Bonnie Forky Identity Crisis Josh Cooley Pixar Spork Tony Hale Toy Story Toy Story 4 Woody

The Character : Forky ของเล่นทำมือที่เผชิญหน้ากับ ‘วิกฤตอัตลักษณ์’ ใน Toy Story 4

Home / Bioscope focus / The Character : Forky ของเล่นทำมือที่เผชิญหน้ากับ ‘วิกฤตอัตลักษณ์’ ใน Toy Story 4

ฟอร์คกี (Forky) เป็นชื่อของตัวละคร ‘ของเล่นทำมือ’ ในแอนิเมชั่นพิกซาร์ Toy Story 4 (2019) ที่ถูกเด็กหญิง บอนนี -ผู้กำลังปรับตัวกับชีวิตเด็กนักเรียนอนุบาล- สร้างขึ้นมาจากช้อนกึ่งส้อมพลาสติก, ตาปลอมดุ๊กดิ๊ก, เส้นลวดขัดท่อประปา, ดินน้ำมัน และแท่งไม้เสียบไอศกรีมในชั่วโมงศิลปะครั้งแรก จนทำให้เธอเริ่มค่อยๆ ปรับตัวเข้ากับบรรยากาศในโรงเรียนได้บ้าง เมื่อมี ‘เพื่อนใหม่’ อย่างเขาไว้ให้อุ่นใจ

แต่ปัญหาหนักอกของฟอร์คกีก็คือ เขากลับไม่เชื่อว่าตัวเองเป็น ‘ของเล่น’ ที่ควรมีชีวิตและอยู่เล่นกับเด็กๆ หากแต่ควรเป็น ‘ขยะ’ อันไร้ชีวิตที่อยู่ในถังมากกว่า!

นั่นจึงทำให้คาวบอย วูดี (ที่จริงๆ เป็นผู้ที่มีส่วนช่วยให้บอนนีสร้างฟอร์คกีขึ้นมา), นักบินอวกาศ บัซซ์ ไลต์เยียร์ และชาวคณะ-ที่ย้ายมาเป็นแก๊งของเล่นของบอนนี-ต้องคอยช่วยเหลือและให้กำลังใจสมาชิกใหม่ของบ้านอย่างฟอร์คกีมานับตั้งแต่นั้น – ฟอร์คกีจึงคือตัวละครที่ถูกออกแบบอย่างเรียบง่าย แต่กลับแฝงปรัชญาอันแสนลึกซึ้งเอาไว้ จนใครๆ ก็หลงรักและพากันเอาใจช่วย …กลายเป็นขวัญใจของแฟนๆ Toy Story 4 ไปอย่างง่ายดาย

ผู้กำกับ จอช คูลีย์ ตั้งชื่อตัวละคร ‘ของเล่นตัวแรกในประวัติศาสตร์แฟรนไชส์ Toy Story ที่ไม่ใช่ของเล่นแท้ๆ’ ตัวนี้ ด้วยการโชว์รูปให้ลูกชายวัย 4 ขวบดูแล้วถามว่ามันควรชื่ออะไร ซึ่งเขาก็บอกว่ามันควรชื่อว่า Fork Face หรือ ‘เจ้าหน้าส้อม’ “จริงๆ แล้วเขามีอายุใกล้เคียงกับบอนนีนั่นแหละ และก็ยังไม่รู้ว่า ‘ช้อนกึ่งส้อม’ (Spork) คืออะไร ผมเลยคิดว่า ‘ชื่อนี้มันดูจริงดีแฮะ’ ฟอร์คกี (Fork = ส้อม) จึงเป็นชื่อที่ดูเหมือนเด็กจะเรียกเขาแบบนั้นน่ะครับ”

แต่แม้ว่าเขาจะยังคงเรียกเสียงหัวเราะจากผู้ชมได้ไม่ต่างจากตัวละครของเล่นอื่น ทว่าลึกๆ แล้ว ฟอร์คกีก็ยังคงซึมเศร้า สับสน และถึงขั้นสติแตกกับการมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้อยู่ดี เพราะดังที่กล่าวไปในตอนต้นว่าเขาเป็นของเล่นที่มี ‘วิกฤตอัตลักษณ์’ (Identity Crisis) เพราะไม่เชื่อว่าตัวเองเป็นของเล่น (แต่คือช้อนกึ่งส้อมที่ควรถูกใช้แล้วทิ้ง) และควรไปอยู่อย่าง ‘อบอุ่น’ และ ‘ปลอดภัย’ ในถังที่เต็มไปด้วยขยะ-ที่เปรียบเสมือน ‘บ้าน’ ของเขา-มากกว่า เขาจึงพยายามทำทุกวิถีทางที่จะกลับไปอยู่ในถังขยะ ไม่ว่าจะเป็นถังขนาดเล็กในบ้านหรือถังขนาดใหญ่ที่หน้าร้านอาหาร หรือกระทั่งยอมกระโจนออกไปนอกรถบ้าน-ซึ่งไม่มีถังขยะให้เขาได้อุ่นใจเลยสักถัง-ที่กำลังวิ่งอยู่บนถนนก็ตาม

