Alpha Goodnight Mommy martin gschlacht

ภาษาในงานภาพของ มาร์ติน ชเลาช์ต ผู้กำกับภาพจาก Goodnight Mommy ถึง Alpha

Home / Art of Storytelling / ภาษาในงานภาพของ มาร์ติน ชเลาช์ต ผู้กำกับภาพจาก Goodnight Mommy ถึง Alpha

มาร์ติน ชเลาช์ต ไม่ใช่ชื่อที่ห่างไกลจากความคุ้นเคยของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และคนดูหนังนัก นั่นเพราะเขาเป็นผู้กำกับภาพชาวออสเตรียที่วนเวียนอยู่ในวงการหนังบ้านเกิดและขยับขยายมาจนถึงฮอลลีวูด ซึ่งเราคงเคยผ่านตาผลงานของเขามาบ้างแล้วจาก Revanche (2008, ก็อตซ์ สปีลมันน์ -ชิงออสการ์สาขาหนังต่างประเทศยอดเยี่ยม, คว้ารางวัลใหญ่สามสาขาจากเทศกาลหนังนานาชาติเบอร์ลิน) ว่าด้วยเรื่องความแค้นอันแล้งไร้ของชายหนุ่มคนหนึ่ง, งานภาพอ่อนหวานของหญิงสาวในโลกยุคโรแมนติกนิยมจาก Amour fou (2014, เจสสิกา เฮาส์เนอร์) หนังร่วมทุนสร้างสามสัญชาติ (ออสเตรีย-ลักเซมเบิร์ก-เยอรมนี) และ Goodnight Mommy (2014, เวโรนิกา ฟรันซ์ กับ เซเวริน เฟียลา) ที่งานภาพของชเลาช์ตมีส่วนช่วยโหมกระพือความน่าสยดสยองของสองพี่น้องผู้พบว่าแม่ตัวเองเปลี่ยนไปหลังศัลยกรรม จนไม่รู้ว่าเบื้องหลังผ้าพันแผลนั้น คือแม่แท้ๆ ของพวกเขาหรือเปล่า

ความโดดเด่นของชเลาช์ตอาจแตกต่างจากผู้กำกับที่มีลายเส้นจัดจ้านคนอื่นๆ หากกวาดตามองกระบวนหนังที่เขากำกับภาพ คงพบว่ามันเต็มไปด้วยหนังหลากหลายประเภท ทั้งอาชญากรรม ดราม่า โรแมนติกและเฮอร์เรอร์ ซึ่งด้วยพื้นฐานของการเป็นผู้กำกับภาพที่ไม่จำเพาะว่าต้องแสดงเอกลักษณ์อันโดดเด่นของตัวเอง ก็อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ชเลาช์ตเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในหนังแต่ละประเภท และคุณสมบัติความเรียบง่ายนี้เองที่กลายเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของเขาในที่สุด

“เวลาเราเป็นช่างภาพเราต้องเล่าเรื่องด้วยภาษาแบบวิชวล ผมทำงานร่วมกับผู้กำกับและทีมงานเสมอ เพื่อจะสร้างฉากให้มันงดงามและสอดคล้อง เล่าเรื่องเดียวกับที่หนังกำลังจะเล่า ตัวผมเองไม่มีเทคนิคพิเศษที่หมกมุ่นเป็นพิเศษหรอก” ชเลาช์ตว่า “ไม่ว่าหนังเรื่องนั้นจะเซ็ตฉากอยู่ในยุคน้ำแข็ง หรือเกิดขึ้นในกรุงเวียนนาหรือเตหะราน สิ่งเดียวที่คุณพยายามถ่ายทอดและอธิบายออกมาให้ได้คือ ‘โลก’ ในนั้น”

และสิ่งที่น่าจับตาคือ ‘ภาษา’ ที่ชเลาช์ตกล่าวถึงนั่นเอง การไล่ระดับแสง มุมกล้อง และการสั่นไหวของความรู้สึกตัวละครเด็กในเรื่องถูกถ่ายทอดผ่านเลนส์ที่ชเลาช์ตอยู่เบื้องหลัง เช่นเดียวกันกับความหวาดหวั่นของผู้เป็นแม่ ระยะห่างที่เกิดขึ้นระหว่างตัวละครแม่-ลูก-คนดู กลายเป็นสิ่งที่ถูกออกแบบมาแล้วเป็นอย่างดีว่าสร้างความรู้สึกเป็นอื่นให้กับตัวละครได้อย่างลึกซึ้ง จนในที่สุด เราไม่อาจแน่ใจได้อีกแล้วว่า หญิงสาวในผ้าพันแผลคือใคร และเด็กสองคนนี้นั้น ‘เดียงสา’ จริงหรือไม่ ใครคือผู้ถูกกระทำในเหตุการณ์นี้ เด็กๆ ที่แม่แปลกไปหลังการผ่าตัด หรือหญิงสาวที่ต้องเผชิญกับข้อเท็จจริงที่ว่า ลูกไม่ไว้ใจเธออีกแล้ว

ถัดจากการสรรค์สร้างงานหลอนชวนสติแตกของสามแม่ลูกใน Goodnight Mommy ชเลาช์ตยังกำกับภาพให้หนังสัญชาติสหรัฐอเมริกา ที่ติดหนึ่งในสิบหนังที่งานภาพโดดเด่นที่สุดของปีจากนักวิจารณ์หลายสำนักอย่าง Alpha (2018, อัลเบิร์ต ฮิวส์) ที่ชเลาช์ตเล่าถึงโลกในยุคหินผ่านงานภาพอลังการ ว่าด้วยเรื่องราวของ เคดะ (โคดี สมิธ-แม็กฟี) เด็กหนุ่มที่พลัดหลงกับฝูงและครอบครัวระหว่างออกเดินทาง เขาถูกหมาป่าตามล่าแทบเอาชีวิตไม่รอด หากแต่ประคับประคองมีชีวิตมาได้ด้วยการสานสัมพันธ์กับหมาป่าพลัดฝูงตัวหนึ่ง ขณะพยายามเดินทางกลับบ้านด้วยการเดินตามหมู่ดาว

แน่นอนว่า Alpha เป็นพื้นที่ที่เปิดโอกาสให้ชเลาช์ตได้ระเบิดฟอร์มการกำกับภาพเต็มที่ เขาผสานเทคนิคการถ่ายแบบลองช็อตร่วมกันกับ CGI ที่แม้หลายคนจะออกความเห็นว่างานภาพนั้นสวยเพราะได้คอมพิวเตอร์ตกแต่งช่วย หากแต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ถ้าไม่ได้วิชวลที่คมคาย เล่าเรื่องและงดงามจากชเลาช์ตแล้ว ภาพที่วิจิตเช่นนี้คงเกิดขึ้นได้ลำบากเช่นกัน