Altered Carbon RoboCop Run All Night Suicide Squad โยเอล คินนามัน

โยเอล คินนามัน นักแสดง(ไม่)เล็ก ผู้อยู่ในหนังใหญ่มาแล้วแทบทุกเรื่อง

Home / Bioscope focus / โยเอล คินนามัน นักแสดง(ไม่)เล็ก ผู้อยู่ในหนังใหญ่มาแล้วแทบทุกเรื่อง

แทบทุกคนอาจจะเคยผ่านตานักแสดงหนุ่มร่างสูง นัยน์ตาฟ้า และเรือนผมสีทองอย่าง โยเอล คินนามัน มาแล้วจากหนังแอ็กชั่นฟอร์มใหญ่หลายต่อหลายเรื่อง โดยเฉพาะในบทสมทบหลักๆ ที่บางทีเราก็อาจจำเขาไม่ได้ แต่เขาคือนักแสดงชาวสวีเดนที่ปรากฏตัวอยู่ในหนังฮอลลีวูดสัญชาติสหรัฐฯ ไปจนถึงซีรีส์ฟอร์มยักษ์จากสหราชอาณาจักรเรื่องโปรดของพวกเรา!

คินนามันเป็นลูกครึ่งอเมริกัน-สวีเดน พ่อของเขา -เดวิด คินนามัน- เป็นชาวอเมริกันที่ถูกส่งมารบในสงครามเวียดนาม (และได้พักอยู่ในไทยช่วงหนึ่งด้วย) ก่อนจะหนีสงครามไปหลบซ่อนอยู่ในลาว กลายเป็นบุคคลหายสาบสูญสำหรับสหรัฐฯ ก่อนที่ในเวลาต่อมาจะเดินทางไปสวีเดนและสร้างครอบครัวที่นั่น

คินนามันเริ่มงานแสดงครั้งแรกในซีรีส์ดราม่าของสวีเดนเรื่อง Storstad (1990) ในวัยเพียง 11 ปี ซึ่งนับว่าเร็วสำหรับการเริ่มรับงานแสดงครั้งแรก “เพราะการแสดงเป็นหนทางชีวิตทางเดียวของผม ผมเรียนมัธยมไม่จบด้วยซ้ำเพราะเข้าเรียนแค่ 40 เปอร์เซ็นของเวลาเรียนเท่านั้น โอกาสเสียผู้เสียคนก็สูง และการแสดงคืออย่างเดียวที่ผมรู้สึกว่าผมอาจจะพอทำได้อยู่บ้าง”

หากแต่กว่าเขาจะได้แสดงภาพยนตร์เรื่องแรกก็ในวัย 23 ปีคือ Den osynlige (2002, โยเอล เบิร์กวัลล์ และ ไซมอน แซนด์ควิสต์) และรับงานเสดงเล็กๆ น้อยๆ มาตลอดจน Snabba cash (2010, ดาเนียล เอสปิโนซา) ที่ส่งเขาคว้ารางวัลนำชายยอดเยี่ยมจากเวทีกูลบาร์กเกต์ -เวทีใหญ่ของสวีเดน- ได้เป็นครั้งแรก

นั่นเองคือจุดเริ่มต้นของการเข้ามาในอุตสาหกรรมฮอลลีวูดของคินนามัน!

เขารับบทสมทบเล็กๆ ใน The Girl with the Dragon Tattoo (2011, เดวิด ฟินเชอร์) ต่อด้วย The Darkest Hour (2011, คริส โกรัค), Safe House (2012, เอสปิโนซา) ที่ประกบสองนักแสดงเบอร์ใหญ่อย่าง ดันเซล วอชิงตัน และ ไรอัน เรย์โนลส์ (เขาคือคนที่สาวหมัดใส่หน้าเรย์โนลส์ในหนังนั่นไงล่ะ!) และ RoboCop (2014, โชเซ ปาดีเลีย) ที่แม้ไม่ค่อยประสบความสำเร็จนัก แต่ก็ทำให้คนดูชาวอเมริกันจำหน้าเขาได้มากขึ้นกว่าเดิม ตามด้วยซีรีส์ The Killing ที่ส่งให้ชื่อของคินนามันดังในหมู่นักดูซีรีส์

