ่งในบทบาทที่พิสูจน์ฝีมือเขาได้อย่างดีว่าเป็นมากกว่านักแสดงขายหล่อ แจ็ค ตัวละครของเขานั้นปรากฏตัวช่วงต้นเรื่องแบบเดียงสา คนดูรู้จักเขาผ่านท่ายืนก้มต่ำและการหลบตาแบบคนไม่มั่นใจในตัวเอง ก่อนที่ความรักและโศกนาฏกรรมจะก่อตัวขึ้นในชีวิต หลอมให้เขาเติบโตและแข็งแกร่ง ซึ่งก็สะท้อนผ่านดวงตานิ่งสงบ เยือกเย็นเช่นกัน

“เวลาผมเลือกบท ผมสนใจตัวละครมากเกินกว่าเรื่องที่ใครเขียน ใครกำกับ แต่ผมสนใจไปถึงความสัมพันธ์ของตัวละครและตัวหนัง” จิลเลนฮาลว่า “ผมคิดว่าสิ่งที่จำเป็นในการแสดงคือคุณต้องเชื่อจริงๆ ว่าตัวละครเป็นใคร ทำอะไร เขาศรัทธาในสิ่งไหนบ้าง -ไม่ว่าสิ่้งนั้นจะเป็นอะไรก็เถอะ

“ผมมองหาบทบาทที่ละเอียดลออในการแสดงเสมอ แบบเดียวกับที่ คริส คูเปอร์ (ผู้กำกับหนัง) เคยบอกกับผมว่านายจงรับบทที่จะไม่มาเสียใจในภายหลังเถอะ ผมว่านั่นแหละสำคัญ

“มันมีเรื่องนึง ตอนผมถ่ายเรื่อง Zodiac (2007, เดวิด ฟินเชอร์) มันเป็นฉากที่ฝนกระหน่ำลงมา ผมวิ่งผ่านประตูเข้าไป พยายามถามหาข้อมูล เชื่อไหมว่าเราถ่ายกันไปสัก 50 เทคได้ จำได้ว่าไม่เคยเข้าใจอะไรในฉากนั้นสักอย่างเลยครับ (ยิ้ม) ไอ้สิ่งที่ตัวละครทำอยู่น่ะผมไม่มีทางทำอยู่แล้ว ซึ่งน่าสนใจนะครับในฐานะนักแสดง”

BIOSCOPE Theatre

เสาร์ที่ 3 สิงหาคม
Nightcrawler (2014, แดน กิลรอย)

รับชมได้ 24 ชม.
ทาง bioscope.mthai.com/bioscopetheatre

Image may contain: 1 person

ตัวอย่าง BIOSCOPE Theatre สิงหาคม 2019