“แรงขับเคลื่อนภายในของเขาคือการกลับไปอยู่ในถังขยะครับ” โทนี เฮล (ซีรีส์ Arrested Development, Veep) นักแสดงผู้พากย์เสียงฟอร์คกี-ที่ทั้งซื่อใส เปราะบาง แต่เต็มไปด้วยความห่วงกังวล-ได้อย่างเยี่ยมยอดพูดถึงตัวละครของเขา-ที่เมื่อได้เห็นครั้งแรกเจ้าตัวเองยังถึงกับอึ้ง “เขาเป็นพวกที่เอาแต่คิดว่า ‘ฉันเป็นขยะ ฉันถูกสร้างมาเพื่อลงถัง ที่คือเป้าหมายเพียงหนึ่งเดียวของฉัน’ จนกระทั่งวูดีมาบอกเขาว่า ‘นายเป็นได้มากกว่านั้น นายควรค่าแก่การถูกรัก นายต้องมีเป้าหมายอื่นที่คู่ควรกว่านั้น’ นั่นแหละ” ซึ่งความรู้สึกวิตกกังวลจนเกิดเป็นวิกฤตอัตลักษณ์ของตัวละครนี้สามารถเชื่อมโยงเข้ากับตัวตนของเขาได้เป็นอย่างดี เพราะเมื่อหลายปีก่อน เขาเองก็เคยรู้สึกว่าตัวเอง ‘ไร้คุณค่าและความสามารถ’ ในมิติต่างๆ ของชีวิตอยู่เสมอ จนคนรอบตัวต้องมาคอยให้กำลังใจและชี้ให้เห็นถึงคุณค่าในตัวเขา เขาจึงสามารถก้าวข้ามความคิดด้านลบเหล่านั้นและพัฒนาตัวเองมาได้จนถึงทุกวันนี้

นอกจากนั้น เฮลยังเล่าถึงปัญหาที่น่าจะยิ่งทำให้ฟอร์คกีรู้สึกสับสนกับร่างกายและ ‘การมีอยู่ของตัวเอง’ หนักขึ้นไปอีกขั้น “ร่างกายของเขาทั้งไม่ยืดหยุ่น เดินก็ยาก ลูกตาก็ควบคุมลำบาก แถมแขนยังเลื่อนไปเลื่อนมาอีก การควบคุมร่างกายของเขาถูกจำกัดเอาไว้แค่นั้น เขาจึงมีแค่เสียงเท่านั้น(ที่พอจะควบคุมได้) เขาเลยใช้มันในการแสดงออกทางความรู้สึก นี่อะไร? นั่นอะไร? ทำไมผมถึงมาอยู่ที่นี่?” เฮลตั้งข้อสังเกต “เสียงคือเครื่องมือในการแสดงออกเพียงอย่างเดียวของเขาน่ะครับ” โดยเขาต้องดัดเสียงตัวเองให้ดูเหมือนเด็กวัย 4-5 ขวบช่างสงสัยที่มองทุกอย่างบนโลกเป็น ‘สิ่งใหม่’ ที่เขาไม่เข้าใจอยู่ตลอดเวลา (ขณะที่ก็ต้องปล่อยมือไม้เต็มที่ให้เหมือนกับฟอร์คกีเพื่อส่งต่อพลังงานในขณะพากย์เสียงไปด้วย) – ซึ่งนั่นก็ทำให้ฟอร์คกีออกมาน่าปวดหัว แต่ก็ยังน่าเอ็นดูสำหรับผู้ชมได้ในเวลาเดียวกัน

อย่างไรก็ดี แน่นอนว่าหลังจากที่ตัวละครวูดีได้อธิบายให้ฟอร์คกีฟังว่า บอนนีก็ขาดเขาไม่ได้ เพราะเขาทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นปลอดภัย-ไม่ต่างจากที่เขารู้สึกเวลาได้อยู่ใน ‘บ้าน’ อย่างถังขยะ ฟอร์คกีจึงเริ่มเข้าใจความรู้สึกของบอนนีและอยากกลับไปทำให้เธอมีความสุขขึ้นมา “สารที่หนังภาคนี้ต้องการสื่อนั้น ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติจากตัวละครฟอร์คกี-ที่ชี้ว่าเขาถูกสร้างขึ้นมาอย่างมีวัตถุประสงค์และมีคุณค่ามากกว่าการเป็นแค่ขยะชิ้นหนึ่ง-นี่แหละครับ” เฮลอธิบาย

และการที่บอนนีเขียนชื่อของเธอเองเอาไว้บนเท้าคู่นั้นของฟอร์คกีตั้งแต่แรก ก็ดูจะบ่งบอกถึง ‘ความสำคัญ’ ที่เขามีต่อเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนี้ได้ชัดเจนดีแล้ว …แม้ว่าฟอร์คกีจะเป็นของเล่นที่ถูกสร้างจาก ‘เศษขยะ’ ซึ่งไม่เหมือนกับของเล่นชิ้นอื่นๆ ของเธอเลยก็ตาม