และไม่ใช่แค่จะอยู่ในหนังบล็อกบัสเตอร์เท่านั้น เขายังปรากฏตัวในหนังอินดี้ Knight Of Cups(2015) ของผู้กำกับ เทอร์เรนซ์ มาลิค ที่เขาออกมาบอกในภายหลังว่า เขาถ่ายหนังเรื่องนี้แค่วันเดียว แต่มีบทพูดยาวเหยียดถึง 17 หน้ากระดาษ! (คุณพระ!) “แล้วตอนที่ผมพูดไดอะล็อกประมาณหน้าที่เก้า หันไปอีกทีเห็นเทอร์รียืนห่างออกไปอีก 150 หลาได้มั้ง กำลังตะโกนใส่หมาตัวนึงที่วิ่งเล่นอยู่แถวๆ นั้น เป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจมากครับ ไม่รู้เลยว่าหนังมันจะออกมาอีท่าไหน”

ในปีเดียวกันนั้น เขายังได้ประกบคู่กับ เลียม นีสัน ในหนังแอ็กชั่นธริลเลอร์ Run All Night ของผู้กำกับ ฮัวเม คอลเล็ต-เซอร์รา ที่สร้างชื่อมาแล้วจาก House of Wax (2005) และ Orphan (2009) โดยคินนามันรับบทเป็น ไมค์ ลูกชายของมือสังหารอย่าง จิมมี (นีสัน) ที่ถูกมาเฟียหมายหัวอยู่ สองพ่อลูกจึงต้องต่อสู้และหนีตายในคืนโหดนั้นอย่างทรหด

และเมื่อถึงปี 2016 คินนามันก็ปรากฏตัวอยู่ในหนังบล็อกบัสเตอร์เจ้าของรายได้ 746 ล้านเหรียญฯ อย่าง Suicide Squad ของผู้กำกับ เดวิด เอเยอร์ ซึ่งคินนามันรับบทเป็น ริค แฟล็ก นายทหารผู้คอยคุมทีมฮีโร่นอกกฎหมายจอมวายป่วง และการถ่ายทำเรื่องนี้ทำให้เขาสนิทกับ วิลล์ สมิธ เพื่อนนักแสดงอีกคนถึงขั้นยอมให้สมิธสักอะไรก็ได้บนร่างกายเขา (สุดท้ายเขาได้รอยสักเป็นตัวอักษร ‘SKWAD’ ที่ต้นแขน พร้อมบอกว่า “อย่าให้ไอ้คนอายุ 47 ขวบที่ไม่ได้ใส่แว่นมาสักให้คุณเด็ดขาดเลยนะ”) กับซีรีส์ House of Cards ซีรีส์สัญชาติอเมริกันที่รีเมคจาก Brottet ซีรีส์จากเดนมาร์ค ที่ทำให้คินนามันสลัดภาพลักษณ์นักแสดงสายบู๊ออกจากตัวเนื่องจากซีรีส์ทั้งเรื่องดำเนินไปด้วยการแก่งแย่งชิงอำนาจสุดดราม่าของนักการเมืองในสภา

ขณะที่ Altered Carbon คือซีรีส์ปี 2018 จากเน็ตฟลิกซ์ที่ทำให้เขาต้องรับบทที่ซับซ้อนกว่าเดิมหลายมิติ เนื่องจากในจักรวาลของซีรีส์นั้นร่างกายมนุษย์เป็นเพียงเปลือกที่สามารถผลัดเปลี่ยนได้หากไม่พอใจ (และมีเงินถึง) ตัวละครหลักที่คินนามันรับแสดงนั้นคืออดีตทหารผ่านศึกที่ถูกสับเปลี่ยนร่างบ่อยจนสับสนและต้องสืบสาวราวเรื่องจากความจริงที่เกิดขึ้นในอดีตผ่านการต่อสู้

เรายังจะได้เห็นคินนามันในหนังอีกหลายเรื่อง ซีรีส์อีกหลายตอนทีเดียว ทั้ง Three Seconds(2019) ของคนทำหนังชาวอิตาลี อันเดรีย ดี สเตฟาโน (Escobar: Paradise Lost / 2014), ซีรีส์ Hanna ที่ดัดแปลงมาจากหนังสายลับของ โจ ไรต์ Hanna (2011) และภาคต่อของ Suicide Squad ด้วย